ทำธุรกิจอะไรดี ให้ได้กำไรมากถึง 130 เท่า ??

ทำธุรกิจอะไรดี ให้ได้กำไรมากถึง 130  เท่า ??

ใครๆก็อยากหาเงินได้มากๆ ถ้าถามถึงวิธีการหาเงินจากสักร้อยคน คงมีมากกว่าครึ่งที่ใช้คำตอบมาตรฐานว่า ก็ต้องทำงานดีๆ ตำแหน่งสูงๆ ถึงจะได้เงินเยอะๆ สมใจอยาก บ้างก็อาจจะอยากทำธุรกิจ ถ้าจับตลาดถูกจุด อาจรวยได้อย่างเร็ว แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องใช้เวลา  ยาวนาน ถ้าทำธุรกิจเองก็ต้องลงทุนและมีความเสี่ยง

แล้วอย่างนี้ จะมีวิธีไหนบ้างนะ ที่สามารถทำเงินได้มากๆ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว

เอ้า สมมติว่า  วันนี้เรามีเงินเพียงแค่ 150 บาท หรือ ประมาณ 5 ดอลล่าสหรัฐ  เราจะทำอย่างไร  จึงจะทำให้เงินเพิ่มขึ้นได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้

วันนี้ GoGoAmerica.com ได้เอาบทความหนึ่งที่น่าสนใจ ให้แง่คิดและมุมมองใหม่ๆ ให้กับคนที่กำลังหาลู่ทางทำเงินค่ะ

ศาสตราจารย์ Tina Seelig  อาจารย์สอนวิชานวัตกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แคลิฟอร์เนีย  ได้ให้โจทย์ทางธุรกิจ กับนักศึกษาว่า

สมมติคุณมีเงินเริ่มธุรกิจได้แค่ 5 เหรียญ  คุณจะทำยังไงให้ได้ กำไรกลับมาสูงสุด ?????

ให้โจทย์นี้กับนักศึกษาที่ถูกแบ่งเป็น 4 ทีม และให้เวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์ ไปคิดหาวิธีมา และให้เวลา 2 ชั่วโมงสำหรับภาคปฏิบัติ ในการทำเงินให้เพิ่มขึ้นได้มากที่สุด แล้วให้มารายงานหน้าชั้น เรียนเป็นเวลา 3 นาที

ถ้าเป็นคุณผู้อ่านเจอโจทย์แบบนี้  จะคิดหาไอเดียอย่างไรดี ????

เราลองมาดูไอเดียที่นักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดแต่ละทีม ได้เลือกทำกันจากเงิน 5 เหรียญนี้

 

กลุ่มที่หนึ่ง เอาเงินไปซื้อมะนาว น้ำตาล และมาทำน้ำมะนาวขาย หน้ามหาวิทยาลัย  อืม…ก็เข้าท่า

กลุ่มที่สอง ไปรับจ้างเติมลมยางรถจักรยานหน้ามหาวิทยาลัย คิดเงินคันละ 1 เหรียญ  จนกระทั่งพวกเขาค้นพบว่า ถ้าขอเป็นเงิน บริจาคจะได้เยอะกว่า เลยเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคแทน อันนี้ออก แนวการกุศล

กลุ่มที่สาม ได้เงินมากกว่าทั้งสองกลุ่ม และมีคิดสร้างสรรค์ได้ ค่อนข้างดี คือ พวกเขาตัดสินใจเลือกทำงานในคืนวันศุกร์ และให้ เพื่อนผู้ชายขับรถพาสาว ๆ ไปทิ้งไว้หน้าร้านอาหารที่คนแน่น แล้ว ให้ไปจองคิวตามร้านอร่อยที่ลูกค้าต้องยืนรอกันเกือบชั่วโมง พอ ได้คิวแล้วก็เอาคิวไปขายให้ลูกค้าคนอื่นที่เพิ่งมา คิดเงินคิวละ 20 เหรียญ ได้ลัดคิวกันไปเลยไม่ต้องยืนรอ กลุ่มนี้หาเงินได้หลายร้อย เหรียญในเวลา 2 ชั่วโมง เพราะใคร ๆ ก็อยากมาแล้วได้ทานอาหารเลย

กลุ่มที่สี่ กลุ่มที่ชนะเลิศในครั้งนี้ สามารถหาเงินได้ถึง  650 เหรียญ เป็นกำไรถึง 130 เท่าตัว และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ พวกเขา ไม่ได้ใช้เงิน 5 เหรียญนั้นเลย เขาทำได้อย่างไรกัน หลังจากที่พวกเขาประชุมกันนาน ทุกคนในกลุ่มโหวตว่า พวกเขา จะขายเวลา นักศึกษากลุ่มนี้เฉลยว่า บางคนบอกไปซื้อล็อตเตอรี่ ดีกว่า ไปลาสเวกัส และอื่น ๆ แต่ในที่สุดทุกคนสรุปว่า ต้นทุนที่ดีที่สุดที่พวกเขามีไม่ใช่เงิน

5 เหรียญ แต่เป็นเวลา 3 นาทีต่างหาก สำหรับการนำเสนอแผน ธุรกิจหน้าห้องเรียนที่เต็มไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด จำนวนเป็นร้อย ๆ คน ที่ต้องการนั่งฟังรายงานโดย ไม่ลุกไปไหน

นักศึกษากลุ่มนี้จึงหาบริษัทที่ต้องการขายสินค้า แล้วก็ได้ขาย เวลา 3 นาทีที่ตัวเองต้องพรีเซ็นต์ ให้กับบริษัทที่ต้องการเวลา 3 นาที โฆษณาผลิตภัณฑ์ของตัวเองแทน (ไม่ต้องเหนื่อยกันเลยทีเดียว)

พอถึงวันที่ต้องรายงาน นักศึกษากลุ่มนี้ก็ไม่ต้องทำอะไร นอกจาก ฟังเพื่อนพรีเซ็นต์และพอถึงเวลาของตัวเอง ก็ให้บริษัทที่ตกลงกัน ไว้มาพรีเซ็นต์สินค้า เสร็จแล้วทางบริษัทได้จ่ายเงิน 650 เหรียญ สำหรับเวลา 3 นาทีที่มีค่าให้กับทีมนักศึกษาที่ขายเวลาให้ เรียก ได้ว่าไอเดียดีจริง ๆ ครับ

อาจารย์ปลื้มใจที่ลูกศิษย์คิดได้นอกกรอบอย่างเหลือเชื่อ !!

จากเรื่องที่เรานำมา จะเห็นได้ว่า บางทีโอกาสทำเงินก็อยู่ตรงหน้าเรานี่เอง แต่มองไม่เห็นซะอย่างนั้น!

ในเมื่อการคิดนอกกรอบ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราหาเงินได้มากๆ คราวนี้เราก็ลองมาคิดกันดูหน่อยว่า ทำไมเขาถึงคิดนอกกรอบ มีไอเดียเจ๋งๆอย่างนี้ออกมาได้นะ โดยส่วนตัวคิดว่าจินตนาการเป็นส่วนสำคัญมากเลยทีเดียว

ระหว่างชั่วโมงเรียนใดชั่วโมงหนึ่ง อาจจะมีนักศึกษาสักคนหนึ่งในกลุ่มสุดท้ายนี้กำลังเบื่อสุดกำลัง มองไม่เห็นอาจารย์ที่กำลังสอนหนังสือ แต่มองไปรอบๆเห็นคนเป็นร้อยๆคนกำลังนั่งฟังใครคนหนึ่งพูดอยู่ อาจมองเป็นฉากการแสดงอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อนักศึกษาคนนี้เชื่อมเอาภาพนี้กับ การโฆษณา เข้าไว้ด้วยกัน ทีนี้! ก็สามารถปิ้งไอเดียหาเงินได้อย่างง่ายๆ

ใครที่ยังนึกหาวิธีการทำเงินล้ำๆไม่ออก ก็อย่าเพิ่งถอดใจไปนะคะ ก่อนบทความนี้จะจบลง GoGoAmerica ขอยกเอาคำพูดของคนที่ถูกยกย่องว่าปราดเปรื่องที่สุดคนหนึ่งของโลก Albert Einstein ขอให้ท่านช่วยชี้แนะสักหน่อย ว่าถ้ายังคิดไอเดียดีๆไม่ออก เราควรต้องทำอย่างไรบ้าง

“หากต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ จงมีความรู้ที่เพิ่มพูน จงหาความรู้ให้ถ่องแท้ มีความรู้ที่หลากหลาย และมีความเข้าใจล้ำลึกให้พอ…

หากยังคิดอะไรไม่ออก จงวางความรู้นั้นลง แล้วใช้จินตนาการ (แห่งความเป็นมนุษย์) เพราะ ณ วินาทีนั้น “จินตนาการ สำคัญกว่า ความรู้” แล้ว ….

และเมื่อจินตนาการเสร็จ จงเอาความรู้ทั้งมวลที่เรามี ทำให้จินตนาการนั้นเป็นความจริง”

ขอให้โชคดีทุกคนค่ะ 🙂

(เครดิต quote : ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์)

ขอบคุณข้อมูลจาก :  http://millionaire-academy.com

http://www.oknation.net/blog/surasakc/2013/10/03/entry-1

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *