วันนี้มีแค่ 23 ชั่วโมง

การปรับเวลาใครว่าวันหนึ่งมีแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมานี้ คนที่อาศัยอยู่ในอเมริกามีเวลาลดลงเหลือเพียงแค่ 23 ชั่วโมงเองค่ะ

อันนี้ไม่ได้โม้นะคะ ใครที่อยู่อเมริกาหรือฝั่งยุโรปมาเป็นปี คงเข้าใจผู้เขียนได้ทันที แต่คนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่คงงุนงงอยู่ไม่น้อย ว่าทำไมเวลามันถึงสั้นลงได้ อย่างครั้งที่เรามาอเมริกาเป็นปีแรกนั้น ทำเอาเราตกใจอยู่มากๆ เพราะวันดีคืนดีก็มาลดเวลาในหนึ่งวันให้เราซะงั้น รู้สึกยังนอนไม่พอเลยค่ะ 55

ผู้เขียนกำลังพูดถึง การปรับเวลา (Daylight Saving Time หรือ DST) ค่ะ ที่อเมริกาและบางประเทศ จะมีการปรับเวลาไปข้างหน้าหนึ่งช่วงโมง ก่อนจะเข้าช่วงฤดูใบไม้ผลิ (Spring) และปรับเวลาถอยหลังไป 1 ชั่วโมง ตอนฤดูใบไม้ร่วง (Fall) เค้าจะมีวลีง่ายๆตลกๆ ที่ใช้เรียกเตือนความจำในเรื่อง “การปรับเวลา” นี้ว่า Spring Forward Fall Back ประมาณว่า กระโดดดึ๋งไปข้างหน้า แล้วหงายหลังล้มกลับมา

 

วัตถุประสงค์ในการปรับเวลาไปข้างหน้านั้น ก็เพื่อให้มีแสงอาทิตย์เวลาบ่ายมากขึ้น ทำให้รู้สึกว่ามืดช้าลงค่ะ ซึ่งเป็นช่วง Spring หรือก่อนนิดหน่อย อย่าลืมนะคะ ที่อเมริกามี 4 ฤดูคือ Spring-Summer-Fall-Winter การปรับเวลาอย่างนี้ ทำให้หน้าร้อนที่อากาศดี ผู้คนมีกิจกรรม Outdoor มาก สามารถมีช่วงเวลาพิเศษระหว่างวันได้อย่างยาวนาน คือข้างนอกจะยังสว่างสดใส ทำกิจกรรมต่างๆนอกบ้านได้ไปถึง 2 ทุ่มยังไม่มืดเลยล่ะค่ะ

การปรับเวลา

การปรับเวลานั้น ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกโดย William Willett นักก่อสร้างชาวอังกฤษ  หลายประเทศได้ใช้มันนับตั้งแต่นั้น โดยมีรายละเอียดแตกต่างไปตามสถานที่และมีการเปลี่ยนแปลงครั้งคราวค่ะ

ในสหรัฐอเมริกา มีการปรับเปลี่ยนเวลา “Day light Saving” เมื่อปี 2550 คือสมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ซึ่งลงนามรับรองในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2548  คือจะปรับเวลาเดินหน้า ในตอนตีสอง ของวันอาทิตย์ ที่ 2 ในเดือนมีนาคม และปรับเวลาถอยหลัง ตอนตีสอง ของวันอาทิตย์แรก ในเดือนพฤศจิกายน

เหตุผลว่าทำไมต้องเป็นวันอาทิตย์ก็เพื่อการปรับตัวและการเตรียมตัวให้พร้อม เพราะถ้าหากเปลี่ยนเวลากันวันจันทร์ต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่แท้ เนื่องจากเป็นวันเริ่มของสัปดาห์ ทั้งนักเรียน ครู-อาจารย์ พนักงานออฟฟิศ คงไปทำงานสายกันเป็นจำนวนมาก

การปรับนาฬิกาตอนตีสองของวันอาทิตย์ ถือว่าเป็นเวลาที่ดึกพอสมควร หากใครเผลอหลับไปก็จบกัน ฉะนั้นเช้าตรู่วันอาทิตย์จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเปลี่ยนเวลาค่ะ แต่ในอเมริกานี้ เวลาในโทรศัพท์, เครื่องคอมพิวเตอร์, tablet, laptop หรือ นาฬิกาบางรุ่น
จะทำการเปลี่ยนเวลาเองอัตโนมัติในวัน Day light saving ค่ะ

สีฟ้าหมายถึงประเทศที่มีการใช้ DST , สีส้มหมายถึงประเทศที่เคยมีการใช้ DST , สีแดงคือประเทศที่ไม่เคยมีการใช้ DST

นาฬิกาที่ปรับเวลาอัตโนมัติ

ตอนที่มีการเปลี่ยนแปลงเวลา คนที่นี่ก็ต้องมีการปรับตัวอยู่นิดหน่อยเหมือนกันค่ะ อย่างเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เราตื่น 7 โมงก็จริง(ตามเวลาเดิม) แต่เวลาก็เปลี่ยนไปแล้ว เป็น 8 โมงเช้าค่ะ ทำให้ขาดทุนเวลาไป เพราะเท่ากับวันนี้เราเหลือเวลาแค่ 23 ชั่วโมง

แต่หลังจากนี้ตอนเดือนพฤจิกายน ซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว เราก็จะได้เวลากลับคืนมาชั่วโมงนึง คือมี 25 ชั่วโมงในหนึ่งวันค่ะ อย่างนี้เป็นผลดีมากๆสำหรับนักเรียน ที่บอกอย่างนี้เพราะที่หน้าบ้านเราที่เราอยู่นั้น จะมีรถโรงเรียนมารับเด็กตอน 6:40 ทุกวัน ตอนเข้าฤดูหนาวนั้น จะมืดเร็ว และสว่างช้ามากๆ

ตอนที่รถโรงเรียนมารับในหน้าหนาว ก่อนเวลาจะเปลี่ยนนั้น (Fall Back) ข้างนอกยังมืดสนิท อากาศหนาวมากๆ บางทีมีลมพัดแรง หรือมีฝน-หิมะด้วย เรามักจะตื่นตอนช่วงที่รถโรงเรียนมารับเด็กๆพอดี (เพราะรถโรงเรียนเสียงดังพอควร) ก็นึกในใจว่า โห เป็นเด็กนักเรียนที่นี่ต้องอดทนเสียจริง มายืนรอรถโรงเรียนได้ในสภาพแวดล้อมอย่างนี้

แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนถอยหลังไป ก็ดีขึ้นมาหน่อยค่ะ เพราะแทนที่เด็กๆจะต้องมารอรถโรงเรียนก่อน 6:40 ก็เปลี่ยนเป็น 7:40 แทน(เวลาก่อนปรับ) เพราะ 7:40 ซึ่งเป็นเวลาก่อนปรับ จะเท่ากับ 6:40 ซึ่งเป็นเวลาหลังปรับ ด้วยเหตุนี้ เด็กๆเลยได้เห็นแสง และยืนในสภาพอากาศที่หนาวน้อยลงหน่อย ระหว่างที่คอยรถโรงเรียน


แม้ว่าจะรัฐส่วนใหญ่ของอเมริกาจะมีการเปลี่ยนแปลงเวลาแต่คงมีบางรัฐ ที่ไม่มีการปรับเวลาค่ะ ได้แก่ รัฐแอริโซนา, เปอร์โตริโก, ฮาวาย, หมู่เกาะเวอร์จิน ไอซ์แลนด์ และหมู่เกาะซามัว

ใครที่กำลังจะมาอเมริกา ถ้าได้รู้เรื่องนี้ก่อนจะดีมากเลยนะคะ เพราะจะทำให้เราเตรียมตัวพร้อม ในวันเวลาที่สั้นลง และยาวนานขึ้น และไม่พลาดเวลานัดหมายที่สำคัญๆด้วยค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.konthaiusa.com,

ขอขอบคุณภาพจาก www.cyberciti.biz

3 comments

  1. กุลนิษฐ์ says:

    ขอนำไปเผยแพร่หน่อยนะคะ ให้เครดิตแล้ว ขอบคุณมากค่ะ เรียนอยู่ที่อเมริกาก็หาความรู้เกี่ยวกับวันนี้ แล้วอยากแบ่งปันให้เพื่อนๆอ่านบ้างค่ะ วันนี้ตื่นเช้า แบบว่าเช้าเกิน ตื่นตี 5 (ยังไม่ได้ปรับ) เราเลยตื่นตี 4 เค้ายังไม่ทำอาหารเช้า หิวตาลายเลย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ สำหรับความรู้ดีดี ^^

  2. กุลนิษฐ์ says:

    ขอนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ ให้เครดิตแล้ว ขอบคุณค่ะ

  3. chainny says:

    ข้อมูลเป็นประโยชน์มากๆค่ะ ขอบคุณความรู้ดีๆ นะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *