ทำไม โอบามา ดูแก่ขึ้นเยอะเลย

imagesdfrg

บารัก ฮุสเซน โอบามา ที่ 2 หรือที่เราชอบเรียกกันสั้นๆ ว่า โอบามา ประธานาธิบดีคนที่ 44 และประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ผู้แทนจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในปี 2008 เขาเอาชนะผู้สมัครจอห์น แมกเคน จากพรรครีพับลิกัน และเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2009 และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเรื่อยมา จนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นสมัยที่ 2 แล้ว โดยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2012 เมื่อไม่นานมานี้เอง

หลังจากที่โอบามาชนะการเลือกตั้งในสมัยแรก เขาได้ประกาศชัยชนะต่อหน้าสาธารณชนที่แกรนด์ปาร์ค ชิคาโก ว่า “Change has come to America” (การเปลี่ยนแปลงได้มาถึงอเมริกาแล้ว) โดยช่วงก่อนที่โอบามาจะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีนั้น เศรษฐกิจของอเมริกามีสภาวะที่ตกต่ำเข้าขั้นวิกฤต จึงถือได้ว่าเป็นงานหนักที่โอบามาต้องรับมือให้ได้ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ มาดูว่าโอบามานั้น มีภาระมากมายขนาดไหนถึงทำให้เขาดูแก่ขึ้นเยอะเลย

เพียงไม่กี่วันที่โอบามาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ เขาได้ออกคำสั่งให้พัฒนาแผนการถอนทหารออกจากอิรัก(แค่พัฒนาแผนเฉยๆ นะ) และออกคำสั่งให้ปิดค่ายกักขังนักโทษกวนตานาโมทันทีโดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ไม่เกินเดือนมกราคม ค.ศ. 2010 ยิ่งไปกว่านั้น โอบามายังได้ปรับปรุงการเก็บรักษาข้อมูลลับของประธานาธิบดี ที่ไม่รู้ว่าจะเหมือนบันทึกลับของประธานาธิบดีอเมริกา ในหนัง National Treasure – Book of Secrets รึเปล่า และงานหนักที่โอบามาจะต้องรับมือคือ เรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจอเมริกา โอบามาได้ลงนามในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอเมริกา 787 พันล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย กฏหมายฉบับนี้ยังครอบคลุมถึงประกันสุขภาพ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน พวกน้ำมัน ไฟฟ้า การศึกษา ภาษีต่างๆ อีกทั้งโอบามายังแทรกแซงอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยการต่อสัญญาเงินกู้ให้บริษัทรถยนต์ต่างๆ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมาได้ โอบามาจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการลงทุน และลงนามเป็นกฏหมาย Cash For Clunkers หรือ CARS-Car Allowance Rebate System ที่มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ เป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกา และรณรงค์ให้คนอเมริกันหันมาเปลี่ยนรถยนต์รุ่นใหม่ที่ซดน้ำมันหรือเชื้อเพลิงน้อยลง และปล่อยมลพิษน้อยกว่ารถยนต์รุ่นเก่าๆ อย่างนี้นี่เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ และช่วยโลกร้อนไปในตัว แถมยังประกาศข้อบังคับพลังงานจากพืช และเหล่าโรงงานจะต้องจำกัดมลภาวะเรือนกระจกเพื่อลดปรากฏการณ์โลกร้อนด้วย

ในเรื่องนโยบายต่างๆ นั้น โอบามามีความคิดเห็นที่ค่อนข้างจะขัดแย้งกับอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ที่ไม่ให้งบจากรัฐบาลกลางเพื่อเป็นทุนสนับสนุนงานวิจัยสเต็มเซลล์ แม้ว่าจะมีนักวิจัยบางคนออกมาคัดค้านในเรื่องนี้ แต่โอบามาก็ได้ให้เหตุผลว่า “เรื่องของวิทยาศาสตร์กับเรื่องของศีลธรรมมันเป็นคนละเรื่องกัน เรามีมนุษยธรรมและคุณธรรมที่จะติดตามงานวิจัยนี้ด้วยความรับผิดชอบ” และให้คำมั่นสัญญาว่าจะพัฒนาโครงการนี้จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องสงครามในอิรัก ที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และเหล่าสภาคองเกรสได้ลงมติเห็นชอบในการทำสงคราม ซึ่งโอบามานั้นได้ต่อต้านเรื่องนี้มาตลอด ตั้งแต่ก่อนเป็นประธานาธิบดี โอบามาเคยกล่าวไว้ว่า หากเขาได้รับเลือกตั้ง เขาจะออกกฎหมายตัดงบประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อหยุดการลงทุนซื้ออาวุธที่พิสูจน์ไม่ได้ ในระบบการป้องกันประเทศ ลดการพัฒนาระบบการรบหรือการต่อสู้ลง และมุ่งทำงานเพื่อกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด โดยเริ่มจากการลดการสะสมนิวเคลียร์ในอเมริกาลง ออกกฎหมายห้ามการผลิตวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาวุธ และในวันที่ 8 ตุลาคม 2009 โอบามาก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพโดยข้อความที่ได้รับรางวัลคือ “สำหรับความพยายามในการสร้างความเข้มแข็งให้กับการทูตระหว่างประเทศและความร่วมมือระหว่างผู้คนทั่วโลก”

นี่เป็นเพียงตัวอย่างภาระงานที่โอบามาได้ทำในช่วงที่เป็นประธานาธิบดีสมัยแรกเท่านั้น ยังมีภาระงานอีกมากที่รอเขาอยู่ในสมัยที่สอง อย่างการออกกฏหมายเพิ่มภาษีคนรวย ลดการว่างงานของคนอเมริกัน และดำเนินนโยบายสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศทั่วโลก ภาระงานรุมติดตัวเยอะแยะขนาดนี้จะไม่ทำให้โอบามาดูแก่ขึ้นได้ไงจริงมะ คาดกันว่าในอีก 4 ปีข้างหน้า โอบามาอาจจะมีริ้วรอย แก่ขึ้นมากๆตามรูปที่ล้อเลียนก็เป็นได้ อิอิ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *