สัพเพเหระในอเมริกา

เรื่องน่ารู้สำหรับถนนในสหรัฐอเมริกา

เรื่องน่ารู้สำหรับถนนในสหรัฐอเมริกา

บ่อยครั้งที่ท่านอาจต้องขับรถหรือนำทางไปยังสถานที่ต่างๆ บางครั้งต่างเมือง บางครั้งต่างรัฐ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล ซึ่งท่านต้องใช้บริการระบบโครงข่ายถนนของสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ ความรู้เกี่ยวกับประเภทถนนและการตั้งชื่อถนนมีความสำคัญที่จะช่วยป้องกันการหลงทางในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยได้ ถนนหลักๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา มี 3 ประเภท ได้แก่

  1. Interstate Highway
  2. United States Highway
  3. State Route

1. Interstate Highway

  • Interstate Highway เป็นโครงข่ายถนนระหว่างรัฐ ตามมาตรฐานประกอบด้วย
  • ถนนอย่างน้อย 4 ช่องทางจราจรแบ่งทิศไปกลับ
  • ไม่มีสัญญาณไฟจราจรระหว่างทาง
  • มีทางออกและทางเข้าชัดเจนเพื่อป้องกันการจราจรติดขัด
  • เป็นถนนที่มีคุณภาพมากที่สุด เนื่องจากส่วนใหญ่มีระบบป้องกันอุบัติภัย เช่น แถบสีสะท้อนแสงและไหล่ทางป้องกันการตกถนน (คล้ายกับสีที่ทาขวางกลางช่องจราจรบนถนนในประเทศไทยเพื่อทำให้เกิดเสียงเตือนก่อนเข้าเขตใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ) สภาพทางที่ไม่ชันและไม่โค้งเกินไป
  • มีขีดจำกัดอัตราเร็ว (Speed Limit) สูงที่สุด คือประมาณ 65-75 ไมล์ต่อชั่วโมง ขึ้นกับรัฐ

การกำหนดหมายเลข  Interstate Highway มีดังนี้

– ถนนสายหลักมีเลขไม่เกิน 2 หลัก โดยเลข “คี่” เป็นสายที่วิ่งเหนือ-ใต้ ส่วนเลข “คู่” เป็นสายที่วิ่งตะวันออก-ตะวันตก
– การนับเลขคี่จะนับจากฝั่งตะวันตก (Pacific) ไปยังฝั่งตะวันออก (Atlantic)  ส่วนเลขคู่จะนับจากด้านใต้ไปยังด้านเหนือ
– ถนนหลักของถนนเหล่านี้ (Primary routes) ลงท้ายด้วย 5 หรือ 0 เช่น

  • I-5 เป็นถนนที่วิ่งเหนือ-ใต้ฝั่งแคลิฟอร์เนีย (แปซิฟิก) ส่วน I-95 เป็นถนนที่วิ่งเหนือ-ใต้ฝั่งแอตแลนติกจากรัฐเมน (Maine) ไปยังรัฐฟลอริดา (Florida)
  • I-10 เป็นถนนที่วิ่งตะวันตก-ตะวันออกด้านใต้ของสหรัฐฯ (California-Texas-Florida) ส่วน I-90 เป็นถนนที่วิ่งตะวันตก-ตะวันออกด้านเหนือของสหรัฐฯ (Washington-Illinois-Massachusetts)

– ถนนสายอื่นๆ ที่มีเลขไม่เกิน 2 หลักจัดเป็น Main routes เช่น I-76 I-93 เป็นต้น

– ถนนที่มีเลข 3 หลักเป็นถนนสายรองของ Interstate Highway โดยมีการกำหนดเลขแตกต่างออกไป คือ กลุ่มเลขที่ได้จากการตัดเลขหลักแรกออกคือหมายเลขถนนสายแม่ ส่วนเลขหลักแรกเป็นตัวบ่งชนิดของถนน กล่าวคือ

  • เลขคี่เป็นถนนซึ่งมีปลายทาง ณ ทางแยกที่ไม่ใช่ Interstate (Interstate ends)
  • เลขคู่เป็นถนนที่มีต้นทางและปลายทางที่ถนนสายแม่ เช่น I-495 มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดอยู่ที่ I-95 ส่วน I-393 มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ I-93 แต่จุดสิ้นสุดบรรจบกับถนนสายอื่นที่ไม่ใช่ Interstate Highway เป็นต้น

การกำหนดหมายเลขไมล์และหมายเลขทางออกของ  Interstate Highway มีหลักการโดยทั่วไปดังนี้

– การนับเลขไมล์และทางออกจะเริ่มนับจากด้านใต้หรือด้านตะวันตกของรัฐ เช่น

  • I-95 ในรัฐ New Hampshire จะนับเลขไมล์และทางออกจากด้านใต้ของรัฐ (Mile 0 และ Exit 1 ตามลำดับ)
  • I-76 ในรัฐ Pennsylvania จะนับเลขไมล์และทางออกจากด้านตะวันตกของรัฐ เป็นต้น ในบางครั้งการนับหมายเลขทางออกจะนับแบบเรียงลำดับ (Exit 1, Exit 2, Exit 3, …)
  • แต่ในบางครั้งการนับก็จะอ้างอิงเลขไมล์เป็นหลักแทน กล่าวคือ เลขทางออกจะเป็นเลขไมล์ของตำแหน่งทางออก หากบางทางออกอยู่ใกล้กัน หรืออยู่ในไมล์เดียวกัน ก็จะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นตัวแบ่งย่อย เช่น Exit 8A, Exit 8B, Exit 8C เป็นต้น

หมายเหตุ เงื่อนไขที่กล่าวมาทั้งหมดมีข้อยกเว้น แต่เป็นส่วนน้อย

2. United States Highway

United States Highway เป็นโครงข่ายถนนระหว่างรัฐเช่นเดียวกับ Interstate Highway แต่อาจมีสัญญาณไฟจราจร และไม่จำเป็นต้องมี 4 ช่องจราจร โดยทั่วไป Speed Limit จะต่ำกว่า Interstate Highway

การกำหนดหมายเลข United States Highway มีดังนี้

– ถนนสายหลักมีเลขตั้งแต่ 1-101 โดยเลขคี่เป็นสายที่วิ่งเหนือ-ใต้ ส่วนเลขคู่เป็นสายที่วิ่งตะวันออก-ตะวันตก
– การนับเลขคี่จะนับจากฝั่งตะวันออก (Atlantic) ไปยังฝั่งตะวันตก (Pacific) ส่วนเลขคู่จะนับจากด้านเหนือไปยังด้านใต้
– ถนนหลักของถนนเหล่านี้ (Primary routes) ลงท้ายด้วย 0 หรือ 1 เช่น

  • US-1 เป็นถนนที่วิ่งเหนือ-ใต้ฝั่งแอตแลนติกจากรัฐเมน (Maine) ไปยังรัฐฟลอริดา (Florida)
  • US-101 เป็นถนนที่วิ่งเหนือ-ใต้ฝั่งแคลิฟอร์เนีย (แปซิฟิก)
  • US-2 เป็นถนนที่วิ่งตะวันออก-ตะวันตกด้านเหนือของสหรัฐฯ (Maine-New York และ Michigan-Washington)
  • US-90 เป็นถนนที่วิ่งตะวันออก-ตะวันตกด้านใต้ของสหรัฐฯ (Florida-Mississippi-Texas) เป็นต้น

–  US Highway บางสายไม่ต่อเนื่องกันเนื่องจากต่อมามีการก่อสร้าง Interstate Highway ในกรณีนี้ United States Highway ได้รับการยกฐานะเป็น Interstate แทน
– ถนนสายอื่น ที่มีเลขไม่เกิน 2 หลักจัดเป็น Main routes เช่น US-4 เป็นต้น
– ถนนที่มีเลข 3 หลัก (ยกเว้น US-101) เป็นถนนสายรองของ United States Highway โดยเลขที่ไม่ใช่หลักแรกคือหมายเลขถนนสายแม่ เช่น US-202 เป็นถนนสายรองของ US-2 US-322 เป็นถนนสายรองของ US-22 เป็นต้น แต่บ่อยครั้งที่การกำหนดหมายเลขเหล่านี้ไม่ตรงไปตามหลักเกณฑ์

3. State Route

–  State Route เป็นถนนของแต่ละรัฐระดับพื้นฐาน เชื่อมต่อเมืองต่างๆ เข้าด้วยกัน แต่ละรัฐจะใช้สัญลักษณ์แตกต่างกันไป จัดได้ว่าเป็นถนนที่มีคุณภาพต่ำกว่า Interstate Highway และ U.S. Highway

–  บางครั้งถนนที่เราวิ่งอาจมีการเก็บเงินค่าธรรมเนียมการใช้ถนน ส่วนใหญ่เรียกว่า Turnpike โดยส่วนมากถนนเหล่านี้จะเป็น Interstate Highway เช่น

  • Pennsylvania Turnpike คือ I-76 ในรัฐ Pennsylvania, Everett Turnpike คือส่วนของ I-93 ในรัฐ New Hampshire 
  • ในบางครั้งก็เป็น State Route เช่น Spaulding Turnpike คือส่วนของ NH-16 ในรัฐ New Hampshire เป็นต้น
  • แต่ในบางครั้งอาจเป็นถนนพิเศษ เช่น Parkway และถนนที่ตัดขึ้นเพื่อใช้เป็น Turnpike โดยเฉพาะ ตัวอย่างของถนนประเภทเหล่านี้คือ Palisade Interstate Parkway ในรัฐ New York และ New Jersey Turnpike ในรัฐ New Jersey เป็นต้น

– นอกจากนี้ การจ่ายค่าผ่านทางในรัฐแถบตะวันออกเฉียงเหนือ (ME, NH, MA, NY, NJ, PA, DE, MD, VA, WV, และ IL) อาจใช้บัตรจ่ายค่าผ่านทางพิเศษ หรือที่รู้จักกันในชื่อ E-ZPass ได้ ซึ่งจะทำให้การจ่ายค่าผ่านทางเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

ด้วยเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เมื่อใดที่ท่านขับรถอยู่บน Interstate กลางภูเขาหรือในเมือง ท่านก็จะมั่นใจได้ว่าขณะนี้กำลังขับรถไปในทิศทางใด อยู่ส่วนใดของรัฐ หรือกำลังหลงทางหรือไม่ แต่ที่สำคัญ แผนที่ทางหลวงคือเพื่อนร่วมทางของท่านเสมอ ดังนั้น เมื่อท่านขับรถหรือเป็นผู้นำทางไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย ก็อย่าลืมพกแผนที่ติดตัวไปด้วยนะครับ


ข้อมูลจาก: http://www.oeadc.org
เรียบเรียงโดย ชินวัตร อิศราดิสัยกุล
นักเรียนทุนรัฐบาลไทยรุ่นปี 2547 (TS47)
31 ตุลาคม 2548

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *