ล่ามแปลใน DMV

ล่ามแปลใน DMVในช่วงที่เรากำลังหางานอยู่ บังเอิญได้มีโอกาสได้เข้าไปช่วยเพื่อนๆหลายคนที่กำลังสอบข้อเขียนสำหรับขับรถในอเมริกา จากเริ่มต้นช่วยแค่คนเดียว หลังจากนั้นเพื่อนๆกลุ่มนี้หละค่ะ ที่พูดปากต่อปาก ทำให้เรามีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนคงสงสัยนะค่ะว่าแล้วเราจะเข้าไปช่วยเค้าในการทำข้อสอบขับรถได้อย่างไร

วันนี้ก็เลยถือโอกาสมาเล่า อีกอาชีพนึงที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียว คือ อาชีพ ล่ามแปล ใน  DMV ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะค่ะว่า เราก็ไม่ได้รู้จักอาชีพนี้มาก่อนเลย และไม่คิดว่าจะมีใครทำอาชีพนี้ด้วย แต่ด้วยความบังเอิญจริงๆค่ะ เนื่องจากเพื่อนๆคนไทย บางคน ไปสอบข้อเขียนสำหรับขับรถในอเมริกา โดยที่พวกเขาไปสอบเองมาแล้ว รอบแรก ไม่ผ่าน รอบที่สองก็ยังไม่ผ่านอีก ดังนั้นก็ถือโชคดีของเรา เอ้ย โชคร้ายของเค้าที่ต้องพยายามสอบครั้งสุดท้ายให้ผ่าน

   

ขอเกริ่นเรื่องการสอบขับรถในอเมริกา ให้ฟังกันคร่าวๆก่อนนะค่ะ การสอบในขับรถในอเมริกาในแต่ละรัฐจะไม่เหมือนกันค่ะ เนื่องจากในแต่ละรัฐจะมีกฎหมาย หรือป้ายจราจรที่แตกต่างกัน ทำให้เมื่อเราจะสอบขับรถในรัฐใดๆก็ตามจะต้องยึดกฎหมายหรือศึกษาป้ายจราจรของรัฐนั้นๆเป็นหลัก การสอบก็จะมีกฎกติกาแตกต่างกันไปคะ

เราอยู่ที่รัฐเวอร์จิเนีย เป็นรัฐที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดในการผ่านข้อสอบขับรถก็ว่าได้ การสอบข้อเขียนที่นี้จะอนุญาติให้สอบได้ 3 ครั้งค่ะ เอ้าแล้วถ้าไม่ผ่านครั้งสุดท้ายแล้วต้องทำไงหล่ะ คำตอบก็คือ เราต้องไปเข้าคอร์สเรียน (Driving Shool) คนที่ไม่ผ่านทั้งสามรอบต้องไปเรียนที่โรงเรียนสอนเรื่องขับรถค่ะ คอร์สเรียนราคาก็หลายร้อยค่ะ เสียตางค์ เสียทั้งเวลา แต่หลังจากจบคอร์สเรียนแล้ว ก็สามารถมีโอกาสสอบได้อีก 3 ครั้งค่ะ

เห็นมั้ยค่ะ ว่าดูยุ่งยากจริงๆเลยค่ะ สำหรับคนที่สอบครั้งที่ 3 แล้วไม่ผ่าน ดังนั้นหลายๆคนจึงต้องพึ่งผู้ช่วย อย่าง ล่ามแปล DMV ไงค่ะ  โดยทาง DMV หรือชื่อเต็ม Department of Motor Vehicles เป็นหน่วยงานราชการในอเมริกาที่ทำหน้าที่ ดูแลเรื่องต่างๆเกี่ยวกับเรื่องรถและยานพาหนะต่างๆ อารมณ์ประมาณกรมการขนส่งบ้านเรานั้นเอง

DMV เค้าอนุญาติให้เราพาล่ามมาแปลให้ได้ ในระหว่างสอบค่ะ ในอเมริกาคนต่างชาติ ต่างถิ่นมาอยู่ที่นี้กันเยอะค่ะ บางคนมาอเมริกาแต่ไม่สามารถอ่านภาษาอังกฤษออก หรือ เขียนไม่ได้ก็มี  ทาง DMV เค้าก็เข้าใจ แต่เค้าก็ไม่มีล่ามประจำหรือไม่สามารถทำข้อสอบให้ได้ครบทุกภาษา ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคนสอบเองในการหาล่ามมาแปลให้ในระหว่าง สอบข้อเขียน

นั้นแหละเป็นสาเหตุ ถึงการมีอาชีพ ล่ามแปลใน DMV

เราเป็นคนไทยก็จะมีลูกค้าเป็นคนไทย  ที่อยากให้ช่วยแปลข้อสอบให้ ไม่น่าเชื่อค่ะ ก็มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆจากการบอกปากต่อปาก

หลายคนสงสัยค่ะ แล้วเราจะไปหาลูกค้าได้จากที่ไหน ก็ตามในวัดไทยนั้นแหละค่ะ หรือติดป้ายประกาศในวัดก็ได้นะค่ะ  ตอนเราทำช่วงแรกๆ ก็คิดค่ะว่า คงทำแค่ครั้งแรกและครั้งเดียว เพราะเราคิดว่า คนไทยที่มาที่อเมริกาได้  น่าจะพออ่านภาษาหรือฟังเข้าใจบ้าง  แต่ผิดคาดค่ะ คนไทยที่มาให้เราช่วยมีหลากหลายรูปแบบค่ะ บางคนอ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ บางคน อ่านได้นิดหน่อย พอรู้เรือง  หลายคนไม่อยากเสียเวลามา DMV หลายครั้งและที่ำคัญกลัวจะไม่ผ่าน  ก็เลยต้องจ้างล่ามอย่างเรามาแปลให้

ในการรับงานล่ามนี้ ต้องมีการันตีด้วยนะค่ะ ว่าเราจะช่วยให้เค้าผ่านข้อเขียน ถ้าเค้าไม่ผ่านก็ต้องรับผิดชอบมาแปลให้เค้าใหม่ในโอกาสต่อไป ส่วนใหญ่ลูกค้าของเราทุกคนจะผ่านรอบแรกที่เราไปเป็นล่ามแปลให้ค่ะ เนื่องจากเราใช้วิธี นัดติวให้ก่อนค่ะ ตามจริงก็ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายค่ะ เราจะได้รู้ว่าเค้ามีพื้นฐานแค่ไหน เราควรเน้นจุดไหนให้  เป็นการทำความรู้จักและทำคุ้นเคย เวลาไปสอบแล้วเราจะได้เข้าใจตรงกัน (เราได้เพื่อนๆ พี่ๆ ที่สนิทจากการไปติวข้อสอบให้แล้ว หลายคน )

ในการติวเราจะเน้นจุดที่ออกข้อสอบบ่อยๆค่ะ เราได้รวบรวมข้อสอบจากการสอบถามเพื่อนๆที่เคยผ่านสอบมาแล้ว และเราก็จำข้อสอบจากการที่เราไปแปลให้กับคนไทยหลายๆคนนำมารวบรวมเอาไว้ด้วย

เพื่อนๆคนไหนที่อยู่ในรัฐเวอร์จิเนียสามารถเข้าไปดูตัวอย่างข้อสอบที่เราได้รวบรวมมาได้ด้านล่างนี้ค่ะ

   

หลังจากที่ติวกันแล้วเรียบร้อย คราวนี้ก็มาถึงการนัดวันไปสอบ แนะนำให้เลือก DMV ที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ๆ ค่ะ เนื่องจากคนน้อย และเจ้าหน้าที่ก็ดูเป็นมิตรกว่า และแนะนำให้ไปก่อน 8 โมงค่ะ เพราะเราจะได้คิวแรกๆๆ เพราะในการสอบข้อเขียนที่มีล่ามแปลมาด้วย จะค่อนข้างใช้เวลานานมากกว่าปกติ ถ้าเราไม่รีบไปมีหวังได้รอจนถึง 4 โมงค่ะ เคยมีประสบการณ์พาคนไปสอบที่ DMV ช่วง 10 โมงกว่า แต่กว่าจะได้สอบ รอแล้ว รออีก เพราะมีคิวใช้ล่ามแปลก่อนหน้านี้อยู่หลายคิว ทำให้กว่าจะได้สอบปาเข้าไปถึง 4 โมงเย็นค่ะ

ในการสอบจะให้นั่งหันหลังให้กันค่ะ โดยเราผู้แปลและคนสอบจะได้ข้อสอบคนละชุด ของเราจะได้ข้อสอบที่ไม่มีรูปภาพ แต่คนสอบจะได้ข้อสอบที่เห็นรูปภาพต่างๆ คนสอบจะสามารถพูดได้แค่ 2 คำ คือ Next เมื่อต้องการทำข้อต่อไป และ Repeat เมื่อต้องการให้ทวนคำถาม   เราคนแปลก็มีหน้าที่แปลข้อสอบภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ให้คนสอบฟัง

ในการสอบข้อเขียนจะมี 2 ส่วน

 ส่วนแรกเป็น ข้อสอบที่เป็นป้ายสัญญาณจราจรต่างๆ จำนวน 10 ข้อ ต้องทำให้ถูกหมดทุกข้อ ถึงจะสามารถทำข้อสอบชุดต่อไปได้  ถ้าผิดข้อใดข้อนึง ก็จะไม่ผ่าน กลับบ้านไปตามระเบียบค้าาา

เมื่อทำผ่านชุดแรก คราวนี้ก็มาถึงชุดที่ 2 ซึ่งเป็นคำถามทั่วไปเกี่ยวการขับรถในอเมริกา โดยเฉพาะในรัฐเวอร์จิเนีย ส่วนนี้จะมี จะมีอยู่ 25 ข้อ ต้องทำให้ได้ 80% คือ 20 ข้อ ถึงจะผ่านค่ะ

ในการแปลข้อสอบต้องพยายามแปลให้คนสอบเข้าใจง่าย ตามจริงข้อสอบ DMV ไม่ได้ยากค่ะ แต่จะมีคำถามลวงเราอยู่เยอะ คนส่วนใหญ่จะตกข้อสอบชุดแรกค่ะ  เราก็เป็นคนนึงที่ต้องสอบ 2 ครั้งถึงจะผ่าน
ตอนเราสอบครั้งแรก บอกได้เลยว่า ตื่นสนามสอบ ผลสุดท้ายก็ตกตามคาดการณ์ แต่ตอนสอบครั้งที่ 2 พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า เลยผ่านมาได้อย่างง่ายดาย  เลยทำให้รู้ว่าจริงๆ ข้อสอบไม่ได้ยากเลย เพียงแค่ความวิตกกังวล และความกลัวเกินเหตุเท่านั้นที่นำให้สอบตก

ดังนั้นจากที่เรามีประสบการณ์ในการสอบข้อเขียนขับรถในอเมริกามาแล้ว  ทำให้สามารถบอกต่อเพื่อนๆและช่วยเหลือคนไทยหลายๆคน รวมทั้งเป็นที่มาของอาชีพ ล่ามแปลใน DMV นี้ด้วย

อาชีพนี้ถือเป็นอาชีพที่น่าสนใจค่ะ เพราะในการรับงานสามารถตกลงราคากันเองได้
ราคาค่าจ้างอยู่ระหว่าง 200 – 300 ดอล ค่ะ (แต่มีหลายคนที่ทำเป็นอาชีพหลัก คิดค่าล่ามแปล ประมาณ 350-500 ดอล ซึ่งถือว่าแพงเอาการอยู่ )

แต่อาชีพนี้ก็ไม่ได้มีลูกค้าทุกวันนะค่ะ นานๆทีจะมีเข้ามา รายได้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับการตกลงของแต่ละคนค่ะ

ถึงแม้เราจะรับทำ ล่ามแปลใน DMV เป็นอาชีพเสริม แต่เราก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่ต้องไปเสียเงินจ้างคนมาเป็นล่ามแปลให้ เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หลายๆคนมาขอให้เราช่วยไปแปลให้เนื่องจากว่าไม่ผ่านข้อเขียนมาแล้ว 2 รอบ เหลือรอบสุดท้ายที่ต้องการให้ผ่าน ส่วนใหญ่เราจะรับทำให้สำหรับกรณีที่ไม่ผ่านข้อเขียนมาหลายรอบแล้ว  ที่เราไม่รับเป็นล่ามแปลให้ทุกคน เพราะไม่มีเวลาจริงๆค่ะ และการที่เรารับเป็นล่ามแปลให้ หลายๆคนก็ยึดเอาเราเป็นที่พึ่งอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้ไปอ่านทำความเข้าใจเพิ่มเติมด้วยตนเองเลย

แต่ยังไงเราก็ยังอยากให้คนไทยหลายๆคนที่กำลังจะสอบข้อเขียน DMV ให้ตั้งใจอ่าน และทำข้อสอบตัวอย่างของในรัฐนั้นๆดูก่อน เชื่อค่ะว่าถ้ามีความพยายามแล้ว รับรองต้องผ่านแน่นอนค่ะ ขอให้เชื่อมั่นในตนเองนะค่ะ ไม่จำเป็นต้องไปจ้างล่ามแปลให้เสียตางค์

ส่วนใครที่อยู่ในรัฐเวอร์จิเนียสามารถเข้าไปดูตัวอย่างข้อสอบที่เรารวบรวมมา ได้ที่นี่นะค่ะ

ขอให้ทุกคนโชคดี และสอบผ่านข้อเขียน DMV ของอเมริกานะค่ะ


2 comments

  1. raweewan thongkum says:

    ต้องการล่ามแปล DMV สอบแล้วสองรอบไม่ผ่าน อยูู่ Chantilly VA

    • gogoamerica says:

      ลองเข้าไปในเว็บไซต์ dmvvatest.com ดูนะค่ะ เว็บนี้มีตัวอย่างข้อสอบ ของ DMV Virginia หลายชุดเลยค่ะ ฝึกทำข้อสอบ และ เข้าไปอ่านเพิ่มเติมข้อที่ทำผิด ขอให้โชคดีนะค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *