การเดินทางในอเมริกาโดยใช้รถยนต์

การเดินทางในอเมริกาโดยใช้รถยนต์ ถือเป็นเรื่องจำเป็นของคนอเมริกันค่ะ คนอเมริกันเกือบทุกบ้านจะมีรถใช้ บางบ้านจะมีรถตามจำนวนสมาชิกในบ้านก็มี  การมีรถไว้ใช้ทำให้มีอิสระเสรี และสะดวกสบายในการเดินทางด้วย

ตอนที่เราพักอยู่ที่ชานเมืองของเวอร์จิเนีย การไม่มีรถใช้ทำให้เศร้าใจมากๆ เพราะแถบนี้มีรถบัสน้อย  รถไฟฟ้าก็เข้ายังไม่ถึง ครั้นจะไหว้วาน เพื่อนๆ มารับทุกครั้งไปก็เกรงใจ เราจึงต้องเลือกที่จะซื้อรถไว้ใช้เองดีกว่า รถยนต์ในอเมริกานี้ ราคาไม่แพงเลยค่ะ มือสองมือสามสภาพดีๆ มีเยอะ (แต่อย่าลืมพาช่างไปด้วยตอนซื้อด้วยนะค่ะจะได้ไม่ถูกหลอก)

การเลือกซื้อรถในอเมริกา

ตอนเราซื้อรถคันแรก เราก็หาดูหลายเว็บค่ะ เช่น

Craigslist.com  สามารถหารถมือสองในเว็บนี้ จะมีคนเข้ามา โพส รูป ราคา และรายละเอียดต่างๆ อยากได้รุ่นไหน ญี่ห้อไหน ก็ใส่ข้อมูลไปได้  ใจเย็นๆในการเลือกนะค่ะ ดูรายละเอียดหรือถามเจ้าของรถให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อรถ

KKB.com (Kelley Blue Book)  เว็บนี้เราสามารถเข้าไปดูราคาของรถได้ ตามสภาพ, ปี, รุ่น ของรถค่ะ

แต่สุดท้ายก็มาลงเอยกับรถของคนรู้จักคนนึงซึ่ง มาเสนอขายให้ในราคาถูกมาก ประมาณ 700 ดอล (ถ้าซื้อในเมืองไทยรถคันนี้คงราคาร่วมแสนบาท) รถก็อยู่ในสภาพใช้ได้ค่ะ ถามเค้าว่าทำไมถึงมาขายให้ ได้ความว่า เค้ารู้สึกว่าไม่ถูกโฉลกกับรถคันสีแดง เพราะเกือบเฉี่ยวชนอยู่บ่อยๆๆ ด้วยความที่เรางบน้อย และไม่ได้ใส่ใจเรื่องสี แค่ขอให้มีรถออกไปข้างนอกเพื่อไปเรียน ไปทำงาน และซื้อของได้ก็เท่านี้

การเช่ารถ(Car Rental) สำหรับใครที่ยังไม่มีรถใช้, รถมีปัญหาซ่อมแซมอยู่ หรือใครที่กำลังมีแผนการไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม สามารถติดต่อ รถเช่า (Car Rental)ได้ค่ะ ในอเมริกาการเดินทางใกล้ไกลโดยใช้รถเช่าก็เป็นเรื่องปกติ และได้รับความนิยมอย่างมาก  บริการรถเช่าจะมีหลากหลายบริษัทแข่งขันกัน  ทำให้ผู้ใช้บริการอย่างเราๆได้รับผลพลอยได้ค่ะ บริษัทที่ดังๆหลายแห่งเช่น Carmax, AVIS, ALAMO, FOX และอื่นๆ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องรถเช่าในอเมริกาได้ที่นี่เลยคะ

สามารถโทรจองได้ หรือ ถ้าจะให้ดีเข้าไปจองผ่านทางอินเตอร์เน็ตดีกว่าค่ะ เพราะเราสามารถเลือกบริการรถเช่าได้เอง โดยระบุ วันเวลาที่จะรับรถ และนำรถมาคืนได้ และที่สำคัญสามารถเห็นราคาและทำการเปรียบเทียบในแต่ละบริษัทได้  ในบางช่วงบริษัทรถเช่าต่างๆก็จะมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายด้วย ดังนั้นควรเตรียมการจองแต่เนิ่นๆ และเปรียบเทียบราคาให้ดีด้วยนะค่ะ

เราเคยเข้าไปทำการติดต่อรถเช่าโดยที่ไม่ได้ทำการจองล่วงหน้ามาก่อนด้วย  โฮ ไม่น่าเชื่อ!!! มันแพงกว่าราคาที่เคยหาในออนไลน์เยอะมาก  เค้าอ้างว่าช่วงนี้คนเช่ารถกันเยอะ และรถในสต็อกเหลือน้อยมาก เข็ดเลยค่ะ กับการ Walk in เข้าไปครั้งนั้น

ราคาการจองรถเช่า ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาจริงๆค่ะ บางช่วงฤดูท่องเที่ยว หลายคนเอารถออกต่างรัฐ ทำให้รถเช่าเหลือน้อย ดังนั้นราคารถก็จะพุ่งสูงขึ้นมาก แต่ช่วงไหนที่รถเช่ามีเยอะ ค่าเช่าก็จะถูกลง ส่วนราคาค่าเช่่ารถทั้งสัปดาห์เฉลี่ยแล้วจะถูกกว่าเช่ารถต่อวันมาก ส่วนการเช่ารถไปกลับก็จะถูกว่าการเช่ารถแบบขาเดียวอีกด้วย

ส่วนใครที่จองผ่านออนไลน์แล้ว ก็สามารถไปรับรถได้ที่ศูนย์รถเช่าที่มีทั่วไป หรือบริเวณสนามบินก็ได้ เมื่อตกลงปลงใจเช่ารถแล้ว จะมีการถามด้วยว่าจะซื้อประกันด้วยมั้ย? เราไปต่างรัฐในที่ไกลๆเลยจำใจต้องซื้อประกันค่ะ เพราะมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ไม่มานั่งเสียใจและเสียตางค์เพิ่มทีหลัง การเช่ารถผู้เช่าต้องมีอายุมากกว่า 25 ปีค่ะ และต้องจ่ายโดยใช้บัตรเครดิตด้วย (แต่บางบริษัทก็อนุโลมรับเดบิต สอบถามข้อมูลดีๆนะค่ะ)

ตัวช่วยในการขับรถ (GPS) การขับรถเองในอเมริกา เป็นเรื่องที่สะดวกสบายจริงๆค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีต้องรู้เส้นทาง หรือศึกษาเส้นทางให้ดีพอสมควร  ปัจจุบันนี้ GPS เครื่องมือช่วยในการเดินทางก็ได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา เรียกได้ว่าไปไหนมาไหนต้องมี GPS นั่นแหละทำให้อุ่นใจ ไร้กังวลเรื่องหลงทาง

แต่ฝากเตือนสำหรับคนที่กำลังจะขับรถเข้าไปในตัวเมืองก็ต้องระวังด้วยนะ เพราะถนนหนทางค่อนข้างสับสนค่ะ เราเคยขับรถหลงในดีซีเป็นชั่วโมงมาแล้ว กว่าจะหาทางกลับเจอ เล่นเอาเหนื่อย ส่วนอีกเมืองนึงที่เรายกให้เป็นเมืองที่ขับรถยากมากคือ เมืองซานฟรานซิสโก ค่ะ โอ้!!! แม่เจ้า ถนนหนทางในเมืองเต็มไปด้วยรถราง มีทางห้ามเลี้ยวซ้าย, ห้ามเลี้ยวขวา หรือห้ามกลับรถอยู่เยอะ  ขนาดมี GPS นำทางยังหลงอยู่ได้เป็นชั่วโมง

สำหรับเรื่องที่จอดรถ  ในชานเมืองก็หาไม่อยากค่ะ หลายที่ก็สามารถจอดฟรี ให้ดูป้ายดีๆนะว่าเค้าเตือนไม่ให้จอดหรือเปล่า ส่วนในการจอดรถในตัวเมืองจะค่อนข้างหายากหน่อย  ให้มองหาเจ้าตู้ข้างทางเพื่อหย่อนเงินลงไปก็สามารถจอดรถได้หลายนาทีอยู่

ระวังการจอดรถในที่ห้ามจอดไว้ด้วยค่ะ เช่น ที่จอดสำหรับคนพิการ  บริเวณขอบถนนที่มีสีแดงสีเหลือง บริเวณใกล้หัวปั้ม  บริเวณใกล้ป้ายรถบัส

สภาพอากาศในการขับรถ  เป็นเรื่องสำคัญนะคะ รัฐส่วนใหญ่ในอเมริกาจะต้องเจอกับหิมะ การขับรถท่ามกลางหิมะตกก็ต้องใช้ความระมัดระวังพอควร แต่ก็ไม่เท่ากับหลังพายุหิมะหยุด เพราะถนนจะลื่นมาก หิมะที่เคยฟูนุ่มจะถูกรถทับแล้วทับอีกจนอัดตัวกับเป็นทางน้ำแข็งที่ลื่นมากค่ะ ฤดูที่มีหิมะตกอย่างนี้ การขับรถค่อนข้างอันตรายคะ รถเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเพราะไม่ทันคิดว่าถนนลื่นนี่แหละ การใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ จะขับได้อย่างปลอดภัยขึ้นมาอีกหน่อยคะ

เราเองเคยมีประสบการณ์น่าหวาดเสียวอยู่ครั้งหนึ่ง คือตอนนั้นเลิกงานจะขับรถกลับบ้านในวันหลังที่มีหิมะตก ตรงปากทางจะออกจากซอยสู่ถนนใหญ่จะต้องขับขึ้นเนินด้วย ตอนนั้นถนนค่อนข้างลื่น เราขับอย่างช้าด้วยความระมัดระวังเพื่อออกถนนใหญ่ แต่ยังไง๊ก็ขึ้นเนินเตี้ยๆตรงปากทางนี่ไม่ได้ รถไหลลง แล้วล้อก็ฟรีอีก เราเลยถอยหลังแล้วเร่งเครื่องขึ้นมาเพื่อที่ไต่ขึ้นเนินลื่นๆนี่ ยังไงฉันต้องกลับบ้านให้ด๊าย พอทำอย่างนั้นรถก็ขึ้นเนินมาได้จริงๆคะ แต่หยุดไม่ได้!! เหยียบเบรคแล้วรถไม่ยอมหยุด แล้วข้างหน้าคือถนนใหญ่ที่รถขับอย่างเร็ว เดชะบุญ รถค่อยๆช้าลงตอนจะออกปากทางพอดี รถหยุดแบบเลยล้ำออกนอกซอยไปหน่อยนึง ค่อยยังชั่ว!!

การใช้รถยนต์ในอเมริกาจะไม่จำเป็นนัก สำหรับเมืองใหญ่ๆที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีคนอาศัยเป็นจำนวนมาก เพราะรถบริการสาธารณะมีอย่างพอเพียง เช่น นิวยอร์ค นอกจากรถบัสประจำทางแล้ว Taxi ก็ยังมีมากถึงมากที่สุด จนกลายเป็นภาพลักษณ์อีกอย่างของเมืองนิวยอร์คไปเลย หรือใน ชิคคาโก จะมีบริการรถรางด้วยค่ะ การมีรถขับในเมืองใหญ่ๆอย่างนี้ เจ้าของต้องเป็นผู้มีตังพอควรเลยทีเดียว เพราะนอกจากค่า tax และบริการอื่นๆเกี่ยวกับรถยนต์ที่สูงลิบแล้ว ค่าที่จอดรถยังแพงมากด้วยค่ะ

มาอยู่อเมริกาแล้ว การมีรถขับในอเมริกาเป็นเรื่องที่น่าสนุกค่ะ เป็นการเปิดโอกาส พาตัวเองไปเรียนรู้สถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจในประเทศที่กว้างใหญ่นี้ แต่อย่างไรก็ตาม ขอฝากไว้ว่ากฏระเบียบของที่นี่เคร่งครัด แถมมีความแตกต่างกันตามพื้นที่ด้วยนะคะ เราควรศึกษาเส้นทาง และกฏระเบียบ และสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศของสถานที่ที่เราจะไปให้ดี แล้วการเดินทางในอเมริกาโดยใช้รถยนต์ จะเป็นไปอย่างมีความสุขและปลอดภัยคะ

 


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *