ล่าม อีกอาชีพน่าสนของคนเก่งภาษา



ได้มีโอกาสเข้าไปอ่านบทความนี้ในเว็บไชต์ และคิดว่าเป็นอาชีพนึงที่คนไทยที่มีทักษะความเชี่ยวชาญหลายภาษาสามารถทำได้ อาชีพนั้น คือ อาชีพล่าม นั้นเอง วันนี้ ลองรู้จักอาชีพล่ามกันดูว่า กว่าจะมีทักษะมากพอที่จะทำอาชีพนี้ได้ดีต้องมีหนทางอย่างไร

อาชีพล่าม คืออีกอาชีพที่น่าสนใจมากค่ะ

ว่ากันว่า “ล่าม” เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่รายได้ดี ถึงดีมาก แต่แน่นอน ถ้าเรียนมาง่ายๆ ใครๆก็สามารถเป็นล่ามที่ดีได้ ผลตอบแทนคงไม่สูงขนาดนี้ รายได้ของของอาชีพล่ามนั้นจะขึ้นอยู่กับภาษาและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ลองรู้จักอาชีพล่ามกันดูว่า กว่าจะมีทักษะมากพอที่จะทำอาชีพนี้ได้ดีต้องมีหนทางอย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับอาชีพนี้เสียก่อน “ล่าม” เป็น อาชีพเกี่ยวข้องกับภาษา ทำหน้าที่ใช้ความรู้ทางภาษาในการแปลจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาหนึ่ง ในระหว่างการสนทนา

หลายคนตั้งคำถามว่าอะไรคือความแตกต่างของ นักแปล และล่าม ?
ทั้งสองอาชีพจะคล้ายกันตรงที่ ทั้งการแปล และการล่ามต่างก็ต้อง ถ่ายทอดความหมายจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่ง แต่ส่วนที่ต่างกันก็คือ

สารที่ต้องแปล

การแปล : รับสารที่เป็นตัวอักษร
การล่าม : รับสารที่เป็นคำพูด จึงทำให้เห็นสีหน้า แววตา น้ำเสียง รวมทั้งบรรยากาศในการสนทนา ซึ่งอาจเกิดความกดดันมากกว่า
เวลาในการถอดความ การแปล : ใช้เวลาในการแปลแล้วแต่ความสามารถ ไม่ถูกกดดันด้วยเงื่อนไขของเวลามากนัก สามารถมีตัวช่วยทั้ง พจนานุกรม สอบถามผู้รู้ หรือมีเวลาตรึกตรอง ค้นคว้าหาข้อมูลเลือกใช้ภาษาที่สละสลวย รวมทั้งแปลไปแล้วอาจแก้ไขภายหลังได้
การล่าม : ต้องมีความเก๋าพอสมควร เพราะต้องแปลในเวลาที่จำกัดในช่วงการสนทนาที่ต่อเนื่อง แปลแล้วแปลเลย แถมจะมานั่งเปิดพจนานุกรม หรือหาตัวช่วยก็ไม่ทัน งานจึงออกจะกดดัน และเครียดได้มากกว่า

ล่าม ควรเรียนจบอะไร ?

 

สำหรับอาชีพล่าม ในปัจจุบันบริษัทต่างๆมีการร่วมงานกับต่างชาติ ตลาดของล่ามภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษจึงมีเพิ่มสูงมาก และจะเห็นได้ว่าต้องมีทักษะในการใช้ภาษาที่ตนจะต้องเป็นล่ามให้ได้เป็นอย่างดี สามารถสื่อความได้ครบ ถูกต้อง แปลภาษากลับไปกลับมาได้อย่างคล่องแคล่ว ในเวลาที่จำกัด มีความรู้ที่กว้างขว้าง เรียกได้ว่าต้องมีทักษะในการฟังและแปลอย่างดีทีเดียว รู้ภาษาที่ตนจะเป็นล่ามอย่างแตกฉาน ทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดีต้องมีสมาธิสูง มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นล่ามได้ คงมีที่มาคร่าวๆ ก็ 3 ลักษณะก็คือ

1. เรียนทางด้านภาษานั้นๆมาโดยตรง ในระดับปริญญา
2. เรียนด้านอื่นแต่ไม่ใช่ด้านภาษา แต่ว่ามีใจรักและความสามารถในการใช้ภาษาได้อย่างดี
3. สามารถใช้ภาษานั้นๆได้ดี อาจด้วยการได้มีโอกาสไปศึกษา หรือโตมาในต่างประเทศ จนสามารถใช้ภาษานั้นๆได้แนบเนียนเหมือนภาษาแม่

ในครั้งนี้ เราจะพูดถึงการศึกษาเพื่อเป็นล่ามโดยตรง โดยในระดับปริญญา น้องๆนักเรียนนักศึกษา สามารถเลือกเรียนภาษาที่ตนเองต้องการเป็นวิชาเอก เช่น เอกภาษาอังกฤษ สเปน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย อาหรับ เกาหลี ฯลฯ
และแน่นอนว่ายิ่งได้หลายภาษา โอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพก็ยิ่งมากตามไปด้วย จึงมีคนไม่น้อยทีเดียวที่ฝึกฝนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนสำหรับภาษาที่สาม สี่ หรือมากกว่านั้นตามความสามารถ และความขยัน
งานล่ามที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในศาล ซึ่งจำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางภาษาที่ได้รับการรับรองและสอบผ่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านล่ามและการแปลเอกสารของกระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยดำเนินคดีในชั้นศาลแก่ผู้ถูกดำเนินคดีชาวต่างชาติในระบบยุติธรรมของไทย

เป็นล่ามในบริษัทต่างๆที่ต้องมีการใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อสื่อสารการทำงาน

การที่จะเป็นล่ามที่ดี เป็นที่ต้องการของลูกค้าได้นั้น เราจึงควรหมั่นฝึกฝนให้หนักทั้งภาษาต้นทางและปลายทาง หาความรู้รอบตัวเพื่อรับมือกับหลากหลายสถานการณ์ที่ต้องไปเผชิญ เพราะล่ามที่ดีแค่มีภาษาดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องฉลาด มีปฏิภาณไหวพริบด้วย และที่สำคัญล่ามที่ดีต้องรักษาความลับของลูกค้า เพราะบางครั้งการแปลนั้นอาจเป็นการประชุม การเจรจาต่อรอง หรือติดต่อธุรกิจที่ต้องการเป็นความลับ

พอจะรู้จักอาชีพล่าม และหนทางสู่อาชีพนี้แล้ว ใครมีใจรักในภาษาไหน ก็ขอเอาใจช่วยให้ลงมือลุยได้เลยนะคะ


ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.vcharkarn.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *