พนักงานทำแซนวิช (Sandwich maker)

ได้มีโอกาสทำงานร้าน Subway เนื่องจากการแนะนำของรุ่นพี่คนนึง ทางร้านต้องการหาคนทำงาน Part-time ตอนนั้นเราว่างอยู่พอดี ก็เลยลองไปสมัครดู ปรากฎว่าได้ค่ะ เค้าคงดูจากหน่วยก้าน และหน้าตา 55

ด้วยความที่เราไม่เคยรู้จักร้าน Subway มาก่อน  ไม่เคยแม้แต่เข้าไปลิ้มลองความอร่อย ตามที่ในโมษณาพูด Eat Fresh  คนอเมริกาส่วนใหญ่จะรู้จักร้านนี้ดีค่ะ เนื่องจากร้านนี้เค้ามีการโฆษณาเป็นเริ่ด

ในช่วงแรกที่ได้เริ่มงานมีปัญหาต่างๆมากมาย  แต่ยังดีที่มีเพื่อนร่วมงานบางคนช่วยเทรนงานให้ วันแรกที่ไปทำงานจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะคุยกับลูกค้ายังไง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นฝรั่งค่ะ ไม่รู้จะแนะนำอย่างไร จับของใส่ผิดๆถูกๆ อีกทั้งในร้านนี้มีลูกค้าเข้าร้านมาตลอด ทำให้เราซึ่งเป็นพนักงานใหม่ วันแรกแทบล้มทั้งยืน อยากเอาเท้ามาก่ายหน้าผากซะเหลือเกิน ไม่คิดว่าจะต้องมายืนทรหดอดทนขนาดนี้

วันต่อมาเริ่มดีขึ้นค่ะ  เพื่อนๆร่วมงาน ที่เป็น สเปนิช เกาหลี และ อินเดีย ก็คุ้นเคยกันมากขึ้น ต่างจากวันแรกที่ทุกคนดูท่าทางไม่เป็นมิตรซะเหลือเกิน

เราเริ่มงาน ตอน 9 โมง หน้าที่ที่ต้องทำในช่วงแรกที่เข้างาน คือ การเตรียมของทุกอย่าง ล้างผัก หั่นผัก ชั่งน้ำหนักของ ทำขนมปัง รวมทั้งต้องจัดของที่อยู่หน้าร้านให้เป็นระเบียบ วันอังคารและวันศุกร์จะมีงานเพิ่มอีกอย่างคือ ต้องรับของ- เช็คของ เพราะวันนี้จะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ลำเลียงวัตถุดิบเข้ามาที่ร้าน พวกเราซึ่งเป็นพนักงานในร้านต้องช่วยกันเช็คของ ยกของ และจัดเก็บให้เป็นระเบียบ  สองวันนี้จะเป็นวันที่พนักงานในร้านเหนื่อยกันสุดๆค่ะ

 

หลังจากที่ใช้เวลาจัดการต่างๆ เสร็จแล้วคราวนี้ก็ถึงเวลามาอยู่ทำหน้าหวาน หน้าร้านซะ ลูกค้าจะเข้าร้านเยอะมากช่วง 11 – 3 โมง ดังนั้นพนักงานหลายคนก็แอบกินข้าวเที่ยงก่อน รวมทั้งเราด้วย เพราะร้าน Subway ที่นี้ยุ่งมาก กว่าจะได้พักก็หลัง 3 โมง ส่วนใหญ่เราจะทำกับข้าวไทยมากิน เพราะไม่ชอบกินขนมปังเลย ทั้งๆที่นี้มีบริการ แซนวิช ฟรีสำหรับพนักงานด้วย แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร มันกลืนไม่ลงซะทุกที

คนอเมริกันชอบกินแซนวิชที่ร้าน Subway มาก ค่ะ เค้าคิดว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ มีผักนานาชนิด ให้เลือกสรร มีเดรสชิ่งหลากหลายรสชาติให้เลือกตามใจชอบด้วย  เมนูที่นี้นอกจากจะมีแซนวิชแล้ว ยังมี เมนูสลัด เมนูซุป(มีช่วงหน้าหนาว) มี Chip แอปเปิ้ลในซอง น้ำอัดลมหลายรสชาติให้เลือก

ในการรับออเดอร์จากลูกค้า

พวกเราพนักงานจะต้องกล่าวต้อนรับลูกค้า “Welcome to Subway” ตามคำสั่งผู้จัดการร้าน เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า แต่เมื่อผู้จัดการไม่อยู่พวกเราก็กล่าวทักทายแขกธรรมดา 55

หลังจากนั้นลูกค้าจะทำการเลือกชนิดของขนมปัง ไวท์ (White), วีท (Wheat) ,ฮันนี่ โอท (Honey Oat ), อิตาเลี่ยน เอิบ ชีส (Italian Herb Cheese) และขนาดของขนมปัง โดยจะมีอยู่ 4 ขนาด คือ ฟุตลอง (12 นิ้ว)  ซิกอิ้น (6 นิ้ว) ขนาด มินิ สำหรับเด็กๆ และ ขนมปังแผ่น (Flat bread) ด้วย

 

เมื่อได้ขนมปังและขนาดตามที่ลูกค้าต้องการแล้ว คราวนี้มาถึงขั้นตอนการ เลือกไส้ แซนวิช มีเมนูมากมายค่ะ เช่น เนื้ออกไก่ (Chicken breasts), ไก่เทอริยากิ (Chicken teriyaki), ลูกชิ้นในซอสมาลินาร่า (Meatball Marinara ), ทูน่า (Tuna), เบคอน (Bacon), แผ่นเนื้ออบ (Roast beef ), เนื้อไก่งวงแผ่น (Turkey), อิตาเลี่ยน บีเอ็มที (Italian BMT), แฮม (Ham), เนื้อสเต็กสับ (Steak) ,โคลคัท (Cold cut Cumbo)

ส่วนเมนู Subway club จะเป็นการรวมเนื้อ 3 ชนิด เช่น Turkey Ham และ Roast beef
Subway malt จะรวมเนื้อ Turkey Ham และ Bacon

เมื่อลูกค้าเลือกไส้แล้ว คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการใส่ ชีส ซึ่งมีอยู่ 4 แบบ คือ โพวาโลน ชีส(Provalone),อเมริกัน ชีส(American), เปเปอร์เจ็ค ชีส (Pepperjack), เชดเดอร์ ชีส (Chedder)

หลังจากนั้น ก็จะมาถึงขั้นตอนการ เข้าใส่ในเตาอบเพื่อให้ความร้อน หรืออุ่นเนื้อต่างๆ นั้นเอง ลูกค้าบางรายชอบกินแบบเย็นๆ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบให้เอาขนมปัง เนื้อที่เลือก และ ชีส เอาเข้าเตาอบ เพื่อให้มีรสชาติที่ดีขึ้น

    

คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการเลือกผัก  ลูกค้าสามารถเลือกได้ได้ตามใจชอบค่ะ ลูกค้าบางรายให้ใส่ผักทุกชนิด มันก็จะมีปัญหาตอนที่ปิดขนมปังนี้แหละ เพราะข้างในมันจะทะลักล้นออกมา

หลังจากที่เลือกผักแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเลือกเดรสชิ่ง มีเดรสชิ่งให้เลือกมากมาย เช่น มายองเนส มัสตาร์ด, ชิพโปเล, เรนซ์ , ฮันนี่ มัสตาร์ด, สวีท ออเนี่ยน, โอลีฟ ออยล์ เกลือ และ พริกไทย  การเลือกเดรสชิ่งก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าค่ะ ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวอะไร แต่ในกรณีที่ลูกค้าไม่รู้จะใส่อะไร พนักงานอย่างเราก็ต้องแนะนำให้ค่ะ เช่น ไก่เทอริยากิ ควรใส่ สวีทออเนี่ยน  หรือ ในสลัดผัก ควรใส่ โอลีฟออยล์ หรือ มายองเนส

    

ทีนี้มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการห่อ ช่วงแรกที่เราทำงาน ขั้นตอนนี้สร้างปัญหาให้เราอย่างมาก เนื่องจากห่อแซนวิชทีไร ไส้ทะลัก หรือไม่ก็ ห่อไม่แน่น  ทำให้โดนแคชเชียร์ บ่นอยู่เรื่อยเลย  เพราะ
แคชเชียร์นี่หละค่ะ จะถือเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนที่แซนวิชนี้จะไปถึงมือลูกค้า เค้าจะมีหน้าที่คอยเช็คแซนวิชและเรียกเก็บเงินลูกค้านั่นเอง

     

ราคาของแซนวิชจะแตกต่างกันไปตามเมนูที่เลือกค่ะ แต่ในโมษณาจะบอก 5 ดอลเท่านั้น  ถือเป็นกลลวงการตลาด แต่มันไม่ใช่ทุกอันค่ะ ต้องถามราคาหรือดูป้ายดีๆนะค่ะ ว่าอันไหน ราคาเท่าไหร่

ถ้าลูกค้าสั่งมีล จะได้แซนวิช ชิพ และ น้ำอัดลมด้วย(แหมชั่งเป็นอาหารสุขภาพซะจริงๆ) ในราคาเหมารวม หรือถ้าเป็นมีลแบบเด็กๆ ก็จะมี แซนวิช แอปเปิ้ลและ นม ค่ะ ในบางช่วงเค้าก็มีของเล่นแถม เพื่อเรียกลูกค้าเด็กๆด้วย

ลูกค้าที่ร้าน Subway จะแน่นมากทุกวัน ในช่วง 11-3 โมง และอีกที ตอน 6โมงถึง 3 ทุ่ม ดังนั้นร้านนี้จะมี 2 กะ พนักงานในแต่ละกะจะมีประมาณ 4-6 คน ต่อกะ  ร้านจะเปิดตั้งแต่ 8 โมง ถึง 4 ทุ่ม บางช่วงเจ้าของร้านจะรับนักเรียนมาเพื่อทำงาน part time เพื่อมาเสริมกำลังพนักงานเก่าด้วย ดังนั้นช่วงซัมเมอร์จะมีเด็กมัธยมหรือเด็กมหาลัย มาทำงานที่นี่ด้วยเหมือนกัน

  

ในช่วงซัมเมอร์ลูกค้าจะแน่นร้านทุกวัน รวมถึงช่วงนี้ที่จะมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เช่น ซื้อ 1แถม 1 spacial เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ในช่วงนี้เองหละค่ะที่พนักงานทุกคนในร้านจะถูกเกณฑ์มาทำงานกันวันนี้ ลูกค้าจะเข้าร้านกันตั้งแต่ยังไม่ทันจัดร้านเสร็จ ซื้อกันที 2 , 3  หรือ 4 แล้วได้แถมไปอีกตามจำนวนที่ซื้อไปอีก ถือว่าคุ้มสุดๆ สำหรับลูกค้าค่ะ  แต่สำหรับพวกเราพนักงาน วันนี้ถือเป็นวันทหารออกศึก ทำงานกันมือหงิก ตัวเป็นเกรียว ไม่ได้พักทานอาหารกลางวันกันเลย

อัตราค่าจ้างที่ได้ ถือว่าได้ตามแรงงานขั้นต่ำที่นี้คือ 8-12 ดอล/ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และจำนวนปีที่ทำงาน)  ลูกค้าในร้านนี้ไม่ค่อยให้ทิปค่ะ ถึงให้ก็น้อยมากๆ  และพวกเราพนักงานต้องนำทิบมาหารกันด้วย

เราทำงาน Part-time ที่นี่ประมาณ 1ปี ก็ถือได้ว่าทำให้เราได้ประสบการณ์หลายๆอย่างค่ะ ได้เรียนรู้การทำงานในร้านฝรั่ง ที่เป็นระบบแฟรนไซล์ มีเพื่อนพนักงานจากหลากหลายชาติสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำงาน ได้เจอลูกค้าหลายแบบ มีปัญหา และเรื่องราวต่างๆ มากมาย ภายในร้านให้แก้ไข แต่ในทุกๆปัญหา ถือเป็นการทดสอบ ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น พร้อมก้าวเดินเผชิญเรื่องราวต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ข้อดีพนักงานทำแซนวิช

1 งานแบ่งเป็น 2 กะ สามารถเลือกเวลาการทำงานได้
2 รายได้ขึ้นตามชั่วโมงการทำงาน ซึ่งแน่นอน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทิป เหมือนงานร้านไทย
2 นักเรียน นักศึกษาสามารถ สมัครทำงาน Part-time ที่นี่ได้
3 เป็นงานบริการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกค้าหลากหลายสัญชาติ โดยเฉพาะคนอเมริกัน
4 พนักงานในร้านสามารถเลือกกินแซนวิชได้ แต่ห้ามนำกลับบ้าน

ข้อเสียพนักงานทำแซนวิช

1 เป็นงานที่นักหนาเอาการ ร้านที่ลูกค้าเยอะๆ เราต้องยืนทำงานตลอด
2 ได้รายได้ขั้นต่ำ และได้ทิปน้อยมาก
3  ร้าน Subway จะมีโปรโมชั่นใหม่อยู่เสมอ เพื่อเรียกลูกค้า บางครั้งพนักงานก็ไม่รู้ หรือตามไม่ทัน

หากใครกำลังมองหางาน Part-time อยู่ งานนี้ถือว่าไม่เลวทีเดียว  สามารถเข้าไปสมัครได้ที่เว็บไซต์ของ Subway หรือ เดินเข้าไปถามที่ร้านได้เลยค่ะ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *