น้ำตกไนแองการ่า (Niagara Falls)

หยุดลาพักร้อนได้ประมาณอาทิตย์กว่า เลยขอตะเวนเที่ยวฝั่ง ตะวันออกตอนบนของประเทศอเมริกา หนึ่งในทริปเที่ยวของเราคือ น้ำตกไนแองการ่า (Niagara Falls) ซึ่งเป็นที่ที่เราฝันไว้ว่าซักวันจะได้มีโอกาสมาเห็นเป็นบุญตา  พวกเราขับรถเช่าจากบอสตันถึงไนแองการ่า ใช้เวลาเกือบ  7 ชั่วโมงแหนะค่ะ เรียกได้ว่าไกลพอสมควร ระหว่างทางก็เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติตลอดสองข้างทาง จนกระทั่งถึงบริเวณที่เต็มไปด้วยโรงแรมและร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ทำให้พวกเราเริ่มมั่นใจว่าใกล้ถึงน้ำตกไนแองการ่าแล้วนั่นเอง

ได้ยินเสียงน้ำตกดังกระหึมมาแต่ไกลก็รับรู้ได้ถึงพลังงานอันมหาศาล! ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ เสียงก็ดังขึ้นเรื่อยๆ สุดท้าย ก็ได้เห็นน้ำตกไนแองกาล่าอันเลื่องชื่อกับตา มันช่างใหญ่สมคำร่ำลือจริงๆๆ พวกเราต่างอยู่ในอาการตื่นตา ตื่นใจ รีบเก็บภาพกันทุกๆมุมเลยก็ว่าได้

 

เมื่อมาถึงที่นี่รับรองจะได้เห็น นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาชมน้ำตกไนแองการ่ากันอย่างคึกคัก ถือว่าที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำเงินให้กับอเมริกาและแคนาดาอย่างมากมาย

น้ำตกไนแองการ่าตั้งอยู่ระหว่างเขตอเมริกาและเขตแคนาดา โดยมีจุดชมวิวอยู่ 2 จุด จุดแรกเรียกว่า อเมริกัน ฟอล (American Falls) เป็นบริเวณที่อยู่ติดกับด้านของอเมริกา ส่วนอีกด้านเรียก ฮอสชู (Horseshoe) หรือ เกือกม้า เพราะว่ามีส่วนเว้าโค้งเหมือนเกือกม้านั่นเอง อยู่ติดกับด้านแคนาดา  ถ้าอยากได้ภาพสวยๆต้องไปถ่ายที่ฝั่งแคนาดาค่ะ เพราะที่นี่จะมองเห็นเป็นผืนน้ำตกขนาดใหญ่มหึมา

กระแสน้ำที่ไหลทะลักรวดเร็วลงสู่ด้านล่างจะเห็นเป็นละอองน้ำกระเซ็นสาดไปทั่วบริเวณ และบางจุดเราสามารถเห็นรุ้งกินน้ำขนาดใหญ่ได้ด้วยค่ะ พวกเราถ่ายรูปเฉพาะจุดรุ้งกินน้ำอย่างเดียว ได้เกือบร้อยรูป

ส่วนไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่การนั่งเรือไปชมน้ำตกไนแองการ่าอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าถ้าใครไม่ได้นั่งเรือไปชมไนแองการ่าถือว่ายังมาไม่ถึงค่ะ ไหนๆก็มาแล้ว เลยต้องเบียดเสียดกับฝูงชนมากมายและการเข้าคิวรอเรือน้อยคอยรัก ชื่อของทัวร์ล่องเรือก็เก๋ไก๋ดีค่ะ เรียกว่า Maid of the Mist หรือ เงือกน้อยในสายหมอก ราคาทัวร์ล่องเรือ สำหรับผู้ใหญ่ก็ประมาณ 33 ดอล สำหรับเด็กๆก็ประมาณ 26 ดอลค่ะ เมื่อมาถึงคิวแล้ว ทุกคนก็จะได้รับแจกของ คล้ายเสื้อกันฝนสีฟ้า เอาไว้ใส่ป้องกันละอองน้ำที่จะกระเซ็นมาโดนตัวค่ะ คนไทยถือว่าโดนละอองน้ำแค่นี้เป็นเรื่องจิ๊บจ๋อยค่ะ พวกเราโดนน้ำสาดกันหนักมากกว่านี้ในช่วงสงกรานต์ แต่เอาเถอะ เขาบังคับให้ใส่ก็ต้องใส่


 

หลังจากที่ลงเรือไปได้พักนึง ดูนักท่องเที่ยวทุกคนรวมถึงคณะคนไทยอย่างพวกเรา ต่างก็ตื่นเต้น รัวชัตเตอร์กันเป็นว่าเล่น แต่พอเมื่อถึงจุดที่ละอองน้ำสาดเข้ามา หลายคนร้องแหกปากด้วยความดีใจ พยายามถ่ายรูปกันใหญ่ทั้งๆที่รู้ว่าต้องใช้ความสามารถพิเศษถ่าย เพื่อที่จะไม่ให้เลนส์กล้องโดนน้ำ หลายคนเช็ตหน้าทำผมอย่างดีเพื่อการนี้ แต่ผลปรากฏว่าทุกคนต่างเปียกปอนกันถ้วนถั่ว เสื้อกันฝนที่ใส่ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากค้า

เที่ยวชมไนแองกาล่าตอนกลางคืนก็สวยไปอีกแบบนะคะ คือเค้าจะเปิดไฟสีสันสวยงามส่องไปที่น้ำตก ตัดกับแสงไฟหรือแสงนีออนจากตึกสูงและหอคอยต่างๆรอบบริเวณน้ำตก ทั้งสองฟากฝั่งอเมริกาและแคนนาดา

นอกจากจะได้รูปสวยๆ หลายร้อยรูป การมาครั้งนี้ถือว่าประทับใจมากๆค่ะ เพราะได้มาชมน้ำตกไนแองการ่าที่ขึ้นชื่อว่าสวยและใหญ่ที่สุดในโลกในระยะประชิด ถือว่าคุ้มค่ากับการมาจริงๆค่ะ ถ้าเพื่อนๆอยากมาที่นี่
ขอแนะนำให้มาช่วงหน้าร้อนนะค่ะ เพราะช่วงนี้น้ำจะเยอะ และจะมีทัวร์พาล่องเรือเพื่อเข้าไปชมน้ำตกไนแองการ่าด้วย ส่วนหน้าหนาว ทัวร์ล่องเรือจะไม่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวค่ะ

อาจดูข้อมูลการท่องเที่ยวน้ำตกไนแองการ่า ได้จากเวปนี้ได้เลยค่ะ

http://www.niagarafallsstatepark.com


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

HTML tags are not allowed.

พวกเราเป็นกลุ่มนักเรียนไทยในอเมริกา อยากที่จะถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ ต่างๆมากมายในอเมริกา เพื่อพี่น้องคนไทย พวกเราหวังว่าเรื่องราวต่างๆจะทำให้พี่น้องคนไทย สามารถปรับตัวได้อย่างง่ายดายในอเมริกา