วิธีการ จัดกระเป๋าเดินทาง ของฉัน

  จัดกระเป๋าเดินทางสวัสดีค่ะเพื่อนๆ เนื่องในโอกาสที่น้ำตาลได้มีโอกาสกลับมาเยือนเมืองลุงแซมประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง น้ำตาลเลยอยากแชร์วิธีการ จัดกระเป๋าเดินทาง ของตัวเองให้เพื่อนๆได้ฟังกัน เผื่อใครสนใจนำไปใช้หรือไปบอกต่อน้ำตาลก็ยินดีค่ะ

1. น้ำหนักกระเป๋า

เราต้องรู้ก่อนค่ะว่าสายการบินที่เราจะใช้บริการนั้นเขาอนุญาติให้เราขนกระเป๋าไปได้กี่ใบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ข้อกำหนดของสายการบินที่จะนำพาเราไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมักจะอนุญาติให้โหลดกระเป๋าใบใหญ่ใส่ใต้ท้องเครื่องได้ 2 ใบ ใบละไม่เกิน 23 กิโลกรัม ส่วนกระเป๋าที่จะพกขึ้นเครื่องนั้นก็ไม่ควรหนักเกิน 7 กิโลกรัมและมีขนาดไม่เกิน กว้างxยาวxหนา ประมาณ 30x60x30 เซนติเมตรค่ะ

จัดกระเป๋าเดินทางวันนั้นน้ำตาลนั่งของการบินไทยเจ้ากระเป๋าใบใหญ่ทั้งสองไม่มีปัญหาค่ะ แต่มีปัญหากับแครี่ออนใบเล็กที่จะเอาขึ้นเครื่องนี่ล่ะ เพราะเมื่อไปชั่งตรงเคาท์เตอร์เช็คอินดูแล้วมันดันหนัก 9 กิโลกรัมกว่าๆ แต่ดีที่มีถุงโลกร้อนติดตัวไปด้วย(ถุงผ้าใบย่อมขนาดใส่แฟ้มA4ได้)

น้ำตาลเลยได้ทีโอนย้ายของกระจุกกระจิกในส่วนที่เกินประมาณ 2 กิโลกรัมกว่าๆนั้นมาใส่ในถุงผ้าเอาไว้ เมื่อตรวจผ่านก็แอบยัดของกลับเข้าไปไว้ตามเดิม แหะๆ (ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่ควรทำนะคะนั่นเป็นเพราะว่าเจ้าแครี่ออนใบนี้พอเราเดินขึ้นเครื่องมันจะต้องถูกเก็บไว้บนช่องเก็บสัมภาระที่เหนือศรีษะที่นั่งของเราและถ้าน้ำหนักมันมากเกินไป ช่องเก็บสัมภาระอาจเปิดหรือหักลงมาแล้วข้าวของด้านบนอาจหล่นลงมาเป็นอันตรายต่อคนที่นั่งข้างใต้ได้ค่ะ)

2. เลือกซื้อกระเป๋า

เมื่อเราทราบแล้วว่ากระเป๋าของเราต้องมีน้ำหนักเท่าใด คราวนี้เราก้ต้องกะคร่าวๆเอาว่าข้าวของเรามีเท่าไหร่ และต้องใช้กระเป๋าแบบไหนจึงจะเหมาะสม กระเป๋าที่เราควรเลือกซื้อนั้นควรทำด้วยวัสดุที่มีความทนทานต่อแรงกดและแรงกระแทกค่ะ เพราะไม่ว่าจะสายการบินไหนๆขอให้เชื่อได้เลยว่าพวกเขาจะโยนกระเป๋าของเราไปมาแบบไม่ปราณี

ดังนั้นข้อแนะนำสำหรับคนงบน้อยก็คือไม่ต้องซื้อลายสวยๆแพงๆหรอกค่ะ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณได้ใช้กระเป๋าเดินทางแน่นอนว่ามันจะกลับมาพร้อมกับร่องรอยอารยธรรมไม่มากก็น้อย หรือถ้าคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆน้ำตาลขอบอกเลยว่าถ้าคุณใช้กระเป๋าเดินทางได้ครบ 5 ครั้งก็ถือว่าสุดยอดมนุษย์แล้ว

กระเป๋าใบใหญ่ทั้งสองของน้ำตาล ใบหนึ่งจะมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเพื่อจะใส่ของจำพวกหนังสือหรือกล่องที่มีเหลี่ยมมีมุมหรือของที่ไม่อยากให้ถูกกระแทกเสียหาย ส่วนอีกใบจะเป็นรูปทรงอะไรก็ได้ขอแค่มันสามารถยืดหยุ่นและยัดเสื้อผ้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และกระเป๋าเดินทางที่น้ำตาลชอบใช้ไม่ใช่กระเป่าพลาสติกใหญ่ๆที่ต้องล๊อคเลขรหัสให้วุ่นวายจนปวดกระบาลหรอกค่ะ ทุกครั้งน้ำตาลจะใช้กระเป๋าผ้าไนลอนบางๆที่ไม่ใช่บางแบบส่องเห็นของข้างในได้แต่ก็มีความบางมากกว่าเจ้าพวกกระเป๋าพลาสติกพีวีซีหล่อหนักๆทั้งหลาย นั่นก็เป็นเพราะน้ำตาลต้องการใส่ของให้ได้มากๆเท่าที่จะมากได้ค่ะ

ส่วนสมบัติที่มีราคาแพงหน่อยน้ำตาลก็จะจัดใส่เจ้าแครี่ออนที่จะเอาขึ้นเครื่องด้วย ใบนี้ต่างหากที่ควรจะซื้อแบบแพงๆและดูดีเพราะแน่นอนว่ามันจะตามติดไปกับเราในทุกที่ทุกเวลา แต่หากใครกังวลเรื่องของจะหายก็เอาตามความสะดวกสบายใจโลดจ้า ลงรหัสลงยันต์กันได้เลยเพราะเงินใครก็เงินมันอยู่แล้ว

ขอเล่าอีกนิดนึงว่ากระเป๋าใบใหญ่ราคาใบละไม่เกิน 1,000 บาท ของน้ำตาลนี่ล๊อคด้วยแม่กุญแจเล็กกระจิ๊ดตลอด ครั้งล่าสุดที่เดินทางมาอเมริกายิ่งฮาเข้าไปอีก เพราะลืมล๊อคกระเป๋าใบใหญ่ทั้งสองกระเป๋าเลย ซึ่งก็ถือว่าโชคดีมากค่ะที่ของทุกอย่างอยู่ครบและไม่มีร่องรอยการรื้อค้นใดๆเกิดขึ้นด้วย >.<

3. การจัดข้าวของเสื้อผ้าใส่กระเป๋า

ก่อนจัดก็จดรายการข้าวของที่เราจะนำไปด้วยอย่างคร่าวๆกันก่อนนะคะว่าอยากนำอะไรไปบ้าง อย่าลืมตรวจดูพยากรณ์อากาศของเมืองที่เราจะไปด้วยว่าหนาวหรือร้อน ซึ่งถ้าร้อนก็โยนเสื้อหน้าๆไว้ใต้กระเป๋าได้เลย แต่ถ้าหนาวก็สลับกันค่ะคือจัดชุดซัมเมอร์ไว้ข้างในก่อน ข้าวของเครื่องใช้เช่นสบู่ แชมพู ยาสีฟัน ไม่ต้องพกไปมากนะคะ หนักกระเป๋าเปล่าๆ เพราะที่ไหนๆก็มีให้ซื้อใช้เหมือนกันโดยราคาก็ไม่ได้ต่างกันมากเลยค่ะ นอกจากถ้าคุณจะไปลงที่อลาสก้า ^__^

เสื้อผ้าของน้ำตาลส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่ไม่ต้องรีดค่ะเพราะจะได้ยัดไว้ยังไงก็ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะยับหรือไม่ยับ กางเกงยีนส์ขายาวสีสุภาพสักสองตัวก็พอเพราะมันหนัก และเอากางเกงผ้ายืดสีดำมาเยอะๆเพราะมันจะใส่ได้ทุกโอกาส ชุดว่ายน้ำ ชุดราตรี ชุดไทย ชุดอะไรก็เอามาเผื่อไว้แต่ไม่ต้องเยอะนะคะ อย่างละชุดก็พอ เพราะถ้ามีโอกาสจะได้ใส่มันหายากและแพงกว่าบ้านเรามาก

ถ้าใช้กระเป๋าบางๆเหมือนของน้ำตาลอย่าลืมหาอะไรปูรองที่พื้นกระเป๋าสักชั้นก่อนนะคะเพื่อป้องกันความเสียหาย(น้ำตาลใช้ถุงดำใส่ขยะบ้านเรานี่ล่ะ) ส่วนของอะไรที่คิดว่าพังยากก็ใส่ไว้ที่ขอบของกระเป๋าค่ะหรือถ้าคิดไม่ก็เอาเสื้อผ้านั่นแหละใส่ไปก่อน โดยการจะยัดของให้ได้มากที่สุดก็คือการพับผ้าแล้วม้วนแบบโรตีให้แน่นๆทีละตัวค่ะ

ค่อยๆวางเรียงกันไปเรื่อยๆพยายามอย่าให้มีช่องว่าง หรือถ้ามีช่องว่างก็ให้ยัดของกระจุกกระจิกลงไป ของที่แตกหักง่ายก็ใส่ไว้ตรงกลางๆค่ะ เมื่อกระเป๋าเต็มก็ค่อยเอาเสื้อยืดตัวใหญ่ๆ หรือกางเกงยีนขาสั้นแผ่กางโป๊ะหน้าไว้เพื่อกันกระแทกอีกชั้นแล้วจึงปิดกระเป๋าได้เลย อย่าลืมถ่ายสำเนาพาสปอร์ต,วีซ่า,ที่อยู่และเบอร์ติดต่อกลับ ใส่ไว้ในกระเป๋าทุกใบด้วยนะคะ

ส่วนของสำคัญให้ใส่แครี่ออนขึ้นเครื่องไปด้วยค่ะ อาทิเช่น โน๊ตบุค กล่องถ่ายรูป เพราะถ้าของเหล่านี้สูญหายหรือชำรุดขึ้นมาก็งานงอกกันเลยทีเดียว ส่วนของเหลวถ้าจะเอาขึ้นเครื่องด้วยก็ขวดละไม่เกิน 100 มิลลิลิตรนะคะ อย่าลืมใส่ในถุงซิปล๊อคให้เรียบร้อยด้วยจ้า

 

4. การป้องกันอื่นๆ

น้ำตาลชอบที่จะผูกโบว์ด้วยริบบิ้นสีๆไว้ที่บนกระเป๋าเพื่อความง่ายต่อการสังเกตเห็นเวลาเราไปยืนรอรับกระเป๋าตรงสายพานค่ะ เราจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลายืนสังเกตนานว่าจะใช่สมบัติของเราหรือเปล่า เห็นบ่อยเลยค่ะที่หยิบกระเป๋าผิดกัน

ดังนั้นถ้าเพื่อนๆมีไอเดียอะไรที่จะทำให้ตัวเองจำกระเป๋าของตัวเองได้ก็ทำเลยนะคะ เพราะบางทีเมื่อเราใช้บริการกับบางสายการบิน ตัวอย่างเช่น จากกระเป๋าสีเหลืองตอนไปรับอาจกลายเป็นลายเสือดาว หรือกระเป๋าสีขาวอาจเป็นทางม้าลายเอาได้

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยนะคะ See you !!


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *