Stella Awards รางวัลแด่คนหน้าหนาในอเมริกา

 ทุกวันนี้ในอเมริกาอาจพูดได้ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่คือเป้าหมายของการถูกฟ้องร้องมากกว่าบุคคลทั่วไป โดยคนอเมริกันเองหลายๆคนก็คิดเช่นเดียวกันค่ะว่า บ่อยครั้งที่ลูกค้ายื่นฟ้องก็เพราะ ต้องการได้เงินจำนวนมหาศาลหากชนะคดี นอกจากการฟ้องร้องระหว่างบุคคลกับบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้แล้ว เราจะเห็นการฟ้องร้องทั่วไปในอเมริกา เช่น ลูกฟ้องแม่ แม่ฟ้องลูก ฟ้องแย่งแมว แย่งหมา เป็นต้น และหลายคดีไม่คิดเลยว่าจะนำมาฟ้องกันได้

หลายคนอาจจะเคยได้ยินรางวัลที่ชื่อ  Stella Awards กันมาบ้างแล้วนะค่ะ รางวัลนี้เป็นการจัดอันดับคดีที่ชนะมาได้อย่างไม่น่าเป็นไปได้ประจำปีของประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ

แต่สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับรางวัล Stella Award เราขอท้าวความสักนิดหนึ่งค่ะ ว่ารางวัลนี้ตั้งชื่อตามชื่อของหญิงวัย 81 ปี ชื่อ Stella Liebeck ผู้ซึ่งทำกาแฟจากร้านแม็กโดนัล หกรดตัวเองและชนะคดีทำให้ แม็กโดนัลของรัฐนิวเม็กซิโกต้องจ่ายชดเชยต่อเธอ

เรื่องมีอยู่ว่าหลังจากเธอซื้อกาแฟร้อนจากร้านแม็ก เธอก็เอาถ้วยกาแฟหนีบไว้ที่หว่างขาขณะขับรถไปตามไฮเวย์ ก็อย่างที่คาด กาแฟในถ้วยหกใส่ขาเธอทำให้เป็นแผลไหม้ เธอฟ้องและชนะคดี พี่แม็กต้องจ่ายชดเชยรวมทั้งค่ารักษาพยาบาล (คณะลูกขุนลงมติให้แม็กจ่าย60ล้านบาท แต่ผู้พิพากษาตัดสินให้จ่ายแค่18ล้าน แต่สุดท้ายมีการคุยนอกรอบระหว่าคู่กรณี จำนวนที่จ่ายจริงทั้งสองฝ่ายขอให้เป็นความลับ) เรื่องนี้กลายเป็นข้อ Talk of The America พูดถึงไปทั่วอเมริกาเลย 55
  

เรียกได้ว่า  Stella Awards เป็นการประกวดประชันความงี่เง่าของเหล่านักกฏหมาย ทนายความ ผู้พิพากษา ลูกขุนในอเมริกา…ออกแนวประชดๆ กันนั่นเอง

วันนี้เราจะไปดูตัวอย่างคดีกันค่ะ ว่า มีคดีไหนบ้างที่ชนะ มาอย่างไม่น่าเป็นไปได้เลย

มาดูกันว่า 7 อันดับ คดีประหลาด ที่สามารถชนะคดี ว่ามีอะไรบ้าง

อันดับ 7

แคทลีน โรเบิร์ตสัน อยู่ที่ ออสติน เท็กซัส หกล้มหัวเข่าแตก

ในร้านขายเฟอร์นิเจอร์เนื่องจากโดนเด็กคนหนึ่งวิ่งชนเอา

ฟ้องเจ้าของร้านเรียกค่าเสียหาย 80,000 เหรียญ

เด็กคนที่ว่านี้เป็นลูกชายของเธอเอง!!! ยุติธรรมเกินไปหรือเปล่า

 

 

อันดับ 6

คาร์ล ทรูแมน อายุ 19 อยู่ที่ ลอล แองเจลีส

พยายามขโมยฝาครอบล้อรถ ฮอนดา แอ็คคอร์ดของเพื่อนบ้าน

ก้มลงไปแกะไม่ทันดูว่าเจ้าของรถเค้าอยู่บนรถ ล้อรถทับมือเข้า

ฟ้องเจ้าของรถ งานนี้ได้ไป 74,000 เหรียญไม่รวมค่ารักษา

 

 

 

อันดับ 5

เทอเรนซ์ ดิกสัน เมืองบริสตอล เข้าไปขโมยทรัพย์สินในบ้านหลังหนึ่ง แล้วออกทางโรงเก็บรถที่มีประตูอัตโนมัติ แต่กลไกมันเสียอยู่พอดี พยายามเปิดยังไงก็ไม่ได้ จะย้อนเข้าบ้านประตูบ้านก็ล็อกไปแล้วเหมือนกัน

บังเอิญเจ้าของไม่ได้กลับบ้าน 8 วัน ดิกสันต้องกินอาหารหมากับเป๊บซี่ที่อยู่ในโรงรถพอออกมาได้ ฟ้องร้องค่าเสียหายเอากับบ.ประกันของเจ้าของบ้าน ผู้พิพากษาคงคิดว่าน่าสงสารจัง สั่งจ่ายไป ห้าแสนเหรียญค่ะ

 

 

อันดับ 4

ที่ อาร์คันซอร์ เจอรี่ วิลเลียม ปีนเข้าไปในเขตบ้านเค้า เอาหนังสติ๊กไปยิงหมาที่เค้าล่ามโซ่อยู่

โดนมันกัดก้นเอาเข้า มีหน้าไปฟ้องร้องเรียกค่าทำขวัญกะค่ายาจากเจ้าของหมาอีก

ได้ไป 14,500 เหรียญ นี่ถ้าไม่ไปยิงหมาให้มันโมโหก่อน ผู้พิพากษาบอกว่าจะได้มากกว่านี้

 

 

อันดับ 3

 รายนี้เป็นสาวชื่อ แอมเบอร์ คาร์สัน ทะเลาะกะแฟนในร้านอาหารที่ฟิลาเดนเฟีย

เอาเครื่องดื่มสาดหน้าแฟนแล้วเดินสะบัดจากมา ลื่นล้มน้ำที่เปียกอยู่บนพื้นซะเอง ก้นกบแตก

เจ้าของร้านเป็นฝ่ายจ่ายค่าเสียหายให้ “หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยเหรียญ”อย่างงงๆ ว่า

มันเกี่ยวไรกะตูเนี่ย!?!

 

 

 

อันดับ 2

รายนี้ไม่ค่อยเข้าใจค่ะ คารา วัลตัน ดูเหมือนว่าหลีกเลี่ยงการเข้าห้องน้ำทางประตู

ของไนท์คลับแห่งหนึ่งเพราะไม่อยากเสียตังค์ 3.5 เหรียญ เธอมุดเข้าทางหน้าต่าง

หน้าคะมำฟันหน้าหักไปสองซี่ หน้าไม่อายฟ้องไนท์คลับค่าเสียสวย ได้ไป 12,000 เหรียญ

 

 

อันดับ 1

 ซื่อบื้อสมศักดิ์ศรีรางวัลผู้ชนะมากมายค่ะ

นางอะไรเนี่ย ชื่อเหมือนรัสเซียเลย Mrs. Merv Grazinsk อยู่โอกลาโฮมา

ไปซื้อรถบ้านยี่ห้อ Winnebago รถที่เป็นบ้านด้วยน่ะค่ะ ยาวตั้ง 32 ฟุต

ไปดูฟุตบอลเสร็จก็ขับไปตามถนนหลวงเพื่อจะกลับบ้าน เกิดหิวขึ้นมา

ก็เลยตั้งให้รถเป็นแบบขับความเร็วคงที่ 70ไมล์ ต่อชั่วโมง (cruise control)

แล้วก็เดินไปทำแซนวิซกิน เหมือนปกติที่บ้านมั้ง คิดได้ไงเนี่ย

รถก็ตกถนนสิ พลิกคว่ำพลิกหงาย

เป็นความโชคร้ายของบ.ขายรถ เธอไม่ยักเป็นไร

แต่ลุกขึ้นมาฟ้องบริษัทรถ Winnebago

เจ๊แก ฟ้องว่า.

ทำไม่ไม่ระบุไว้ในคู่มือว่า ไม่ควรละจากที่นั่งคนขับในขณะตั้งความเร็วอัตโนมัติไว้

ชนะคดีได้ 1,750,000 เหรียญ แถมได้รถคันใหม่ชดเชยมาอีกคัน

งานนี้บริษัทต้องรีบแก้ไขคู่มือเลย

เพราะเกรงว่าจะมีญาติของคุณนายจะตามมาซื้ออีกคัน

 

เห็นมั้ยค่ะว่าหลายดคี มันช่าง Amazing America จริงๆ เป็นเรื่องเป็นราวทั้งทีได้ตางค์ค่าชดเชยมากมายขนาดนี้  ทำให้การฟ้องร้องจึงเป็นของคู่กับคนอเมริกันนั่นเอง

 

 


ขอบคุณข้อมูลจาก :http://stellaaward.blogspot.com ,Mthai.com

ภาพประกอบจาก yalemedlaw.com,therealside.com, conversationcrossroad.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *