งาน Part-time ในอเมริกา

งาน Part-time ในอเมริกาเมื่อตัดสินใจมาเรียนที่อเมริกานี่ สิ่งแรกที่คิดถึงก็คือเรื่องเงินว่าที่บ้านจะสามารถส่งเสียได้หรือไม่  แต่เมื่อถามไถ่คนที่เขาเคยมีประสบการณ์มาเรียนที่นี่ก่อนหน้าเราแล้ว ทุกคนก็แนะนำว่าเมื่อมาถึงแล้วก็ให้หางานพิเศษทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านก็ได้ บางคนก็บอกว่าทำงานที่นี่ได้เงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่บ้านไม่ต้องส่งเลยก็ได้

เมื่อได้ยินจากปากของคนที่มาที่นี่แล้วก็เบาใจว่าเผื่อเหลือเผื่อขาดก็หางานทำได้ แต่ก็นับว่าตัวเองโชคดีค่ะที่ทางบ้านไม่ได้ลำบากอะไร ก็เลยเอาเรื่องเรียนเป็นหลักและทำงานพิเศษไปเพื่อหาประสบการณ์และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากกว่าที่จะต้องทำงานหนักมากนัก คราวนี้ก็จะมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานพิเศษที่นี่ให้ได้ทราบกันค่ะ

งานแรกที่เคยทำที่นี่เป็นงานพิเศษที่ทำในมหาวิทยาลัยค่ะ  ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาหรือเอกชนจะมีงานพิเศษให้นักศึกษาได้ทำค่ะ ซึ่งอันที่จริงตำแหน่งงานต่างๆในมหาวิทยาลัยนี่จะเป็นงานพิเศษให้นักศึกษามากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนตำแหน่งงานทั้งหมดก็ว่าได้ค่ะ ลักษณะงานก็จะมีมากมายหลายแบบให้เลือกตั้งแต่งานสำนักงาน ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ โรงอาหาร ห้องครัว ร้านขายของ ตลอดไปจนถึงที่หอพักนักศึกษาด้วยค่ะ แต่ตอนที่ตัวเองทำนั้นได้เลือกทำที่สำนักงานของคณะค่ะ

เวลาสมัครก็ต้องเริ่มจากหาตำแหน่งว่างก่อน ซึ่งในเว็บไซด์ของมหาวิทยาลัยจะมีหน้าที่นักศึกษาสามารถเข้าไปหาดูงานได้ค่ะ การสมัครก็ธรรมดาเหมือนการสมัครงานทั่วไป สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มก็คือเลขที่ผู้เสียภาษีค่ะ แต่ปกติทางสำนักงานนักศึกษาต่างประเทศ หรือ International Student Office จะช่วยในการสมัครขอหมายเลขผู้เสียภาษีหรือ Social Security Number (SSN) ตั้งแต่ช่วงปฐมนิเทศค่ะ

เมื่อได้งานแล้วทางผู้ดูแลหรือหัวหน้างานของเราก็จะมาตารางเวลาการทำงานค่ะ ซึ่งตอนนั้นตามกฎหมายของผู้ที่ถือวีซ่านักศึกษาต่างชาตินั้น จะสามารถทำงานได้สัปดาห์ละยี่สิบชั่วโมง ถ้าเป็นช่วงปิดภาคฤดูร้อนจะสามารถทำเป็น Full-time ได้สี่สิบชั่วโมงต่อสัปดาห์ค่ะ แต่ไม่มีสวัสดิการอื่นๆนะคะ ค่าจ้างก็จะได้จ่ายเป็นรายชั่วโมงแล้วแต่ลักษณะงานค่ะ งานในสำนักงานนี้ก็เหมือนเสมียนทั่วไปตั้งแต่รับโทรศัพท์ ถ่ายเอกสาร พิมพ์จดหมาย เตรียมเอกสาร จัดเอกสาร เป็นงานออฟฟิศทั่วๆไปค่ะ

สำหรับคนที่เรียนดีหน่อยก็อาจจะได้งานช่วยสอนหรือช่วยงานวิจัยของอาจารย์ได้ค่ะ แถมยังมีค่าจ้างราย Research Assistanceชั่วโมงสูงกว่างานอื่นๆด้วยค่ะ อย่างตอนที่ทำตอนนั้นเป็น เจ้าหน้าที่ช่วยวิจัย หรือ Research Assistance งานนี้มีหน้าที่ค้นคว้าข้อมูลต่างๆ เพราะฉะนั้นนอกจากผลการเรียนที่ดีแล้วคนที่จะทำงานนี้ได้จะต้องรู้วิธีการค้นหาข้อมูลต่างๆค่ะ

มีเพื่อนๆนักเรียนทุนจากประเทศไทยที่เรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐบาลเล่าให้ฟังว่า นักศึกษาต่างชาติที่ได้ทำงานเป็นผู้ช่วยสอน หรือ ผู้ช่วยวิจัยที่มหาวิทยาลัยรัฐบาลนี้ นอกจากจะได้รับค่าจ้างที่สูงกว่างานอื่นๆแล้วยังได้รับอัตราค่าเล่าเรียนเท่ากับนักศึกษาชาวอเมริกันอีกด้วย ซึ่งอัตราค่าเล่าเรียนนี้จะเท่ากับว่าได้รับส่วนลดถึง 50% ทีเดียวซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นโชคสองต่อเลยทีเดียวค่ะ

อันที่จริงแล้วตัวเองก็อยากที่จะทำงานข้างนอกมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่มันติดอยู่ที่ว่ามีอุปสรรคทางด้านเอกสารและข้อกฎหมายต่างๆค่ะ คือตอนนั้นกฎหมายกำหนดไว้อีกว่าถ้านักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่า F1 หรือวีซ่านักศึกษานั้นจะสามารถทำงานข้างนอกมหาวิทยาลัยได้เฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับคณะที่เรียนเท่านั้น

หากฝ่าฝืนจะมีโทษคือการถูกปรับและถูกส่งกลับประเทศและไม่สามารถกลับมาสหรัฐอเมริกาได้อีกภายในช่วงเวลาสิบปีค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังต้องเปลี่ยนวีซ่าจากประเภทนักศึกษาให้เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ทำงานได้ ซึ่งก็มีข้อแม้ว่าจะเปลี่ยนได้ก็ต้องมีผู้จ้างงานรับประกัน ลองคิดดูสิคะว่านายจ้างที่ไหนจะยอมลงทุนเสียเวลามากขนาดนั้นนอกเสียจากว่าเราเป็นอัจฉริยะหรือมีความสามารถพิเศษมากๆเท่านั้น

ส่วนงานธรรมดาข้างนอกมหาวิทยาลัยอย่างเช่นงานร้านอาหาร ก็มีกฎหมายตัวเดียวกันกำหนดอยู่ค่ะ แถมถ้าถูกเจ้าหน้าที่กงสุลจับได้ เจ้าของร้านก็จะถูกปรับด้วยเช่นกัน ดังนั้นเจ้าของร้านส่วนใหญ่เขาก็ไม่ค่อยกล้าช่วยนักศึกษาชาวไทยถึงแม้อยากจะช่วยก็ตามค่ะ แต่ถ้าบางคนที่รู้จักกับเจ้าของร้านดีเขาก็จะให้ช่วยโดยจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสดไป

เวลาเจ้าหน้าที่มาตรวจเขาก็อาจจะอ้างว่านักศึกษาคนนั้นเป็นหลานให้มาช่วยงานในร้านไม่ได้ว่าจ้างอะไร แต่ในบางเมืองหรือบางรัฐที่มีจำนวนคนต่างด้าวอยู่มากๆ เขาก็ไม่ค่อยตรวจค่ะ แต่ที่มินิโซตานี่เขาตรวจกันมากหน่อยก็เลยไม่ได้งานที่ร้านกับเขาสักทีค่ะ

แต่ถ้าเป็นตอนที่เรียนจบได้รับปริญญาแล้วนี่จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ เพราะปกติแล้วเมื่อเรียนจบนักศึกษาต่างชาติจะสามารถขออนุญาตอยู่ต่อเพื่อฝึกงานได้อีกหนึ่งปี ซึ่งก็จะได้ในอนุญาตให้ทำงานได้ โดยส่วนใหญ่พอใกล้ๆจะจบนักศึกษาส่วนใหญ่ก็จะต้องรีบหางานทำให้ได้เร็วที่สุด เพราะเมื่อจบแล้วก็จะได้เริ่ม

get a job in USAทำงานได้ทันทีค่ะ แต่ว่าคงจะให้ข้อมูลโดยละเอียดคงไม่ได้เพราะตอนนั้นตัวเองไม่ได้ขออนุญาตทำงานหลังจากเรียนจบ แต่ก็มีบางคนที่ได้ยินมาว่าเมื่อได้เข้าทำงานแล้วการที่จะขออนุญาตอยู่ทำงานต่อนั้นไม่ยากและค่าใช้จ่ายก็ไม่มากนัก ถ้าใครสนใจคงต้องติดต่อ International Student Office เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมนะคะ

ที่เล่ามานี่เป็นเพียงประสบการณ์เพียงเล็กๆน้อยๆที่ตัวเองเคยทำมาเท่านั้น ถึงแม้ว่าตอนนี้เศรษฐกิจกำลังตกสะเก็ดอย่างไรเสียงานต่างๆก็ยังมีให้เลือกทำอยู่มากเหมือนกัน ทุกอย่างมันขึ้นอยู่ว่าเราเลือกงานมากไปหรือไม่และเรามีความจำเป็นที่ต้องทำงานมากน้อยแค่ไหน

แต่ที่สำคัญสำหรับน้องๆนักศึกษาที่มาเรียน ต้องรู้จุดมุ่งหมายของตัวเองให้ดีนะคะ เมื่อตั้งใจมาเรียนแล้วก็ควรตั้งหน้าตั้งตาเรียนเสียก่อน เมื่อเรียนจบแล้วมีความรู้และคุณวุฒิมาประดับตัวแล้ว ตอนนั้นในก็ยังไม่สายที่จะเริ่มทำงานหรอกนะคะ

โดย Supakorn, Intercultural Consulting and Services LLC


ขอบคุณภาพประกอบจาก:www.thejabberlog.com,summerjobsinnyc.com

www.wtamu.edu

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *