Apartment Hunting เทคนิค หาที่พักในอเมริกา

เวลาที่เราต้องย้ายที่อยู่ไม่ว่าจะไปที่ไหน วัตถุประสงค์อะไร คำถามแรกที่ทุกคนต้องถามคือจะอยู่ที่ไหน นี่ไม่เพียงแต่จะถามถึงเมืองหรือประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงที่อยู่ที่เป็นที่พัก หาที่พักในอเมริกา ยิ่งน้อง ๆ ที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากประเทศไทยมาถึงอเมริกาเพื่อมาเรียนถึงที่นี่ พ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่วายห่วงและต้องถามว่าแล้วจะอยู่อย่างไร กินอย่างไร อยู่ที่ไหน บวกกับคำถามอื่น ๆ อีกมากมายที่จะตามมา ซึ่งส่วนตัวแล้วก็เคยถูกคุณพ่อคุณแม่ถามคำถามถี่ยิบเหมือนกันตอนที่ขอมาเรียนที่นี่  ในบทความฉบับนี้ก็เลยจะมาเล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่า ตอนนั้นได้เตรียมตัวอย่างบ้างเผื่อน้อง ๆ ที่คิดจะมาเรียนแต่ไม่รู้จักใครที่นี่ และไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรจะได้ลองเอาไปปรับใช้กันดูค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าการเรียนคือการลงทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต ยิ่งมาเรียนต่อต่างประเทศถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนสูง แต่ผลตอบแทนที่ได้รับมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนที่จะได้คืนมาในรูปการเงิน (อาชีพ) หรือความรู้ความสามารถที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องมีการวางแผนกันล่วงหน้าด้วย เพราะมันก็ยังมีความเสี่ยงเหมือนกัน นอกจากจะต้องวางแผนทางการเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว การวางแผนที่ดีในด้านที่อยู่อาศัยก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ เพราะหากเรามีที่อยู่ที่ดี มีเพื่อร่วมห้องที่ดี ราคาค่าที่พักอยู่ในงบประมาณที่ไม่หนักมากเกินไป สิ่งเหล่านี้จะช่วยเอื้ออำนวยให้การเรียนของเราเป็นไปได้อย่างราบลื่นเช่นกันค่ะ

ย้อนกลับไปเมื่อกว่าสิบปีก่อน เมื่อตอนที่ต้องวางแผนมาเรียนที่อเมริกานี่ ตัวเองก็เริ่มจากการหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่อยากจะมาเรียน ซึ่งจริง ๆ แล้วเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะมีข้อมูลและคำแนะนำที่ดีมาก ซึ่งรวมถึงข้อมูลเปรียบเทียบที่พักของมหาวิทยาลัยกับการพักตามอพาร์ตเม้นต์นอกมหาวิทยาลัย ข้อมูลที่ได้มาก็คือการพักในมหาวิทยาลัยจะมีค่าใช้จ่ายตายตัวและค่อนข้างสูงเพราะมีคูปองหรือบัตรอาหารรวมในนั้นด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่มหาวิทยาลัยนะคะว่าเขามีอะไรเตรียมไว้รองรับนักศึกษาบ้าง

ส่วนการพักอพาร์ตเม้นต์นอกมหาวิทยาลัยนั้นจะถูกกว่า แต่มีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ไม่รวมในค่าเช่า เช่น ค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า (ส่วนใหญ่ค่าน้ำรวมในค่าเช่า แต่สมัยนี้อาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ค่ะ) พอเห็นข้อมูลนี้แล้วก็เลยคิดว่าจะหาที่อยู่เองนอกมหาวิทยาลัย แล้วหาทางประหยัดค่าอาหารโดยการทำเองก็จะช่วยทางบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

แต่ถึงตัดสินใจอย่างนั้นแล้ว ช่วงแรกตัวเองก็ยอมจ่ายค่าที่พักในมหาวิทยาลัยอยู่ไปก่อน ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะว่า ไม่รู้จักใคร ไม่รู้ที่รู้ทาง ไม่รู้จะติดต่ออพาร์ตเม้นต์ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นการพักในมหาวิทยาลัยในช่วงแรกที่เราไปถึงก็เป็นทางที่ปลอดภัยมากที่สุดเวลาที่เราเพิ่งย้ายมาใหม่ ๆ แล้วค่อยขยับขยายหาที่พักใหม่ตามที่เราต้องการและอยู่ในวงเงินที่เหมาะสมได้ค่ะ ตอนที่มาใหม่ ๆ นั้นตัวเองก็มาอุ่นเครื่องด้วยการเรียนภาษาก่อน ซึ่งเราสามารถทำสัญญาเรื่องที่พักของมหาวิทยาลัยเป็นรายเดือนได้ ในระหว่างเดือนแรกก็ใช้เวลาหลังเลิกเรียน ออกเดินเล่นรอบ ๆ มหาวิทยาลัยเพื่อเรียนรู้เส้นทางและมองหาที่พักไปในตัว ซึ่งมีทั้งที่เป็นบ้านแบ่งห้องให้เช่า อพาร์ตเม้นต์หนึ่งห้องนอน หรือ สองห้องนอน หรือจะเป็นสตูดิโอ (ห้องเดี่ยวที่ไม่แบ่งห้องนอนต่างหาก แบบอพาร์ตเม้นต์ทั่วไปในบ้านเราค่ะ)

อย่างหนึ่งที่ต้องรู้ในการหาอพาร์ตเม้นต์ที่นี่ซึ่งแตกต่างจากบ้านเรามากก็คือ อาคารอพาร์ตเม้นต์ที่นี่จะเป็นอาคารห้องพักเท่านั้น ไม่มีสำนักงานหรือพนักงานต้อนรับ คนที่จะเข้าในอาคารได้ก็ต้องเป็นคนที่พักที่นั่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องมองหาก็คือป้ายที่มีชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ดูแลการให้เช่าห้องพักในอาคารนั้น ๆ ค่ะ ส่วนใหญ่เขาก็มีป้ายติดไว้เลยด้านหน้าอาคารว่ามีห้องว่างให้เช่า แต่บางอาคารก็ไม่มีเราต้องโทรไปถามว่ามีห้องว่างหรือไม่ ถ้ามีเราก็ต้องนัดวันและเวลาเพื่อเข้าดูห้องพักค่ะ เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยบางแห่งก็มีที่สำหรับนักศึกษาลงโฆษณาหาเพื่อนร่วมห้องมาแบ่งเช่าด้วยเหมือนกัน ซึ่งเขาจะมีชื่อและเบอร์โทรหรืออีเมล์ให้ทำการติดต่อนัดหมายเพื่อขอดูห้องก่อนได้

สุดท้ายที่อยากจะฝากบอกน้อง ๆ ก็คือการเลือกทำเลที่ตั้งและเพื่อนร่วมห้องหากใครเช่าอพาร์ตเม้นต์ที่ต้องมีรูมเมทหรือเพื่อนร่วมห้องนะคะ เวลาที่เราหาอพาร์ตเม้นต์แน่นอนที่สุดว่าต้องคำนึงถึงความใกล้หรือไกลมหาวิทยาลัย เวลาที่ใช้ในการเดินทาง และการเดินทางไปกลับระหว่างที่พักกับมหาวิทยาลัย นี่ไม่เพียงเพราะว่าเราต้องคำนึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่เรายังต้องคิดถึงความปลอดภัยด้วย ลองคิดดูว่าหากเรามีเรียนเลิกค่ำ หรือ ทำงานในมหาวิทยาลัยอย่างในห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่อาจจะเลิกงานตอนสี่ทุ่มหรือเที่ยงคืน เราจะเดินทางกลับที่พักอย่างไร แล้วมันจะปลอดภัยไหม 

ส่วนเพื่อนร่วมห้องก็สำคัญหากน้อง ๆ ตั้งใจที่จะเรียนให้จบเร็ว ๆ การเลือกเพื่อนร่วมห้องที่รักความสงบ ไม่ใช่ว่ามีปาร์ตี้เฮฮากันทุกวัน ตรงนี้ก็คงไม่ได้ทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านกันพอดี เพราะฉะนั้นการนัดพบดูห้องพักน้อง ๆ ต้องพิจารณาถึงเพื่อนร่วมห้องไปในตัวด้วยนะคะ การมีเพื่อนร่วมห้องเป็นชาวอเมริกันหรือนักเรียนต่างชาติที่ไม่ใช่คนไทยก็เป็นการช่วยเรื่องภาษาด้วย เพราะแน่นอนว่าถ้าเราพักกับเพื่อนคนไทย กลับมาที่ห้องก็พูดแต่ภาษาไทย แต่ถ้าพักกับเพื่อนต่างชาติ น้อง ๆ ก็ต้องพูดแต่ภาษาอังกฤษเป็นการฝึกความแข็งแรงของภาษาไปในตัวด้วยค่ะ

โดย ษุภากร แบ๊คลี่ย์



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *