คนดังอเมริกัน ผู้เคยผ่านความล้มเหลวมาก่อน

คนดังอเมริกัน ผู้เคยผ่านความล้มเหลวมาก่อนตลอดเวลาที่ผ่านมา…เราได้เห็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในอเมริกา หลายคนในด้านต่าง ๆ อาทิ นักธุรกิจ นักวิทยาศาสตร์ นักลงทุน ศิลปิน นักเขียน หรือแม้กระทั่งดารานักร้อง ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างมากมาย จนเรานึกอิจฉาและหวังว่าจะได้เป็นแบบนั้นบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่า…พวกเขาต้องใช้ความอดทนและล้มลุกคลุกคลานมากขนาดไหน ล้มเหลวมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งกว่าที่จะมีวันแห่งความสำเร็จได้ วันนี้เรามีเรื่องราวของ คนดังอเมริกัน ผู้เคยผ่านความล้มเหลวมาก่อน มาบอกต่อกันค่ะ

 

 

1. เฮนรี่ ฟอร์ด (Henry Ford)

 

แม้ว่าทุกวันนี้ทุกคนจะรู้จักชื่อเสียงของ ฟอร์ด เป็นอย่างดีในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ (Ford Motor) ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการรถยนต์ แต่เชื่อไหมว่า กว่าที่จะมีวันนี้ได้เขาต้องล้มเหลวกับธุรกิจมาก่อน และทำให้เขาต้องหมดเนื้อหมดตัวมาแล้วถึง 5 ครั้ง ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยเช่นทุกวันนี้

 

2. อาร์ เฮช เมซี่ (R. H. Macy)

 


เจ้าของศูนย์การค้าชื่อดังที่มีสาขาอยู่หลายแห่งทั่วอเมริกาอยู่ในทุกวันนี้ เขาต้องต่อสู้และฟันฝ่าอุปสรรคมากมายกว่าที่จะทำให้ธุรกิจของเขากลับมาได้รับความนิยมและยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยเฉพาะร้านในเมืองแห่งความศิวิไลซ์อย่าง นิวยอร์ก ที่มีผู้คนเข้าไปจับจ่ายใช้สอยกันอย่างมาก

3. บิล เกตส์ (Bill Gates)

 


คงไม่มีใครไม่รู้จักชายอัจฉริยะผู้นี้อย่างแน่นอน แรกเริ่มเดิมทีเส้นทางของเขาไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสักเท่าไหร่ หลังจากที่เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขากับเพื่อนได้ร่วมกันคิดผลงานที่ชื่อว่า ทราฟ-โอ-ดาต้า (Traf-O-Data) ขึ้นมาแต่ก็แป้กไป แต่คนอย่างเขาไม่เคยหยุดนิ่งเพียงเพราะก้าวแรกที่ผิดพลาด ภายหลังเขากับเพื่อน ๆ ก็ได้คิดผลงานที่สร้างชื่อให้เขาที่สุดอย่าง “ไมโครซอฟท์” (Microsoft) ขึ้นมา จากนั้นก็ไม่มีใครสงสัยในความสามารถของเขาอีกต่อไป

4. ฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอร์ส (Harland David Sanders)

 


งงใช่ไหม? …แต่ถ้าเป็น ผู้พันแซนเดอร์ส คงคุ้นหูมากกว่าและนึกถึงชายแก่ร่างท้วมใส่ชุดสูทสีขาวยืนอยู่หน้าร้านขายไก่ทอดชื่อ “เคเอฟซี” (KFC หรือ Kentucky Fried Chicken) ทุกคนต้องร้อง อ๋อออ อย่างแน่นอนที่สุด ไม่น่าเชื่อเลยว่าสูตรลับในการปรุงไก่ทอดที่ออกมาเป็นที่นิยมในปัจจุบันนั้น กลับถูกปฏิเสธจากร้านอาหารต่าง ๆ มามากถึง 1,009 ครั้ง ก่อนจะประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด

 

5. วอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney)

 


ทุกวันนี้ชื่อ “วอลท์ ดิสนีย์” เลื่องลือไปทั่วโลกว่าเป็นผู้สร้างความยิ่งใหญ่และต่อเติมโลกแห่งจินตนาการให้กับทุกคน ซึ่งมีรายได้จำนวนมหาศาลจากสวนสนุก ผลิตภัณฑ์สินค้าและภาพยนตร์ แต่เขากลับต้องเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ด้วยความทุลักทุเล โดยหลังจากที่โดนไล่ออกจากงานหนังสือพิมพ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า “ขาดจินตนาการและความคิดดี ๆ ในการสร้างสรรค์งาน” เขาก็ได้เริ่มทำธุรกิจของตัวเอง แต่ทำได้ไม่นานกิจการก็ต้องล้มพับไป แถมยังล้มละลายอีกด้วย อย่างไรก็ดี คนที่เคยถูกตราหน้าว่าไร้จินตนาการ ก็ได้ร่ายเวทมนต์ เนรมิตผลงานของเขาได้อย่างน่าอัศจรรย์ แบบไร้ข้อกังขาอีกต่อไป

 

6. อัลเบิร์ท ไอน์สไตน์ (Albert Einstein)

 


เมื่อได้ยินถึงชื่อชายผู้นี้แล้ว คนส่วนใหญ่จะให้นิยามเขาว่า “อัจฉริยะ” ซึ่งจริง ๆ แล้ว เขาไม่ได้เป็นอย่างที่ว่า ตั้งแต่เกิดมา ไอน์สไตน์ พูดไม่ได้จนกระทั่งเขาอายุได้ 4 ขวบ และอ่านไม่ได้จนอายุ 7 ขวบ โดยที่บรรดาครูและพ่อแม่ของเขาต่างคิดว่า เขาอาจจะมีความผิดปกติทางด้านจิตใจ นอกจากพัฒนาการที่เป็นไปอย่างช้าแล้ว เขายังต่อต้านการเข้าสังคมอีกด้วย แต่ใครจะเชื่อล่ะว่า เมื่อโตขึ้นมาเขาจะคว้ารางวัลโนเบลไปครอง และยังพลิกโฉมหน้าวงการฟิสิกส์ให้ก้าวหน้าไปไกลเกินกว่าใครจะคาดคิด

7. โรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก (Robert Sternberg)


นักจิตวิทยาผู้แสนชาญฉลาด ผู้เป็นถึงประธานสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน เคยมีการเรียนที่ไม่ค่อยสู้ดีนักในสมัยเป็นนักเรียน ถึงขนาดครูผู้สอนในชั้นเรียนจิตวิทยาเคยสบประมาทเขาไว้ว่าไม่เอาไหน แต่แล้วเขาก็กลับลบคำวิจารณ์นั้นด้วยการตั้งใจเรียนจนจบด็อคเตอร์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้สำเร็จ

8. โธมัส เอดิสัน (Thomas Edison)

     

              เป็นผู้พัฒนาและประดิษฐ์หลอดไฟที่ทุกคนต้องได้ยินชื่อเสียงเขามาก่อนอย่างแน่นอน ซึ่งกว่าที่เขาจะมาเป็นสุดยอดนักประดิษฐ์ได้ เขาต้องเจอกับคำถากถางจากอาจารย์ในชั้นเรียนว่าตัวเขา “โง่เกินกว่าที่จะเรียนรู้อะไรสักอย่างได้” และแม้กระทั่งในยามที่เขาทำงานแล้ว เขายังเคยถูกไล่ออกจากงานด้วยเหตุผลที่ว่า เขาทำงานได้ไม่ดีพอ จนเขาหันมาสนใจในงานประดิษฐ์หลอดไฟ ซึ่งเขาต้องทดลองสร้างและพบความล้มเหลวมานับพันครั้ง กว่าที่จะออกมาเป็นหลอดไฟที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้

 

9. ออร์วิลล์ และ วิลเบอร์ ไรท์ (Orville and Wilbur Wright)


สองพี่น้องยอดนักประดิษฐ์ทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมาย ก่อนที่จะเริ่มต้นเปิดร้านจักรยาน ซึงจุดประกายความคิดที่จะสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่บินได้ขึ้นมา และพวกเขาได้ทดลองสร้างเครื่องยนต์ที่ทำให้ยานพาหนะบินได้ แต่ผลงานตัวต้นแบบหลายต่อหลายชิ้นไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งหลายปีหลังจากนั้นทั้งสองก็ได้สร้างเครื่องบินให้ออกมาวาดลวดลายบนท้องฟ้าได้สำเร็จ

10. อับราฮัม ลินคอห์น (Abraham Lincoln)

 


ลินคอห์น คือผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา ทว่ากว่าที่จะมีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ได้ เขาต้องผ่านอะไรมานักต่อนัก ในสมัยวัยรุ่นเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำในการออกรบในศึกสงคราม แต่ต้องกลับมาในตำแหน่งที่เหลือเพียงแค่นายทหารเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาย่อท้อต่อชะตาชีวิตแม้เพียงนิดเดียว ซึ่งเขาก็พยายามดิ้นรนต่อสู้อย่างหนัก จนก้าวขึ้นมายืนในตำแหน่งประธานาธิบดีได้สำเร็จ ก่อนจะถูกลอบสังหารในระหว่างไปดูละครเวที

11. โอปราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey)

 


ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักเธอในฐานะ “เจ้าแม่พิธีกรรายการทีวี” ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในสหรัฐอเมริกา ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่ำรวยและเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในโลกด้วย แต่ชีวิตในวัยเด็กของเธอต้องเผชิญกับความยากลำบาก และเธอเคยถูกไล่ออกจากงานนักข่าวทางทีวี ด้วยเหตุผลที่ว่า “เธอดูไม่เหมาะกับรายการทีวี” อย่างไรก็ดี ตอนนี้คงไม่มีใครสงสัยในความสามารถของเธออีกต่อไปแล้ว

 12. สตีเว่น สปีลเบิร์ค (Steven Spielberg)

 


หากเอ่ยชื่อของพ่อมดแห่งวงการภาพยนตร์ ชื่อของ “สปีลเบิร์ค” จะต้องลอยขึ้นมาอยู่ในหัวอย่างแน่นอน ผลงานต่าง ๆ มากมายที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วทั้งโลก คงเป็นเครื่องการันตีความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดี  ทว่าสมัยเรียนชีวิตเขากลับไม่รุ่งโรจน์เหมือนผลงานที่เห็นตอนนี้ เมื่อเขาเคยถูกปฏิเสธการรับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัย  Southern California School of Theater, Film and Television มาถึง 3 ครั้ง จนสุดท้ายเขาตัดสินใจเลือกไปเรียนที่อื่น แต่ยังไม่ทันเรียนจบดี เขาก็พักการเรียนไว้เพื่อออกไปทำงานเป็นผู้กำกับ จนกระทั่งผ่านไป 35 ปีหลังจากเริ่มเรียนปริญญาตรี เขาก็กลับไปเรียนต่อจนจบในปี 2002

13. มาริลีน มอนโร (Marilyn Monroe)

 
สาวผมบลอนด์ทรงเสน่ห์ ขวัญใจใครหลายต่อหลายคน เคยถูกตัวแทนคัดเลือกนางแบบ บอกให้เธอไปเป็นเลขาฯ น่าจะดีกว่ามาเป็นนางแบบ แต่แล้วเธอก็ตอกกลับตัวแทนเหล่านั้นด้วยการพัฒนาฝีมือจนก้าวขึ้นมาเป็นนางแบบและดาราที่โด่งดังเป็นพลุแตกได้ ถึงแม้ว่าเธอจะจากโลกไปนานแล้ว แต่ผลงานของเธอยังติดตราตรึงใจผู้ชมจวบจนทุกวันนี้

14. เอลวิส เพรสลี่ย์ (Elvis Presley)


ไม่มีใครไม่รู้จักเขา ถึงแม้เขาจะสิ้นลมหายใจไปนานแล้วก็ตาม แต่ผู้คนก็ยังระลึกถึงเขาและให้เกียรติเขาเสมอมา นอกจากนี้เอลวิสยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักร้องที่มียอดขายดีที่สุดตลอดกาลอีกด้วย แต่หากย้อนกลับไปในปี 1954 ชื่อเอลวิส ยังเป็นชื่อที่ไม่มีใครรู้จักและยังเคยโดน จิมมี่ เดนนี่ ผู้จัดการของรายการ Grand Ole Opry ไล่ออกหลังจากเขาแสดงไปได้เพลงเดียว แถมยังบอกอีกว่า “คุณไปไหนไม่ได้ไกลหรอก ถ้ามีฝีมือแค่นี้ ผมว่าคุณกลับไปขับรถบรรทุกดีกว่านะ” ซึ่งหลังจาก “ราชาร็อกแอนด์โรล” มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จิมมี่คงนึกอยากเขกหัวตัวเองที่ไล่เขาไปในวันนั้น

 

15. ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan)


คนส่วนใหญ่คงไม่เชื่อว่าอดีตนักบาสเกตบอลหมายเลขหนึ่งของโลกอย่าง จอร์แดน จะเคยไม่ผ่านการคัดตัวเข้าทีมโรงเรียน โชคดีที่ว่า เขาไม่ได้หมดหวังและยังเดินหน้าซ้อมเสมอมา เขากล่าวไว้ว่า “ตลอดชีวิตอาชีพนักบาส ผมพลาดจังหวะยิงมาแล้วมากกว่า 9,000 ครั้ง แพ้มาเกือบ 300 เกมการแข่งขัน ต้องล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเหล่า แต่นั่นแหละที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จในอาชีพของผม”

 เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับรายชื่อบุคคลดังอเมริกัน ผู้เคยผ่านความล้มเหลวมาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าจากคนที่ไม่มีอะไรเลย แต่ต่อสู้ชีวิตมาจนได้ดี ซึ่งเท่าที่สังเกตดู ทุกคนต่างใช้ “ความพยายาม” และ “ความรัก” ในสิ่งที่ทำ ต่อสู้มาจนกระทั่งประสบความสำเร็จ ดังนั้นเราเองก็เช่นกัน หากรักหรือชอบที่จะทำสิ่งใด ก็ขอให้ตั้งใจทำให้ดีที่สุดเหมือนกับพวกเขาเหล่านี้…

 



ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: http://hilight.kapook.com, onlinecollege.org,

www.target.comwww.quotestree.com ,www.ascensionearth2012.org

www.slideshare.net,www.tuneupmedia.comwww.nydailynews.com

 

One comment

  1. van says:

    สักวันนน จะเป็นวันที่ประสบความสำเร็จของผม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *