อยู่อเมริกา มาเข้าครัวทำอาหารเองกันดีกว่า!!

อยู่อเมริกา มาเข้าครัวทำอาหารเองกันดีกว่า!!การมาใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา ต่างถิ่น ต่างวัฒนธรรม เชื่อได้เลยว่าคนไทยในอเมริกาจะต้องคิดถึงกับข้าวไทยกันอย่างแน่นอน! แต่การไปหาซื้อกินตามร้านอาหารไทยนั้น นอกจากจะราคาแพงมากมากแล้ว หลายๆร้านยังทำอาหารรสชาติเอาใจคนอเมริกันอีก ( แนวออกหวานเลี่ยนๆ ไม่เผ็ด แซ่บถูกใจเราเล้ย!) แต่ที่แย่ไปกว่านั้น นั้นก็คือ บางเมืองก็ไม่มีร้านอาหารไทยเลยซักร้าน (- -“) แบบนี้มันน่าขัดใจพวกเราคนไทยเสียจริงๆ   แล้วทางออกที่ดีที่สุดจะเป็นอะไรไปได้ นอกเสียจากทำอาหารไทยกินเอง นั่นเอง!

เชื่อค่ะว่า หลายคนมาอยู่อเมริกาต้องทำกับข้าวกินเองไม่มากก็น้อย เรียกได้ว่ามาอยู่ที่นี่ ต้องพึ่งพาตัวเองกันสุดๆ โดยเฉพาะตอนหิว ที่นี่ไม่มีแม่  ไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีร้านอาหารโต้รุ่ง ไม่มีร้านหน้าปากซอย ไม่มีอาหารตามสั่ง มาคอยบริการเราเหมือนอย่างในเมืองไทย เพราะฉะนั้นการทำอาหารไทยกินเองจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับคนไทยที่มาใช้ชีวิตในอเมริกา

ขอเล่าประสบการณ์ตัวเองซักนิดค่ะ ตัวเองเป็นคนที่ไม่ได้ชอบทำกับข้าวซักเท่าไหร่หรอกค่ะ แม่เราเค้าก็ทำอาหารอร่อยด้วย อีกอย่างบ้านใกล้ตลาด มีร้านอาหารตามสั่ง ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว อาหารมีให้เลือกสารพัด ช่างเอื้ออำนวยให้ไม่ต้องทำกับข้าวเองซะเหลือเกิน  แต่ก่อนมาเมกา คิดว่าถ้ายังติดอาหารตามสั่ง และยังทำเองไม่เป็น มาอยู่อเมริกาต้องแย่แน่ๆ  เราก็เลยพยายามจะหัดทำกับข้าว โดยลงทุนไปเข้าคอร์สเรียนที่ศูนย์พัฒนาอาชีพ ที่เชียงใหม่ ลงเรียนหลายหลักสูตรค่ะ ตั้งแต่การทำอาหารเส้น อาหารไทยที่ฝรั่งชอบ เรียนทำขนมด้วย ตอนเรียนก็สนุกสนานมากค่ะ เพราะทำกันเป็นกลุ่มบ้าง เดี่ยวบ้าง อาหารเหลือก็เอากลับมาทานที่บ้านบ้าง  แต่เมื่อลองมาทำเองที่บ้าน  หน้าตาและรสชาติอาหารมันดูแปลกๆ ดูไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเท่าไหร่ค่ะ  แต่สุดท้ายก็เรียนจนจบหลักสูตรและได้ใบประกาศนียบัตรมาครอบครองจนได้ 55

จนเมื่อได้มาอยู่อเมริกา เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ว่า ตนต้องเป็นที่พึ่งของตน ต้องทำกับข้าวกินเองถึงจะอยู่รอดและประหยัดเงิน เพราะถ้าไม่ทำกินเอง อาหารไทยตามร้านก็ราคาแพงมาก จานละไม่ต่ำกว่า 8-9 ดอล  เราไปจ่ายตลาดครั้งหนึ่งหมดเงินประมาณ 20 ดอล แต่สามารถทำกับข้าวกินได้หลายมื้อ หรืออาจจะทั้งอาทิตย์เลยก็ยังมี เราคิดว่าถ้าไม่ได้ทำกับข้าวไทยเอง รับรองหน้าก็จะกลมกลายเป็นขนมปัง กับซีเรียลแน่นอนทีเดียว เลยต้องฝืนทนกินฝีมือตัวเอง ฝึกฝนซ้ำๆๆจนเริ่มชินและชำนาญมากขึ้น

ไปดูกันเลยค่ะว่ามีเมนูไหนบ้างที่เราชอบทำกินเองที่อเมริกา

 สปาเกตตี้แกงเขียวหวาน

เราใช้เครื่องแกงเขียวหวานค่ะ ซึ่งหาซื้อเครื่องแกงง่ายได้ตามร้านเอเซี่ยนสโตร์ สำหรับใครที่นำติดไม้ติดมือจากเมืองไทยได้จะดีมาก  พริกแกงเขียวหวาน นอกจากจะใช้ทำแกงเขียวหวานแล้ว ยังสามารถทำแกงเขียวหวานผัดแบบแห้งๆ ส่วนเมนูที่เราทำจะใส่สปาเกตตี้ลงไปในแกงเขียวหวานแล้วผัดให้เข้าเนื้อเส้น อร่อยอย่าบอกใครเชียว

 

 

ต้มข่ากุ้ง,ต้มข่าปลา

ฟังดูแปลกๆๆ  ใช่แล้วค่ะต้มข่ากุ้ง มันเป็นเมนูที่ดัดแปลงจากต้มข่าไก่นั่นเอง เป็นอีกเมนูหนึ่งที่น่าทานมากค่ะ หัวใจสำคัญก็อยู่ที่เครื่องแกงอีกเช่นกันค่ะ มาอยู่อเมริกาไม่ต้องมาโขลกพริกเคื่องแกงให้เมื่อย เพียงแค่ฉีกซองโลโบต้มข่าไก่ผสมกับกระทิ เติมกุ้ง หรือปลา  ใส่เห็ด ใส่ผักได้ตามใจชอบ รสชาติที่ออกมาก็ถือว่าไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียงต้มข่าไก่ที่เมืองไทยค้าา

 

 

ข้าวผัด

อีกเมนูหนึ่งที่เหมาะมากๆสำหรับใครที่อยากลองทำอาหารเอง เพราะข้าวผัดเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายมากๆค่ะเพียงแต่มีข้าวสวย มีไข่ไก่ มีเนื้อสัตว์ มีผักที่เหลือในตู้เย็น จับมาผัดผสมๆกัน เท่านี้ก็ทำข้าวผัดแบบง่ายๆได้แล้ว เพียงแต่ผัดเนื้อสัตว์กับไข่ จากนั้นใส่ข้าวลงไปผัดด้วย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล  แล้วเพิ่มผักเข้าไปด้วยก็ได้ เท่านี้ก็ได้เมนูง่ายๆ ที่ทานอร่อยอย่างคนไทยมาอีกเมนูหนึ่งค่ะ ใครอยากรับประทานแบบเต็มสูตร ก็ทอดไข่ดาวโปะลงไปบนหน้าข้าวผัดอีกใบ เท่านี้ก็ได้แล้วค่ะ เมนูข้าวผัดของคนไทย

 

 

ต้มยำกุ้ง,ต้มยำปลา,ต้มยำรวมเห็ด

ต้มยำเป็นอะไรที่ฮิตมากค่ะในอเมริกา คนอเมริกันจะรู้จักดีเชียว ต้มยำกุ้ง รสชาติที่จัดจ้าน น่าทำทานในช่วงหน้าหนาว ส่วนการทำต้มยำนั้น เพียงแค่มีเครื่องต้มยำก็เอาอยู่ค่ะ ใส่เห็ด ผัก และกุ้ง หรืออาจจะใส่เนื้อปลาก็ได้ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล   ส่วนใครที่ชอบต้มยำน้ำข้นและไม่มีกะทิ ก็สามารถใส่นมข้นจืดแทนกะทิได้ค่ะ ที่น่าสนใจคือ คนอเมริกันที่นี่เค้าจะถือว่าต้มยำของเรานี้เป็น “ซุป” ชนิดหนึ่งค่ะ เค้าจะกินเป็น Appetizer ก่อนอาหาร ไม่ได้ถือเป็นกับข้าว ดังนั้นรสชาติจะไม่เข้มข้นจัดจ้านเหมือนบ้านเราค่ะ

 

ผัดผักรวมกุ้ง

เมนูนี้ทำง่ายเหมือนกันค่ะ  เพียงแค่มีซีอิ้วขาว และน้ำมันหอย แค่นี้ก็อร่อยแล้วค่ะ! เราจะชอบใส่ผักสารพัดค่ะ ไม่ว่าจะเป็น จะบร็อคโคลี่ แครอท เห็ด ผักคะน้า ผักกาดขาว และใส่กุ้ง สามารถนำมาผัดในแบบรสชาติไทยๆได้หมดเลยค่ะ ดังนั้นเมนูนี้จึงเป็นอะไรที่เราชอบทำกินเอง ทำทีนึงกินได้หลายวันค่ะ  ลองทำดูได้นะค่ะ เพราะในอเมริกาเราสามารถหาผักได้ง่าย ตามห้าง ซึ่งราคาไม่ได้แพงมาก แถมยังเป็นเมนูผักๆที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย

 

 

ไข่เจียว,ไข่ต้ม, ไข่ตุ๋น 

เมนูไข่ๆ นี้เป็นเมนูยอดฮิตค่ะ ของคนไทยในอเมริกา ทุกคนล้วนต้องผ่านการทอดไข่เจียว หรือทำไข่ต้ม กันมาบ้างแล้วนะค่ะไม่มากก็น้อย  เพราะนอกจากจะทำง่าย ประหยัด และยังถือเป็นอาหารประทังชีวิตยามหิวๆและไม่รู้จะกินอะไร ได้เป็นอย่างดีเมื่อมาอยู่อเมริกา

 

 

 

 

ส้มตำมะละกอ,ตำแตงกวา,ตำแอปเปิ้ล

ส้มตำ เป็นเมนูที่เราชอบที่สุดค่ะ บอกตามตรงค่ะ ตอนอยู่เมืองไทย ไม่เคยทำเลย ออกไปซื้อกินตามปากซอย ตามตลาดตลอด ไม่นึกว่าจะได้มาทำเองในอเมริกานี้ วัตถุดิบในการทำ ค่อนข้างหายากที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะละกอดิบ!! บางทีเราก็ดัดแปลงโดยใช้แตงกวา หรือ ใช้แอปเปิ้ลกับแครรอท แทนซะเลย เพราะด้วยความที่อยากกินมาก แต่มันก็ออกมาใช่ได้ค่ะ พอกินได้ 55

 

ฉู่ฉี่ปลาทูน่า,ฉู่ฉี่ปลาแชลมอน,ฉู่ฉี่กุ้ง

เมนูนี้เหมือนจะยากแต่ทำได้ง่ายมากๆค่ะ ขนาดเราไม่ค่อยได้ทำกับข้าวเท่าไหร่ ลองมาทำครั้งแรกก็ออกมาอร่อยใช้ได้ แสนภูมิใจ! (กินเองก็เลยชมตัวเอง 55) วิธีทำนี้ก็แสนง่าย เริ่มจากตั้งน้ำมันผัดกับน้ำพริกฉู่ฉี่กระป๋องก่อน พอหอมสักพักก็ใส่กระทิกระป๋องลงไป รอสักพักให้ส่วนผสมเริ่มเดือดก็ใส่ปลาทูน่ากระป๋อง และอาจเติมส่วนผสมต่างๆที่ชอบและน่าจะเข้ากันได้ลงไปเพื่อเพิ่มความหลากหลาย (เราชอบใส่ บอคโคลลี่ กับ เต้าหู้) จากนั้นก็ใส่กะทิที่เหลือ คนๆให้เข้ากันและรอให้เดือดอีกสักหน่อย เป็นอันเสร็จพิธีค่า

 

ยังมีอีกหลายเมนูค่ะ ไม่ว่าจะเป็น  ลาบ น้ำตก ผัดกระเพรา สุกี้ ราดหน้า ข้าวซอย ผัดหมี่ ซึ่งเมนูเหล่านี้เราแทบไม่เคยทำเลยตอนอยู่เมืองไทย แต่ก็ได้มาฝึกปรือฝีมือในอเมริกานี่เอง เพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ได้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์เมนูใหม่ได้หลายอย่าง รวมทั้งในอเมริกาเครื่องปรุง เครื่องแกง หรือวัตถุดิบบางอย่างก็ออกแบบมาให้ทำอาหารได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว จากคนที่ไม่ได้คล่องเรื่องทำกับข้าว แต่ได้ฝึกฝนบ่อยๆ ทุกวันนี้เริ่มดีขึ้นมาก แถมได้เสน่ห์จากปลายจวักอีกเพียบ!!! กลับเมืองไทยคราวนี้ตั้งปณิธานไว้แล้วค่ะ ว่าจะต้องกลับไปดูแลครอบครัว โดยทำอาหารให้พ่อ แม่ พี่น้องได้กิน ให้สมกับที่จากบ้านจากเมืองไทยมานานเกือบ 5 ปี ^-^

 



ขอบคุณภาพประกอบจาก:g41act.multiply.com,workdeena.blogspot.com,hflight.net,jirastoryteller.blogspot.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *