เตรียมตัวขอวีซ่าอเมริกา (Visa America)

สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศอเมริกานั้น ในเรื่องของการทำวีซ่า เพื่อขออนุญาติเดินทางเข้าประเทศเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและน่าปวดหัวมากจริงๆ ค่ะ
 เราเป็นคนนึงค่ะที่อยากให้แม่มาเที่ยวที่อเมริกา ความจริงแม่อยากไปจ้างคนอื่น ทำให้ เพราะคิดว่าเค้าจะช่วยให้ผ่านวีซ่าอเมริกาได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อไปสอบถามราคาดูแล้ว โอ้โฮ!!! น่าตกใจมาก คิดราคาเป็นหลักหมื่น เรากับแม่ก็เลยต้องหาวิธีจัดการเรื่องต่างๆเอง เราจึงได้มีโอกาสศึกษาข้อมูล และขั้นตอนต่างๆเองจากในเว็บไซต์ โดยเรารับหน้าที่กรอกใบสมัครและเตรียมเอกสารต่างๆให้แม่ทั้งหมดเองด้วย หลังจากที่เราทำทุกอย่างทั้งหมดเองแล้ว เราคิดว่ามันก็ไม่ได้ยาก แต่ก็ไม่ง่าย เอ๊ะ ยังไง เรารู้ว่าคนส่วนใหญ่จะกลัวเรื่องการทำวีซ่าเอง เพราะได้ยินจากกิตติศัพท์ อันเลื่องชื่อของสถานฑูตอเมริกา และ การกรอกใบสมัครยังต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดอีก เรื่องนี้ยิ่งทำให้คนไทยเสียวตามๆกัน ทำใจเย็นไว้ค่ะ วันนี้จึงอยากถ่ายทอดประสบการณ์ ขั้นตอนและการเตรียมตัวเพื่อขอวีซ่า อเมริกา (อันแสนโหด) มาให้เพื่อนๆที่กำลังหาข้อมูล หรือกำลังจะเดินทางไปทำวีซ่าอเมริกาได้เข้าใจมากขึ้นค่ะ

วิธีการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราว มีขั้นตอนดังนี้ค่ะ
 
ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมข้อมูล และรายละเอียดการเดินทาง (ข้อมูลต่างๆเล่านี้เราจะต้องใช้กรอกในใบสมัครวีซ่า DS -160 ในขั้นตอนต่อไป)

ตอนที่เรารวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆ ของแม่ เราก็คิดว่าน่าจะได้ข้อมูลครบแล้ว แต่ที่ไหนได้มารู้อีกทีว่าเรายังมีข้อมูลหลายอย่างไม่ครบนี้หว่า มารู้ตอนกรอกแบบฟอร์มสมัครนี้แหละ  เพราะยังไม่มีที่อยู่ของโรงแรมที่แม่จะไปพักและไม่รู้จักชื่อจริง เพื่อนของแม่ที่จะไปเที่ยวอเมริกาด้วยกัน   ทำให้เราต้องรออยู่หลายวันกว่าจะได้ส่งใบสมัคร  ดังนั้นจึงอยากแนะนำเพื่อนๆ เข้าไปดูตัวอย่างคำถามในใบสมัครวีซ่า ดูก่อน  เรามีตัวอย่างใบสมัครของแม่มาให้ดูด้วย  จะได้เตรียมหาข้อมูลแต่เนิ่นๆ  เพราะเมื่อกรอกใบสมัครจริงจะได้ง่าย และไม่ใช้เวลานานมาก

** อย่าลืมเตรียมรูปถ่าย(ที่ได้มาตรฐานของสถานฑูต) และ ไฟล์ภาพ เพื่อดาวน์โหลดรูป ด้วยนะค่ะ

ดูตามลิงค์นี้ได้จ้า  ตัวอย่างคำถามในใบสมัครวีซ่าอเมริกา ดีเอส-160 (DS-160)

ขั้นตอนที่ 2: กรอกใบสมัครวีซ่า ดีเอส-160 (DS-160) ทางอินเตอร์เน็ต สมัครได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ตามลิงค์ด้านล่างค่ะ 
 
https://ceac.state.gov/genniv  
เข้าไปดูตัวอย่างใบสมัครวีซ่า ดีเอส-160 (DS-160) อีกครั้ง ได้ที่นี้

เมื่อกรอกข้อมูลในใบสมัครเรียบร้อยแล้ว แต่อย่าลืมตรวจทานข้อมูลต่างๆก่อนที่เราจะ คลิกยืนยัน นะค่ะ

*** คราวนี้ ก็มาถึงขั้นตอนที่สำคัญต้องปริ้นท์หน้ายืนยันใบสมัคร ดีเอส-160 (DS-160 confirmation page) ออกมาด้วย และนำมาในวันสัมภาษณ์ด้วย

บางคนอาจจะลืมปริ้นท์หรืออาจทำหาย  ไม่ต้องตกใจค่ะ เราจะได้รับหน้ายืนยันใบสมัคร ดีเอส-160 ทางเมล ที่เราแจ้งไป เราก็สามารถปริ้นท์ออกมาใหม่ได้ค่ะ

และเจ้าหมายเลขยืนยันในแบบฟอร์มการสมัครนี้เอง เราจะนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป คือ การนัดวันสัมภาษณ์วีซ่า นั่นเอง

ขั้นตอนที่ 3: ซื้อ PIN  (Personal Identification Number) และจองวันสัมภาษณ์วีซ่า

ที่จริงเราซื้อ PIN ก่อนเป็นอันดับแรกเลย เพราะคิดว่าจะต้องใช้ในขั้นตอนแรก แต่กว่าจะได้ใช้ก็ต้องรอกรอกใบสมัครขอวีซ่าให้เสร็จก่อน

การซื้อ PIN สามารถซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ต  หรือ ที่ไปรษณีย์ (เราไปซื้อที่ไปรษณีย์ค่ะ เพราะ สะดวกดี ราคา 384 บาท)

โดยเพียงกรอกชื่อ-ชื่อสกุลเป็นภาษาอังกฤษตามที่ระบุไว้ใหนังสือเดินทางและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเลือกซื้อ Pin Number ตามประเภทที่ต้องการใช้ได้เลยค่ะ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการซื้อ PIN ได้ที่นี่ค่ะ

เมื่อได้ PIN แล้ว เราก็เอาหมายเลขที่ติดมากับใบเสร็จ PIN นี้แหละ มาจองวันสัมภาษณ์ที่เว็บไซต์ นี้

http://thailand.us-visaservices.com หรือ โทร. 001-800-13-202-2457

เมื่อเข้าไปในเว็บไซต์ แล้วเลือกที่ ”ข้อมูลวีซ่าและการนัดหมาย” (Visa information and Appointment)
แล้วเราต้องเลือกว่า จะมาสัมภาษณที่สถานทูตกรุงเทพ หรือ ที่เชียงใหม่ ลองดูรายละเอียดดีๆนะค่ะว่าเราสามารถไปสัมภาษณ์ได้ที่ไหน

แล้วก็ถึงขั้นตอนของการเข้าไปในระบบ

Enter a user name : กรอกชื่อ
Enter a unique password : รหัสพาสเวิร์ด (เค้าจะบอกรายละเอียดว่าต้องใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ 1 ตัว พิมพ์เล็ก  1 ตัว สัญลักษณ์ 1 ตัว ตัวเลข 1 ตัว ลองดูตัวอย่างที่เค้าให้มานะคะ)
Confirm password: ยืนยันรหัสพาสเวิร์ด
Choose a secret question: เลือกคำถาม
Answer to the secret question: ตอบคำถาม
Please select a preferred language: เลือกภาษา
Enter your email address: กรอกอีเมล
enter your PIN here: ใส่รหัสพินที่ซื้อมา

สมัครเสร็จแล้วก็เข้าไปจองวันสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ

เราสามารถเลือกในช่องที่เป็นสีเขียวได้เลยค่ะ  ช่องสีฟ้าแสดงว่าเต็ม ช่องสีขาวเป็นวันหยุด ช่องสีเหลืองยังไม่เปิดให้จอง ต้องลองเค้ามาเช็คบ่อยๆนะค่ะ  ตอนที่เราเลือกจองวันสัมภาษณ์ให้แม่ ในช่วงนั้นตารางวันเต็มทั้งเดือนค่ะ สรุปกว่าจะได้สัมภาษณ์ ก็ต้องรออีก เกือบ 2 เดือน แต่ก็พยายามคิดว่าเป็นเรื่องดีค่ะ เพราะจะได้เตรียมเอกสารต่างๆ ที่มีมากมายให้พร้อม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการจองนัดสัมภาษณ์ได้ที่นี่ค่ะ

ขั้นตอนที่ 4: ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าที่ไปรษณีย์
 ตอนที่เราเช็คจากในเว็บมาหลายที่ ราคาประมาณ 4,500 บาท แต่เมื่อไปจ่ายตางค์ค่าธรรมเนียมที่ไปรษณีย์ ราคาปาเข้าไปที่ 5,120 บาท เราก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมราคาค่าธรรมเนียมมันขึ้นมาเยอะมาก เขาก็บอกว่า ทางสถานทูตอเมริกาปรับขึ้น  (ได้แต่แอบนึกในใจว่านอกจากกิตติศัพท์เรื่องความโหดแล้ว ยังหน้าเลือดอีก )

 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการชำระค่าธรรมเนียมได้ที่นี่ค่ะ

อย่าลืมเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานด้วยนะค่ะ เพราะเราต้องนำมาแสดงในวันสัมภาษณ์ด้วย

ขั้นตอนที่ 5: เดินทางมาที่สถานทูตสหรัฐ ที่กรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลสหรัฐที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับการสัมภาษณ์วีซ่า

 

หลังจากที่ผ่านการทำขั้นตอนต่างๆ เรียบร้อยแล้ว  เราจะพูดถึงรายละเอียดการเตรียมเอกสาร และการสัมภาษณ์ในครั้งต่อไปค่ะ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

HTML tags are not allowed.

พวกเราเป็นกลุ่มนักเรียนไทยในอเมริกา อยากที่จะถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ ต่างๆมากมายในอเมริกา เพื่อพี่น้องคนไทย พวกเราหวังว่าเรื่องราวต่างๆจะทำให้พี่น้องคนไทย สามารถปรับตัวได้อย่างง่ายดายในอเมริกา