เรื่องช็อคในอเมริกา ( Culture shock)

เรื่องช็อคในอเมริกา ( Culture shock)ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่า เรื่อง ช็อค ในอเมริกา ไม่ได้หมายถึง เจอผี หรือ เรื่องที่ทำให้รู้สึกขวัญหนีดีฝ่อ แต่อย่างใด แต่ วันนี้เราจะมาพูดกันถึง เรื่อง ช็อคทางวัฒนธรรม หรือที่เรียกว่า Culture shock นั่นเองค่ะ

Culture Shock ถ้าจะแปลตรงตัว ก็จะหมายถึง ความตกใจทางวัฒนธรรม หรือ เรียกให้เพราะๆหน่อย ก็คือ ความรู้สึกสับสนต่อวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย มักเกิดกับคนที่ไปเมืองนอก แล้วในช่วงแรกๆ ยังปรับตัวไม่ได้ ซึ่งวัฒนธรรมหรือการใช้ชีวิตที่เมืองนอกนั้น บางครั้งก็ตรงข้ามกับบ้านเราซะเหลือเกิน พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือจนทำให้เราปรับตัวไม่ทันจริงๆ

เราลองไปดูนะค่ะว่า มีเรื่องไหนบ้างที่คนอเมริกัน ทำให้คนไทย เกิดอาการช็อค

1. ตึกสูงใหญ่ ระฟ้าเหมือนในหนังอยู่ที่ไหน

     ตึกส่วนมากที่นี่สูงไม่เกิน 2 ชั้น เนื่องจากกฎหมายที่นี่ห้ามสร้างตึกสูงเกินที่กำหนด คนที่จินตนาการว่ามีตึกสูงใหญ่ ผู้คนแต่งตัวสวยงามเหมือนในหนัง คงต้องผิดหวังตามๆๆกัน แต่ถ้าอยากดูจริงๆแนะนำว่าต้องไปที่นิวยอร์คค่ะ

2. ขับรถเลนส์ขวา พวงมาลัยอยู่ทางด้านซ้าย

    คนที่ขับรถเป็นจากเมืองไทย คงต้องปวดเศียรเวียนเกล้าไปตามๆกัน เมื่อมาขับรถที่นี่ เพราะนอกจากจะรู้สึกแปลกๆในการขับรถเลนส์ขวาแล้ว ยังมีป้ายจราจรต่างๆมากมายที่ไม่รู้ความหมาย

3. อาบน้ำรวมกัน

    ในห้องน้ำรวมหรือล็อคเกอร์ พี่แกจะถอดเสื้อแล้วเดินกันโล่งแจ้งอย่างนั้นเลย ห้องไม่มีอะไรกั้น รับรองว่าคนไทยอย่างเราต้องตกใจแน่นอน แต่อยู่ไปก็จะชินไปเองค่ะ

4 อาหารการกินและทิป

  อาหารการกินที่แตกต่างจากไทย รสชาติของอาหารที่แสนจะจืดชืด ไม่เข้มข้น หรือเผ็ดร้อนเหมือนอาหารไทย และต้องจ่ายทิปทุกครั้งที่ไปรับประทานอาหารที่ร้าน อาจทำให้คนไทยอึดอัดใจได้ค่ะ

5. ร้านค้าปิดเร็ว ไม่มีโต้รุ่งเหมือนบ้านเรา

    อยู่เมืองไทยอยากกินอะไรก็ออกไปหาซื้อได้ทั้งวันทั้งคืน แต่ในอเมริการ้านค้าถึงเวลาปิดก็จะปิดกันหมด เงียบสนิทไปทั้งเมือง ยกเว้นร้านใหญ่ เช่น Wallmart บางแห่งเปิด 24 ชม

6. เรื่องของห้องน้ำ

  

    อันนี้เรื่องราวค่อนข้างเยอะ ขอเล่ามากหน่อยแล้วกันค่ะ
    – ห้องน้ำที่นี่ ไม่มีที่ใดเลยที่มีสายชำระ เวลาอึก็มีเพียงกระดาษเช็ดก้นเป็นเพื่อนยากเท่านั้น
    – เวลาเช็ดเสร็จก็ไม่ต้องแปลกใจว่าหันซ้ายแลขวาแล้วไม่เจอถังขยะ ห้องน้ำที่นี่ก็ไม่มีถังขยะเช่นกันค่ะ กระดาษทิชชู่ที่ใช้แล้วก็ทิ้งลงในโถเลย ไม่ต้องกลัวท่อตัน เพราะทิชชู่ที่นี่เปื่อยละลายไปกับน้ำได้เร็วสุดย๊อด
    – ประตูห้องน้ำนี้ ก็ออกแบบให้มีการระบายอากาศได้เป็นอย่างดี แม้เมื่อเวลาปิดแล้วก็ยังเหลือช่องว่างกว้างม๊ากมาก ช่วงแรกๆอาจยังเขินอยู่ แต่นานๆไปก็จะชินค่ะ
    – ห้องน้ำทุกทุกที่ในอเมริกา จะออกแบบให้มีอย่างน้อยหนึ่งห้องเพื่อคนพิการโดยเฉพาะ เป็นห้องขนาดใหญ่พอสำหรับวีลแชร์เข้าได้ค่ะ

7. โรงหนังในอเมริกา

  

    อันนี้ไม่แน่ใจว่าช็อคหรือเปล่า แต่แอบผิดหวังหน่อยๆที่โรงหนังอเมริกาไม่มีการจองที่นั่งค่ะ ถึงเวลาใครมาก่อน ก็ได้เลือกที่นั่งก่อน ใครมาช้าก็อดที่นั่งดีๆไป โรงหนังบ้านเราเมือเทียบแล้ว ค่อนข้างจะดีกว่ามาก เรื่องราคา ก็แตกต่างกันตามช่วงเวลาแต่ละวันค่ะ ถ้าเช้าหน่อย 11-12 โมงเช้าก็ประมาณ 9-10 เหรียญ (270-300บาทไทย) ถ้าช่วง prime time คือค่ำๆหลังกินข้าวเย็นเสร็จ ราคาก็จะขึ้นไป 12-13 เหรียญค่ะ 

 8. การแต่งตัวของเด็กนักเรียนในอเมริกา

      

    โรงเรียนแทบทุกที่ไม่มียูนิฟอร์มค่ะ เด็กนักเรียนแต่งตัวตามสบาย เด็กเล็กๆพ่อแม่จะจับแต่งตัวให้น่ารักม๊าก ถ้าโตขึ้นมาหน่อย เด็กผู้หญิง (หรือโตแล้ว) ตอนหน้าร้อนจะเห็นใส่กางเกงสั้นมากค่ะ 

9. อาหาร Junkfood

    คนอเมริกันกินอาหารJunk กันมาก ลูกเด็กเล็กแดงกิน ชิคเก้นนักเกท มักโรนีชีส พาสต้า ชีสพิซซ่า วนเวียนเป็นอาหารสามมื้อตั้งแต่เล็กจนโต มีน้อยมากที่กินผัก แต่จะกินผลไม้กันมากกว่าค่ะ ครัวที่นี่ก็สวยงาม ทันสมัย มีทั้งเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาอบแต่อาหารทุกอย่างที่เขากินกันจริงๆ ส่วนใหญ่เขาเอาใส่ไมโครเวฟหมด ทุกอย่างเข้าเครื่องไมโครเวฟจริงๆ ขนาดถึงกับออกแบบหม้อปรุงอาหารสำหรับไมโครเวปกันเลยทีเดียว ครัวอันงามจะใช้คุ้มค่าจริงก็ตอนงานเทศการ เช่น thanksgiving, Christmas เท่านั้น 

10. ไม่อาบน้ำ



    โดยเฉพาะหน้าหนาวนี้ ฝรั่งอาบน้ำอาทิตย์ละ 2-3 วันเท่านั้น หรือบางคนอาทิตย์นึงอาบที แต่ก็เพราะอากาศมันหนาวมากด้วยค่ะ อุณหภูมิติดลบถือเป็นเรื่องธรรมดาเลยทีเดียว ส่วนหน้าร้อนมากสุดก็ครั้งเดียวค่ะ และส่วนใหญ่จะอาบตอนเช้า ส่วนตอนเย็น กลับจากทำงาน ก็เปลี่ยนเป็นชุดนอน เตรียมเข้านอนเลยล่ะค่ะ 


11. ไม่มีราวตากผ้า มีแต่เครื่องอบแห้ง

     ในส่วนซักรีดของบ้าน เค้าจะมีเครื่องซักผ้ากับเครื่องอบผ้าแห้งตั้งเคียงคู่กันเสมอค่ะ หรือบางแห่งพื้นทีน้อยหน่อยก็ตั้งไว้ข้างบนกับข้างล่าง และเขาก็จะซักทุกอย่างรวมกันหมด ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้า เสื้อ กางเกงใน หรือ ปลอกหมอน หรือบางครั้งก็ยัดพรมเช็ดเท้ามาด้วย ถือเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ

 

12. คนข้ามถนน


     คนข้ามถนนที่นี่เป็นใหญ่คะ รถที่ไหนมาเค้าจะหยุดให้ข้ามหมด (ตรงที่ที่ไม่ใช่ไฟแดงนะคะ) ถ้าไม่หยุดจะถือว่าเสียมารยาทค่ะ โดยเฉพาะถ้ามีเด็กๆด้วยแล้ว และเวลาข้าม ก็สามารถเดินได้สบาย ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องกลัวรถจะมาชนค่ะ

13. สุนัข


     คนอเมริกันรักสุนัข และเลี้ยงสุนัขกันมาก เขารักเจ้าตูบรักดั่งดวงใจ และถือเป็นสมาชิกหนึ่งของบ้าน เวลาเรียกหมา หรือแมว เขาจะใช้สรรพนามว่า “เขา” หรือ “เธอ” ( he or she) ห้ามเผลอไปเรียก “มัน” โดยเด็ดขาดเลยนะคะ เจ้าของอาจเคืองได้ค่ะ อ้อ และเห็นหมาน่ารักๆแล้วอย่างเข้าไปยุ่งโดยทันที ต้องขอเจ้าของก่อน เพราะบางคนเค้าจะหวงมาก ไม่ให้ใครจับค่ะ 


14.  การคืนของ (RETURN)

    ของที่ซื้อจากร้านค้าแทบทุกที่ จะคืนเงินได้ทั้งหมด ถ้าเราไม่พอใจ แต่ต้องเก็บใบเสร็จไว้ดีดีนะคะ เสื้อผ้าบางคนใส่ไปแล้วทั้งวัน ก็ยังเอากลับคืนได้ (ไม่ดีนะคะ อย่าเลียนแบบ)

15. ยังไม่ถึง 21 ห้ามซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

    ถ้าซื้อเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์  แล้วอายุยังไม่ถึง 21 จะถือว่าผิดกฎหมายค่ะ คนขายจะขอตรวจ ID ก่อนเลยค่ะ เพราะไม่แน่ใจว่าคนซื้ออายุถึงหรือเปล่า เขากลัวจะผิดกฎหมายไปด้วยค่ะ (คนไทยส่วนใหญ่หน้าเด็กกว่าฝรั่ง  ต้องพก ID ไปให้ดูด้วย อย่าลืมค่ะ)

16. 
Haloween



    งาน Haloween ที่นี่สนุกมาก เขาจะแต่งตัวแข่งกันกันสุดฤทธิ์สุดเดช เค้ามี catalog ชุด costume สำหรับงาน haloween ออกมาก่อนวันงานหลายเดือนเลยทีเดียว บางทีแค่นั่งมองคนแต่งชุดก็สนุกแล้ว และวันนี้จะเป็นวันที่เด็กชอบมากที่สุดของปีเลยก็ว่าได้ เพราะได้ขนมเพียบจาก trick or treat เพราะแทบทุกบ้านจะเตรียม chocolate หรือ candy มากมายไว้เตรียมรอเด็กๆที่แต่งชุดมาเคาะประตูค่ะ  

มีเรื่อง Shock Shock อีกมากมาย ที่ไม่ได้หยิบยกมาเล่า แต่หวังว่าน้องๆ จะสามารถปรับตัวได้ทันกับอาการ Shock Culture ที่จะเกิดขึ้นในอเมริกานะค่ะ  โชคดีค่ะ

 


3 comments

  1. satit15@gmail.com says:

    ห้ามซื้อเหล้าเบียร์ นี่
    คนไทยหลอกฝรั่งสบาย
    เอาใบขับขี่ให้ดู
    คนขาย บอกโอ้ อายุตั้ง 25 นึกว่าเด็ก
    ฮะฮะ

  2. Terapong says:

    ช่วงแรกๆ เราก็ภูมิใจเหมือนกันที่คนขายเหล้า หรือบุหรี่ ขอดูใบขับขี่ คิดว่าหน้าเด็ก55
    ตอนนี้เริ่มชิน เพราะคนขายขอดูใบขับขี่ ทุกรอบเลยที่เข้าไปซื้อ อุสาไปตีสนิท คิดว่ารอบหน้าไม่ต้องโชว์บัตรให้ดู
    แต่ที่ไหนได้ คนขายเจ้าเดิม ก็ยังขอให้โชว์บัตรทุกๆรอบเลย!!! มันน่าเหนื่อยใจจริงๆ

  3. oraphan chitmahan says:

    good

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *