โรซา พาร์คส์ วีรสตรีผู้ปลดแอกชนชั้นของชาวผิวสี

ในอเมริกามีคนผิวสีมีจำนวนไม่น้อยเลยนะคะ ทุกวันนี้พวกเค้าได้สิทธิ และการยอมรับ เท่าๆกับคนทั่วไป แถมยังมีผู้นำประเทศผิวสีเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ (ตอนนี้เป็นสมัยที่ 2 แล้ว) แต่ใครจะจำได้บ้างว่าก่อนหน้านี้ คนผิวสี หรือคนดำนี้ ต้องอยู่อย่างลำบากลำบนเพียงใดในอเมริกา

วันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นวันครบรอบ 57 ปี ที่นางโรซา พาร์คส์ (Rosa Parks) ฝ่าฝืนกฏหมายในสมัยนั้น โดยปฏิเสธที่จะลุกให้คนผิวขาวนั่งบนรถเมล์ค่ะ ประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้จัดพิธีรำลึกถึงเธอผู้กล้าในวันนี้ โดยขึ้นไปนั่งบนรถเมล์เลียนแบบนางพาร์คส์ จากเหตุการณ์ “การคว่ำบาตรรถประจำทางมอนต์โกเมอรี” (Montgomery Bus Boycott)

ในอดีต สังคมอเมริกันยังมีการเหยียดสีผิวกันอยู่ โดยผิวสีหรือคนดำ จะไม่สามารถใช้สถานที่สาธารณะต่างๆ รวมถึงระบบบริการสาธารณะร่วมกับคนอเมริกันผิวขาวได้ ตามกฎหมายกีดกันคนผิวดำ คนผิวสีไม่สามารถโดยสารรถประจำทาง และนั่งบริเวณด้านหน้าของรถได้ แต่นั่งได้เฉพาะที่นั่งด้านหลังเท่านั้น และเมื่อมีผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก คนผิวสีต้องลุกยืนให้คนอเมริกันนั่งแทน 
คนแอฟริกันต้องอดทนอดกับสภาพที่เกิดขึ้น จนกระทั่งในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2498 นางพาร์คส์ แกนนำของสมาคมเพื่อการพัฒนาคนผิวสีแห่งสหรัฐฯ ได้ถูกคนขับรถประจำทางสั่งให้ให้เสียสละที่นั่งแก่คนอเมริกัน นางพาร์คส์ กลับปฏิเสธที่ลงจากรถโดยสารของชาวผิวขาวและยืนกรานว่าจะนั่งต่อไป เป็นเหตุให้เธอต้องถูกจับดำเนินคดี ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมา โดยใช้หลักทรัพย์ประกันตัวถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3,000 บาท)
ภายหลังนางพาร์คส์เข้าร่วมสมาคมพัฒนามอนต์โกเมอรี (Montgomery Improvement Association; MIA) ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในมลรัฐอลาบามา สมาคมนี้ ได้กล่าวสรรเสริญในความกล้าหาญของเธอ ทำให้การต่อต้านการเลือกปฏิบัติได้ขยายไปอย่างกว้างขวางในสังคมอเมริกัน นับเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเพื่อสิทธิมนุษยชน (the civil rights movement) จนกระทั่งรัฐบาลท้องถิ่นต้องยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ 
ประธานาธิบดี บุช ได้กล่าวสดุดีนางพาร์คส์ โดยกล่าวว่า เธอคือผู้จุดประกายกระบวนการเพื่อความเท่าเทียมกันและเสรีภาพของชาวอเมริกัน ผลจากวีรกรรมของเธอและกระบวนการต่อสู้ตลอดที่ผ่านมา ส่งผลให้สภาคองเกรสออกกฎหมายเพื่อแก้ไขการเลือกปฏิบัติระหว่างผิวสีรวมถึงสิทธิในการเลือกตั้งของคนผิวสีด้วย
นางพาร์คส์ เสียชีวิต เมื่ออายุ 92 ปี ถือเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา และกลายเป็นหญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับการจารึกนามไว้ใน “อนุสาวรีย์พลเมือง” (Statuary Hall) สำหรับผู้ทำคุณความดีให้แก่ชาติ และโลกจะจดจำการต่อสู้ของนางพาร์คส์ตลอดไป


 

โดย 
ข้อมูลจาก มติชน  ออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *