Ebay ช่องทางการตลาดออนไลน์ในอเมริกา

ฤดูร้อนอากาศสดใสสบาย ๆ เป็นช่วงเวลาที่เราจะสามารถเห็นผู้คนขวักไขว่ แต่สำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการร้านขายของไม่ว่าจะเป็นการขาย Online หรือ On Ground ก็คงยังต้องติดตามดูแลกิจการกันต่อไป ส่วนคนที่มีสินค้าที่คิดอยากจะขายแต่ยังไม่แน่ใจในเรื่องของตลาด ช่องทางหนึ่งที่สามารถเข้าถึงตลาดได้มากที่สุดคือใช้บริการของ Ebay สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับเว็บไซต์นี้ ผู้เขียนเองก็มีประสบการณ์ตรงมาเล่าสู่กันฟังเช่นกันค่ะ

โดยประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ตัวเองเริ่มใช้ Ebay เพื่อขายของใช้หรือเสื้อผ้าที่ยังดูดีแต่ไม่ได้ใช้แล้วก่อน ซึ่งตรงนี้บอกตามตรงว่าถ้าจะขายของใช้เก่าที่ราคาไม่แพงแล้ว ก็อยากจะแนะนำว่าเอาไปขายที่ Flea Market หรือ Garage Sale หน้าบ้านหรือไม่อย่างนั้นก็ลงโฆษณาใน Craigslist น่าจะดีกว่าเพราะที่ Ebay คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มอีกตั้งแต่ค่าธรรมเนียมของ Ebay ค่าจัดส่ง และหากใครให้ผู้ซื้อจ่ายค่าสินค้าผ่าน Paypal ก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกต่าง ๆ ถึงแม้ว่าค่าใช่จ่ายเหล่านี้เราจะระบุให้ผู้ซื้อเป็นคนจ่าย แต่เมื่อเราเพิ่มค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมลงไปแล้ว ของเก่าเหล่านี้ก็อาจจะขายไม่ได้เพราะราคาสูงเกินไป นอกจากนี้หากของที่ต้องการขายชิ้นใหญ่หรือมีน้ำหนักมากการหีบห่อก็เป็นเรื่องยุ่งยากตามไปด้วย

หลังจากนั้นผู้เขียนก็เปลี่ยน Ebay มาเป็นช่องทางการตลาดของธุรกิจมากกว่า เพราะอย่างที่บอก Ebay เป็นเว็บไซต์ใหญ่ที่มีผู้ใช้มาก มันจึงเป็นการง่ายที่จะใช้ Ebay เพื่อศึกษาแนวโน้มทางตลาดของผลิตภัณฑ์ว่ามีคนสนใจบ้างหรือไม่ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็สามารถนำมาหักออกจากรายได้เวลานำส่งภาษีได้ เพราะถือว่าเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายของกิจการ หรือหากใครมีสินค้าที่ต้นทุนต่ำก็อาจจะสามารถกำหนดราคาขายที่ครอบคลุมค่าจัดส่งได้ แต่ในประสบการณ์ส่วนตัวแล้วเวลาขายสินค้าใหม่จะให้ลูกค้าเป็นผู้จ่ายค่าขนส่ง ซึ่งบางครั้งหากมีน้ำหนักไม่มากก็จะใช้วิธีกำหนดค่าจัดส่งตายตัวไปเลย

นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายทางการจัดส่งที่จะต้องระวังแล้ว เรายังต้องคำนึงถึงเรื่องวิธีการจัดส่งด้วยว่าจะต้องสามารถจัดส่งให้ถึงผู้สั่งซื้อได้อย่างรวดเร็วตามที่กำหนดไว้ ตรงนี้ตัวเองเคยมีปัญหากับตัวเองมาแล้วเหมือนกัน ตอนนั้นขายหนังสือเก่าที่ไม่ใช้แล้วค่ะ แต่ตอนที่ลงโฆษณาใน Ebay นั้นเลือกการจัดส่งแบบด่วนภายใน 2 วันไปโดยไม่ทันได้ดู แต่เวลาที่ส่งของจริง ๆ เราดันไปเลือกส่งแบบ Media Mail ก็เลยโดนลูกค้าต่อว่าต้องรีบขอโทษขอโพยและจัดการคืนค่าค่าจัดส่งคืนที่เกินให้ลูกค้าไปโดยด่วนเพื่อไม่ให้เขารายงานให้เสีย Rating ค่ะ

อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นคือมีลูกค้าอ้างว่าไม่ได้รับของค่ะ เขาติดต่อทาง Paypal (ปกติจะใช้บริการจ่ายเงินผ่าน Paypal เท่านั้นค่ะ เพื่อความปลอดภัย) ให้อายัดเงินที่จ่ายมาให้เรา ทั้ง ๆ ที่การสั่งซื้อก็ผ่านมาตั้งหนึ่งเดือนมาแล้ว โชคดีว่าเราใช้บริการจัดส่งแบบด่วนภายใน 2 วันซึ่งมีการติดตามได้ว่าของที่ส่งไปถึงไหนแล้ว และทางไปรษณีย์มีการยืนยันการจัดส่งด้วย แต่ลูกค้าก็อ้างว่าเราไม่ได้เขียนชื่อของเขาซึ่งก็โชคดีอีกเหมือนกันว่าเราใช้บริการจัดส่งไปรษณีย์ผ่านระบบก็เลยรอดตัวไป เพราะบริการนี้เป็นบริการที่ลูกค้าพิมพ์ชื่อที่อยู่ของเขาเอง แล้วเราก็เพียงพิมพ์ชื่อที่อยู่ผู้ส่ง พร้อมจ่ายค่าจัดส่งผ่านทาง Ebay ไปเลย พอเราแสดงหลักฐานว่าเราใช้ชื่อและที่อยู่ที่เขาระบุและพิมพ์เอง พร้อมทั้งบริการ Tracking (Tracking Number) จากทางเว็บไซต์ของไปรษณีย์ว่าไม่ใช่ความผิดของเรา ก็เลยไม่มีปัญหายืดเยื้อค่ะ

สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการจัดส่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากทีเดียวกับคนที่ต้องการเปิดกิจการหรือทำการขายของทางออนไลน์ เพราะมันยากที่จะควบคุมเมื่อของออกจากมือเราไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเราก็สามารถระวังไว้ก่อนได้ ตัดสินใจให้ดีในวิธีการจัดส่งและทำตามที่เราให้สัญญาลูกค้าไว้ ใช้บริการจัดส่งของ Ebay ที่มีให้เพื่อให้มั่นใจว่าการจ่าหน้าซองหรือกล่องพัสดุถูกต้องตามที่ลูกค้ากำหนด ส่วนใครที่ไม่อยากใช้บริการนี้ก็สามารถใช้บริการไปรษณีย์ตอบรับของไปรษณีย์ก็ได้ค่ะ การทำอย่างนี้เป็นการเสนอความโปร่งใสและจริงใจในการทำธุรกิจแล้วลูกค้าเหล่านี้ก็จะกลับมากหาเราอีกในอนาคตค่ะ

โดย ษุภากร แบ๊คลี่ย์

บทความ : Ebates ต้องรู้! เมื่อช้อปออนไลน์ในอเมริกา

 



 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *