เที่ยว British Columbia

เที่ยว British Columbiaเมื่อเดือนก่อนมีเวลาว่างหลังจากที่ย้ายของเข้าบ้านใหม่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนในบ้านก็มีความเห็นว่าเราควรจะหาโอกาสไปเที่ยว ศึกษาหาความรู้รอบตัว และใช้เวลาหาความสุขกันในครอบครัวให้มากที่สุด แต่ด้วยความที่เพิ่งจะย้ายมาอยู่ที่รัฐ Washington ได้ไม่นาน และที่ฐานทัพ Lewis มีโปรแกรมไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับก็เลยลองไปติดต่อดูค่ะ อ้อ! ต้องบอกก่อนนะคะว่าที่นี่ให้บริการเฉพาะทหารและครอบครัว หรือข้าราชการของกระทรวงกลาโหม สหรัฐฯเท่านั้นค่ะ  แต่บริษัททัวร์ หรือ สำนักงานแนะนำการท่องเที่ยวก็มีให้หาได้ทั่วไปค่ะ

การไปเที่ยวกับกลุ่มทัวร์เล็กๆอย่างนี้มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ยังไม่เคยชินกับพื้นที่ค่ะ เพราะไม่ต้องยุ่งยากดูแผนที่และขับรถเองให้เหนื่อย ถ้าต้องมีการซื้อตั๋วซื้อบัตรเขาก็จัดการให้ ถือเป็นการสำรวจลู่ทางก่อน จากนั้นถ้าชอบจุดไหนก็จะได้ไปเองได้ทีหลังค่ะ ตัวเองและครอบครัวชอบใช้วิธีนี้ตลอด ถึงแม้ว่าอาจจะมีหงุดหงิดขรุขระนิดหน่อยเพราะมีคนอื่นรวมกลุ่มไปกับเราด้วย แต่ก็ช่วยตัดปัญหาการหลงทางและประหยัดเวลาอีกด้วยค่ะ

ตอนนั้นพอดีมีทัวร์พาไปเที่ยวที่ British Columbia ซึ่งอยู่ในประเทศแคนาดาค่ะ ไปแบบเช้าไปเย็นกลับมีรถรับส่งให้ ค่าทัวร์รวมค่าเรือข้ามไปฝั่งแคนาดาด้วยแล้วค่ะ  วันนั้นทัวร์ออกเวลาตีสี่ครึ่งค่ะ เพราะจากที่ที่ออกเดินทางต้องใช้เวลาขับรถประมาณสองชั่วโมง และจะต้องทำเวลาให้ไปทันขึ้นเรือข้ามฟากค่ะ ตอนที่ไปถึงก็ประมาณเจ็ดโมงเช้า มีเวลาเหลือนิดหน่อยที่จะได้ยืดแข้งยืดขารับประทานอาหารเช้าค่ะ

ท่าเรือที่ไปขึ้นเฟอร์รี่มีชื่อว่า Port Angeles ค่ะ ที่ท่าเรือในตอนเช้าๆก็ยังเงียบอยู่มาก มีร้านอาหารเช้าPort Angelesเปิดอยู่ที่ใต้ถุนโรงแรมแค่ร้านเดียว บางทีก็อาจจะมีรถเข็นขายกาแฟ น้ำ และขนมขบเคี้ยวอยู่อีกที่หรือสองที่เท่านั้น วันนั้นอากาศหนาวก็เลยเข้าไปนั่งทานอาหารเช้าในร้านที่โรงแรมค่ะ  อาหารเช้าที่นี่ก็เป็นอาหารเช้าแบบฝรั่ง พวกแพนเค้ก ไข่เจียว ไข่ดาว และผลไม้สักชิ้นสองชิ้น แต่ไข่เจียว (Scramble eggs) เขาจะใส่ Cheese ด้วยนะคะ บอกไว้ก่อนเผื่อใครไม่ชอบ ราคา..โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าค่อนข้างแพง อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีร้านอื่นให้เลือกก็เป็นได้ค่ะ  แต่ถ้าได้ไปที่ท่าเรือเขามีคูปองส่วนลดให้นิดหน่อยสำหรับร้านนี้ค่ะ

พอได้เวลาเรือออกซึ่งมีรอบเดียวนะคะถ้าจำไม่ผิด ประมาณแปดโมงเช้ากลับประมาณบ่ายสามโมงค่ะ  เรือนี้เป็นเรือเฟอร์รี่เหมือนที่ข้ามไปเกาะช้างหรือเกาะสมุยนั่นล่ะค่ะ ใครจะเอารถไปก็ขับไปที่ชั้นล่าง ใครไม่มีรถก็เดินขึ้นไปที่ห้องโดยสารเรือข้างบนเลย  ในเรือจะมีบาร์ขายเครื่องดื่มละขนมนิดหน่อย นอกจากนี้ก็มีร้านขายของที่ระลึกต่างๆด้วยค่ะ เฟอร์รี่จะใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆค่ะ เพราะผู้โดยสารจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ทางบริษัทเดินเรือเค้าก็มีบริการอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ไว้ให้ด้วยค่ะ แต่ใครจะสนเมื่อบรรยากาศรอบข้างแสนจะโรแมนติด ยกเว้นแต่ว่าพ่อลูกชายวัยหกขวบคอยแต่จะขัดจังหวะอยู่เรื่อย ลองนึกภาพดูนะคะ เวลาที่อยู่บนเฟอร์รี่เราจะสามารถมองข้ามท้องน้ำออกไป พระอาทิตย์เริ่มทอแสงทางทิศตะวันออก และที่สุดแผ่นน้ำเป็นกำแพงทิวเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สวยมากๆทีเดียวค่ะ

พอเรือเข้าเทียบท่า ที่ท่าเรือจะเป็นด่านศุลกากรก็ต้องแสดงหนังสือเดินทางค่ะ ถ้าใครจะไปอย่าลืมเอาหนังสือเดินทางไปด้วย และถ้าเป็นหนังสือเดินทางไทยก็ต้องมีวีซ่าแบบที่เข้าประเทศแคนาดาได้ด้วยนะคะ ขั้นตอนการตรวจสอบที่ด่านศุลกากรก็เหมือนที่อื่นๆทั่วไปค่ะ โดยเขาจะถาม ว่ามาประเทศแคนาดาทำไม มากับใครบ้าง จะค้างคืนไหม จากนั้นก็เรียบร้อยค่ะไปเที่ยวต่อได้

ตอนนี้มารู้จัก British Columbia กันสักหน่อยก่อนนะคะ ที่ BC นี่เป็นเกาะที่อยู่ทางตะวันตกสุดของBritish Columbia พรมแดนประเทศแคนาดาค่ะ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา และจากชื่อก็คงบอกได้นะคะว่าเคยอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร หรือ ประเทศอังกฤษค่ะ ชื่อของเกาะก็ได้รับพระราชทานมาจากพระนางเจ้าวิคตอเรีย อดีตราชินีแห่งสหราชอาณาจักรค่ะ

เมื่อขึ้นฝั่งไปนักท่องเที่ยวก็สามารถไปเดินเที่ยวได้ตามที่ต่างๆค่ะ ซึ่งจะไปเที่ยวที่ไหนนั้นก็เตรียมไว้ได้ตั้งแต่อยู่บนเฟอร์รี่ เพราะมีแผนที่และใบปลิวต่างๆให้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปราสาท พิพิธภัณฑ์ซึ่งก็มีโรงภาพยนตร์อยู่ข้างในด้วย  หรือใครอยากจะเดินเที่ยวในเมืองก็มีสถาปัตยกรรมแปลกๆให้ดู หรือไม่ก็ไปเดินช้อปปิ้งก็ได้ด้วยค่ะ แต่วันนั้นไปก็เดินไปเที่ยวที่ใกล้ๆก่อนเพราะหนาวและฝนตกด้วยค่ะ พูดถึงฝนถ้าใครไปติดร่มหรือเสื้อกันฝนไปด้วยก็ดีเหมือนกันนะคะ

พอฝนตกหนักเข้าก็เลยเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ค่ะ  ถ้าคุณคิดถึงพิพิธภัณฑ์เก่าๆที่มีแต่ของเก่าๆแสดงอยู่ในตู้โชว์ คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่นะคะ เพราะพิพิธภัณฑ์ที่นี่เขาใช้เทคโนโลยีต่างๆมาช่วยเพิ่มสีสันให้กับพิพิธภัณฑ์ให้ดูน่าสนใจขึ้นค่ะ พอเดินเข้าไปข้างในพิพิธภัณฑ์ก็จำมีรูปแผนที่ที่ขึ้นจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ให้ดูลักษณะภูมิประเทศ และเปรียบเทียบขนาดของเกาะ British Columbia กับที่ต่างๆในโลกให้เห็นความใหญ่โตของมันค่ะ

ข้างในมีโรงภาพยนตร์ที่จะฉายภาพยนตร์สารคดีที่ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดไว้ ในหนึ่งวันก็จะมีอยู่หลายเรื่องBritish Columbia เพราะฉะนั้นก่อนที่จะซื้อตั๋วจะต้องไปดูตารางการแสดงก่อน ไม่อย่างนั้นก็อาจจะได้ตั๋วผิดไม่ได้ดูสารคดีที่อยากดูก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ทางพิพิธภัณฑ์จะจัดการแสดงต่างๆให้เข้ากับเทศกาลสำคัญในช่วงนั้นๆ อย่างตอนที่ไปเป็นช่วงตรุษจีนก็มีกี่แสดงดนตรีสด การเขียนภาษาจีนและทำเข็มกลัด มีการเล่าเรื่องของชาวจีนที่มาที่นั่น เขาไม่มุ่งแต่จะพูดถึงตรุษจีนในประเทศจีน แต่ดึงนิทรรศการให้มีความสัมพันธ์กับท้องถิ่นที่นั่นค่ะ ส่วนอื่นๆที่ไม่ใช้ในการแสดงนิทรรศการก็มีการแสดงสิ่งของหรือรูปภาพอื่นๆที่น่าสนใจค่ะ  เวลาหิวเขาก็มีร้านอาหารอยู่ข้างใน แต่อาจจะไม่ถูกปากชาวไทยมากนักเพราะอาหารที่ขายจะมีก็แต่พวกพาย สลัด และแซนวิชง่ายๆเท่านั้นค่ะ ถ้าจะให้ดีก็ต้องเดินออกไปข้างนอก ที่มุมถนนตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ก็มีร้านอาหารอิตาเลียนเจ้าเก่าเปิดขายมานมนานตั้งอยู่ด้วยค่ะ แต่ถ้าใครชอบแซนวิชสไตล์ฝรั่ง ที่ร้านอาหารของพิพิธภัณฑ์ก็ใช้ได้ค่ะ

วันนั้นได้เที่ยวไม่มากเพราะถือว่าเป็นการสำรวจเส้นทางเท่านั้น ก็เลยไม่มีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆมาเล่าให้ฟัง แต่อย่างน้อยก็จะได้รู้ลู่ทางเผื่อจะไปด้วยตัวเอง แต่อย่าเพิ่งตัดสินใจนะคะว่าที่นี่น่าเบื่อเพราะเมืองที่นี่น่ารักมากค่ะ โดยเฉพาะความสวยงามทางธรรมชาติ มีให้ตื่นตาตื่นใจ ทั้งภูเขา ทะเล ป่าไม้ หรือสัตว์ป่าต่างๆ ที่เห็นคนที่ไปกันก็คงจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ ตั้งแต่การตั้งแคมป์ ปิคนิค ขี่จักรยาน ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่คนที่นี่ชอบทำมากค่ะ ถ้าสนใจก็เชิญอ่านต่อในหัวข้องานอดิเรกของชาวอเมริกันนะคะ แต่ถ้าใครไม่ชอบกิจกรรมพวกนี้ก็ไปขึ้นเรือชมปลาวาฬก็ได้คะ

โดย Supakorn Bagley

Intercultural Consulting and Services LLC


 

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก: colettes.comkhsfactoryracing.com,

commons.wikimedia.org,blog.clippervacations.com 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *