ระวังภัย! เว็บไซต์ Craigslist

ระวังภัย! เว็บไซต์ Craigslistสวัสดีค่ะอากาศเริ่มเย็นลงมากแล้วในหลายพื้นที่เพราะได้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แถมยังเป็นฤดูไข้หวัดอีกด้วย ยังไงก็ระวังสุขภาพกันหน่อยนะคะ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดถึงหรอกนะคะ เรื่องที่จะพูดถึงนี่มันไม่เกี่ยวกับอากาศหนาวเย็น ฤดูกาลหรือการเจ็บป่วยอะไรเลยค่ะ แต่มันก็ทำให้หนาว ๆ ร้อน ๆ ได้เหมือนกัน

วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์แปลก ๆ และข้อควรระวังในการขายของทางออนไลน์ค่ะ เรื่องนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นกับตัวเองและครอบครัวมาแบบสด ๆ ร้อน ๆ ก็เลยอยากจะมาเล่าสู่กันฟังเพื่อให้ระวังเอาไว้ค่ะ

หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินหรือได้รู้จัก เว็บไซต์ Craigslist มาก่อนแล้วนะคะ แต่เผื่อใครที่ไม่รู้จักมาก่อนเว็บไซท์นี้เป็นเว็บที่ทำหน้าที่เหมือนหน้าประกาศรับสมัครงาน ประกาศขายของ บริการต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า Classifier นั่นเองค่ะ ซึ่งใครที่มีธุรกิจหรือของเก่าต้องการขายต่อก็ลงประกาศไว้ โดยระบุด้วยว่าคุณอยู่ที่เมืองไหน ส่วนคนซื้อก็เป็นคนในพื้นที่เดียวกัน เวลาตกลงจะซื้อจะขายก็นัดกันว่าจะรับส่งของที่ไหน ส่วนตัวเองด้วยความที่มีสมบัติบ้า ๆ บอ ๆ มากเกินกว่าจะเก็บก็เลยลงประกาศขายของในนี้บ้าง และก็ขายได้หลายชิ้นแล้วไม่มีปัญหาอะไร

 จนกระทั่งล่าสุดมีคนต้องการจะซื้อชุดโต๊ะอาหารที่เราลงประกาศไว้ แหม เราก็ดีใจใหญ่ว่าขายของใหญ่ได้สักที ปกติพอต่อลองกันได้คนซื้อเขาก็ยินดีจะมารับของที่บ้านหรือที่ ๆ ใกล้กับบ้านเราซึ่งส่วนใหญ่เขาจะจ่ายเงินสดกัน แต่มารายนี้เขาบอกว่าเขายังอยู่ต่างเมืองจะส่งคนไปรับแทน แล้วเขาจะส่ง Money Order มาให้เราซึ่งจำนวนเงินจะเกินกว่าราคาโต๊ะของเรา โดยส่วนต่างที่เกินมาเขาต้องการให้เราจ่ายค่าขนส่งให้เขาเมื่อคนของเขามารับของ ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดอะไรก็ตอบตกลงไป

หลายวันต่อมาเราก็ได้รับซองจดหมายค่ะ ข้างในมีเช็คส่วนตัวพร้อมโน้ตบอกว่าเป็นค่าโต๊ะอาหาร แต่พอเราดูจำนวนเงินเราก็ตกใจเพราะเขาเขียนเช็คส่วนตัวในจำนวนเงินมากกว่า $1200 ซึ่งค่าโต๊ะของเรามันแค่ $125 พอมาดูเช็คกับคุณพ่อบ้านก็เห็นว่านามสุลของเจ้าของเช็คกับที่เขาใช้ในเบอร์มือถือนั้นต่างกัน ที่อยู่ในเช็คมาจากรัฐนึงที่อยู่ผู้ส่งบนหน้าซองมาจากอีกที่นึง เราก็เลยไม่ขึ้นเงินค่ะ ตรงกันข้ามเราติดต่อไปที่สถานีตำรวจแล้วก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับเช็คไป ต่อมาอีกอาทิตย์นึง คนซื้อรายนี้ก็ติดต่อมาอีกถามว่าเราได้รับเช็คหรือยัง แล้วเขาก็ส่งเช็คมาให้อีกใบค่ะ ซึ่งเหมือนเดิมคือจำนวนที่ระบุในเช็คนั้นมากกว่าราคาที่เราต้องการขายโต๊ะเก่าของเรา พร้อมกับที่อยู่บนเช็คเปลี่ยนไป ที่อยู่ผู้ส่งบนซองก็เปลี่ยนไปค่ะ เราก็ทำเหมือนเดิมคือโทรไปบอกที่สถานีตำรวจ แล้วคุณตำรวจก็มารับเช็คแล้วแนะนำให้เราบอกเขาไปว่า ถ้าคนซื้อติดต่อเข้ามาอีกให้เราบอกไปเลยว่าได้เอาเช็คให้ตำรวจไปแล้ว หลังจากที่ทำตามคำแนะนำแล้วก็เงียบหายไปเลยค่ะ

  ลองคิดดูนะคะ ถ้าเราหลงกล คนซื้อก็จะมารับโต๊ะของเราแล้วเราก็ต้องจ่ายส่วนเกินจากจำนวนเงินในเช็คไปประมาณ $1000 เป็นค่าขนส่ง พอเอาเช็คไปขึ้นเงินทางธนาคารก็จะบอกว่าเช็คเป็นเช็คปลอมขึ้นเงินไม่ได้ ผลก็คือเราเรียกให้เจ้ามิจฉาชีพมารับเงินที่บ้านของเรา พร้อมแถมของให้อีก สิ่งที่ต้องสงสัยที่สังเกตได้จากกรณีนี้ที่ทำให้เราติดต่อตำรวจคือจำนวนเงินในเช็คที่สั่งจ่ายกับราคาของ ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อที่มันไม่ตรงกันเลยค่ะ ตรงนี้ก็เลยอยากเอามาฝากเตือนไว้ว่า พวกมิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมหลายอย่าง ต้องคอยระวังตัวเองเอาไว้ด้วยนะคะ

โดย  ษุภากร แบ๊คลี่ย์

 

One comment

  1. birnen says:

    น่าเสียใจ ที่ดิฉันมาเห็นช้าไป !!
    เมื่อกลางๆปีที่แล้ว มีน้องที่รู้จักกัน โดนเข้าแบบนี้ เพราะน้องประกาศหางานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก
    มีคนติดต่อมาว่าจะจ้างน้อง แต่อยู่อีกเมืองหนึ่ง กำลังจะย้ายมา แต่จะซื้อรถเข็ญเด็กโดยให้น้องเขาจัดการให้
    แล้วส่งเช็คมาให้น้องสามพันเหรียญบอกเป็นค่ารถเข็ญ ที่เหลือให้โอนคืน 1 พัน กับเป็นค่าจ้างล่วงหน้า เพราะกลัวน้องจะไปรับทำงานที่อื่น (ลืมไปล่ะว่าให้เหตุผลว่าอะไรถึงส่งเช็คมาสามพัน)

    สรุปเช็คปลอม น้องเสียเงิน ค่ารถเข็ญ แถมจะโดนธนาคารจับอีก แถมโชคร้ายตอนนั้นน้องตกงาน ไม่มีเงิน
    เลยยืมเงินเพื่อนไปซื้อรถเข็ญให้ผู้ร้ายอีก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *