งานอาสาสมัครกับการสมัครงาน

งานอาสาสมัครกับการสมัครงานในอเมริกามีคำถามเข้ามาว่าการทำงานอาสาสมัครจะช่วยในเรื่องการสมัครงานจริงหรือ ตรงนี้ตอบยากค่ะว่าจริงหรือไม่จริง แต่ถ้าถามว่าการทำงานอาสาสมัครนั้นมีประโยชน์กับคนที่ทำหรือไม่ คำถามนี้ตอบได้ทันทีไม่ต้องคิดนานเลยค่ะว่ามีประโยชน์แน่นอน เพราะว่าการทำงานทุกอย่างนั้นเป็นการฝึกทักษะและสั่งสมประสบการณ์ทั้งนั้นค่ะ ซึ่งทักษะความรู้ที่มาจากการทำงานอาสาสมัครนั้นเป็นประโยชน์ให้แก่ตัวเองอย่างไม่รู้ตัวในหลายๆแง่ค่ะ

 เริ่มตั้งแต่การจัดการเวลาของตัวเอง การเข้าสังคมและพบปะผู้คน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมไปถึงความสามารถในการนำความรู้จากการเรียนมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง นี่ยังไม่รวมการเรียนรู้อื่นๆที่หาไม่ได้จากในหนังสือหรือในห้องเรียนอีกด้วยค่ะ แล้วในเรื่องของการได้งานหรืออื่นๆนั้นการทำงานอาสาสมัครจะไม่ช่วยเลยหรือ เอาเป็นว่าค่อยๆดูค่อยๆอ่านกันก่อนที่จะประมวลผลดีกว่านะคะ

เมื่อตอนที่ยังเป็นนักศึกษาปริญญาโทอยู่ก็เป็นอาสาสมัครในหลายๆงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานที่คณะ นอกการขอทุนการศึกษาจากจะได้รับประโยชน์ต่างๆที่ได้บอกไปแล้ว งานแต่ละอย่างที่อาสาสมัครไปนั้นก็สามารถเอาไปลงในใบสมัครทุนการศึกษาได้ ซึ่งตอนนั้นก็ได้ทุนการศึกษามาแบ่งเบาภาระได้ทุกๆภาคเรียนเหมือนกัน ส่วนใหญ่ในการขอทุนการศึกษาต่างๆเขาจะมีที่ให้เราระบุว่าเคยอาสาสมัครที่ไหนเมื่อไร และ ทำอะไรบ้าง ก็เหมือนกับการกรอบประสบการณ์การทำงานในใบสมัครหรือ Resume

 นี่ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในการขอทุนจากมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่เท่านั้น แต่เท่าที่เห็นมาประสบการณ์การทำงานอาสาสมัครเป็นสิ่งหนึ่งที่ใช้ในการประกอบการตัดสินใจที่จะมอบทุนการศึกษาของที่นี่ค่ะ เหตุผลก็คือ ถ้าเราจะขอทุนการศึกษาแบบให้เปล่าซึ่งเป็นเงินที่มาจากการสนับสนุนของสังคมแล้ว ผู้รับทุนก็ควรจะมีการตอบแทนสิ่งดีๆให้แก่สังคมบ้างเช่นกัน แต่ก็ต้องมีผลการเรียนที่ดีด้วยนะคะ ถ้ามีการอาสาสมัครมากมายแต่ผลการเรียนไม่ดีแล้วหวังจะได้ทุนก็อาจจะยากหน่อยค่ะ

การอาสาสมัครอาจจะมีส่วนช่วยให้ได้งานทำในรูปของการเปิดการเปิดตัวว่าเรามีความสามารถในการทำงานหรือมีความรับผิดชอบหรือไม่มากกว่าค่ะ  เวลาไปลงชื่ออาสาสมัครที่นี่ปกติเขาจะถามว่าอยากจะช่วยในส่วนไหน สามารถมาช่วยได้วันไหนบ้าง และ กี่ชั่วโมง ซึ่งตรงนี้จะเป็นการลงเวลาที่ค่อนข้างจะตายตัว เพราะว่าองค์กรที่ต้องการอาสาสมัครนั้นมักจะมีงานล้นมือและต้องการความช่วยเหลือมากอยู่แล้ว ถ้าเราลงชื่อไว้แล้วนึกอยากจะมาก็มาอยากจะไปก็ไปอย่างนี้ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ขององค์กรนั้นเห็นว่าเราไม่สามารถไว้วางใจได้ แต่ในทางกลับกันถ้าเราตั้งใจช่วยงาน ไม่เกี่ยงเวลา

ตรงนี้ก็อาจจะมีผลดีที่จะตอบการอาสาสมัครสนองเราได้ในเรื่องของงานก็ได้ค่ะ เพราะถึงแม่ว่าองค์กรที่เราไปช่วยอาสาสมัครอยู่นั้นเป็นองค์กรการกุศล หรือ ที่เรียกว่า Non-profit organizations แต่องค์กรเหล่านี้ก็ยังต้องการพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ประจำค่ะ แล้วเมื่อไรก็ตามที่พวกเขาต้องการพนักงานประจำ เราก็จะมีภาษีดีกว่าผู้สมัครรายอื่นๆและได้รับการเสนองานประจำได้ค่ะ เพราะว่าเขารู้จักเราดีอยู่แล้วและเราก็รู้จักองค์กรดีแล้วเช่นกัน ซึ่งการรับเราเข้าทำงานทำให้ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการฝึกงานให้แก่องค์กรอีกด้วยค่ะ

บางครั้งการอาสาสมัครก็อาจจะทำให้เราได้งานกับบริษัทอื่นที่ไม่ใช่องค์กรที่เราไปช่วยงานอยู่ได้ด้วยเช่นกันค่ะ เวลาที่องค์กรการกุศลเหล่านี้ทำกิจกรรมให้กับสังคม องค์กรเหล่านี้จะมีเงินทุนที่ค่อนข้างจำกัดเพราะอย่างประเภทขององค์กรก็บอกอยู่แล้วว่า Non-profit organization เพราะฉะนั้นกิจกรรมต่างๆก็จะจัดให้แก่สังคมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย คราวนี้องค์กรเหล่านี้ก็จะต้องขอการสนับสนุนจากทั้งทางภาครัฐและเอกชน เมื่อเราเข้าไปอาสาสมัครก็จะมีโอกาสได้ติดต่อประสานงานกับบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ได้พบปะพูดคุยกับคนมากมายหลายระดับและหลายหน่วยงาน ซึ่งตรงนี้ก็จะเปิดโอกาสให้เราได้แสดงความสามารถให้แก่ผู้ว่าจ้างงานจากที่ต่างๆ ซึ่งก็เหมือนกับการโฆษณาสินค้า แต่เป็นการโฆษณาสรรพคุณและคุณภาพจริงของเราโดยการแสดงให้เขาเห็นโดยตรงไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งถ้าเราทำงานอาสาสมัครได้ดี ทางเจ้าของบริษัทหรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นเห็นว่าเรามีแววดี ก็อาจจะดึงตัวเราไปทำงานด้วยโดยที่ไม่ต้องสมัครงานเลยก็มีค่ะ

ตรงนี้เห็นแล้วใช่ไม๊คะว่างานอาสาสมัครสามารถให้ประโยชน์และช่วยในเรื่องงานได้อย่างไร  ซึ่งมันเป็นการช่วยในทางอ้อมและไม่มีอะไรมารับประกันได้ บางคนทำงานอาสาสมัครได้ดีมีความสามารถไม่มีที่ติมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว แต่ก็อาจจะไม่เคยได้รับการเสนองานก็มีค่ะ เพราะฉะนั้นอยากจะแนะนำว่าให้มองงานอาสาสมัครว่าเป็นการช่วยสังคมเป็นหลักจะดีกว่าค่ะ แต่ถ้าทางองค์กรเขาจะออกใบรับรองการอาสาสมัครหรือลงชั่วโมงช่วยงานก็รับๆมาด้วยนะคะ โดยเฉพาะน้องๆนักศึกษาเผื่อว่าอาจจำเป็นต้องใช้ในการขอทุนการศึกษาค่ะ

สำหรับคนที่ต้องการทำงานอาสาสมัครแล้วไม่รู้ว่าจะไปติดต่อที่ไหนนี่ก็ง่ายมาก เพราะแต่ละเมือง หรือแต่ละ county จะมีรายชื่อองค์กรอาสาสมัครไว้ให้ซึ่งต้องไปติดต่อสอบถามที่ Town Hall หรือ City Hall ค่ะ แถมองค์กรที่ลงชื่อไว้กับที่ทำการของเมืองเป็นองค์กรที่เชื่อถือได้อีกด้วยค่ะ ส่วนงานอาสาสมัครจะมีอะไรบ้างนั้นเขาก็จะระบุเอาไว้เลยซึ่งจะไปทำคนเดียวหรือจะไปแบบทีมทั้งครอบครัวก็ได้ค่ะ

 เมื่ออาทิตย์ก่อนมีเวลาก็ไปกันทั้งพ่อแม่ลูกไปอาสาสมัครช่วยเก็บขยะที่สวนสาธารณะของเมือง แข่งกันว่าใครจะเก็บได้มากที่สุดวันนั้นก็เลยได้สนุกกับการเก็บขยะทั้งวันไปค่ะ ที่เมืองที่อยู่นี่ยังมีองค์กรให้อาสาสมัครอยู่อีกหลายประเภท กิจกรรมก็มีตั้งแต่การปลูกต้นไม้ การจัดแต่งสวนหย่อม การจัดเตรียมอาหารให้แก่เด็กในครอบครัวยากจน การเก็บขยะ หรือการช่วยจัดงานเทศกาลของเมือง เท่าที่เข้าไปดูในเว็บไซด์ก็มีอยู่มากกว่ายี่สิบองค์กรที่ต้องการอาสาสมัคร หรือสำหรับคนที่มีลูกมีหลานเข้าโรงเรียนที่นี่ก็ไปอาสาสมัครที่โรงเรียนของน้องๆลูกๆหลานๆของเราเองก็ได้ค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังมีงานกิจกรรมต่างๆให้ได้ช่วยแน่นอนค่ะ

เห็นไหมล่ะคะว่างานอาสาสมัครนั้นมีประโยชน์ในด้านการสมัครงาน แต่มักจะเป็นในทางอ้อมมากกว่า ถือเสียว่าการอาสาสมัครเป็นการฝึกทักษะการเข้าสังคม เป็นการหาเพื่อนและฆ่าเวลาโดยใช้เวลาที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์แก่ทั้งตัวเองและสังคม เมื่อเราได้ทำกิจกรรมได้เข้าสังคมบ้าง เราก็จะได้รู้ได้เห็นในสิ่งใหม่ๆ ได้ความคิดใหม่ ซึ่งอาจจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการงาน ธุรกิจส่วนตัว หรือ การใช้ชีวิตก็ได้เช่นกัน และโดยส่วนตัวซึ่งเป็นชาวพุทธด้วยแล้วชอบที่จะไปช่วยงานอาสาสมัครต่างๆเมื่อมีโอกาสค่ะ เพราะมันทำให้เราสบายใจที่ได้ช่วยคนอื่นแถมยังมีเพื่อนดีๆมากขึ้นด้วยค่ะ

 

By Supakorn -Intercultural Consulting and Services LLC


ขอบคุณภาพประกอบจาก: www.whitehouse.gov ,www.fastweb.com,www.examiner.com

www.woodcountychristian.org

2 comments

  1. piyaporn says:

    สนใจสมัครอยากเป็นนักอาสาสมัครเข้าเข้าโครงการจิตอาสาคะ

  2. preyamas says:

    ถ้าเราทำงานในองค์กรช่วยเหลือสังคมก็ถือว่าเราได้ช่วยเหลือสังคมแล้วหล่ะครับ อยากให้ประเทศไทยมี องค์กรช่วยเหลือสังคมเยอะๆ จัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *