ข้อมูลน่ารู้ในอเมริกา

ของต้องห้ามนำเข้าอเมริกา 2026: สิ่งที่คนไทยพกติดกระเป๋าแล้วโดนยึดที่ด่าน

ของต้องห้ามนำเข้าอเมริกา ไม่ได้ตัดสินจากชื่ออาหารหรือการซีลถุงเพียงอย่างเดียวค่ะ กฎอาจขึ้นอยู่กับส่วนผสม ประเทศต้นทาง วิธีแปรรูป ปริมาณ และเอกสารกำกับ โดยเฉพาะอาหาร เนื้อสัตว์ ผลไม้ ผัก พืช เมล็ดพันธุ์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์

หลักสำคัญ: ผู้เดินทางต้องสำแดงอาหาร พืช สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์จากสัตว์หรือสัตว์ป่าทั้งหมดต่อ U.S. Customs and Border Protection (CBP) แม้คิดว่านำเข้าได้ การสำแดงไม่ได้ทำให้ของชิ้นนั้นได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่เกษตรของสหรัฐฯ จะตรวจและเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้ายว่านำเข้าได้หรือไม่

ตรวจสอบล่าสุด: 13 กันยายน 2026 — กฎอาจเปลี่ยนตามโรคระบาด ศัตรูพืช ประเทศต้นทาง และด่านที่เข้า ควรตรวจฐานข้อมูลและหน้าทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง


แยกให้ออก: ห้าม จำกัด อนุญาตแบบมีเงื่อนไข และต้องสำแดง

สถานะ ความหมายสำหรับผู้เดินทาง
ห้าม (Prohibited) กฎหมายไม่อนุญาตให้นำเข้า ของบางชนิดต้องทิ้ง ส่งกลับ หรือถูกทำลายตามคำสั่งเจ้าหน้าที่
จำกัด (Restricted) อาจนำเข้าได้เมื่อมีใบอนุญาต ใบรับรอง การแปรรูป หรือเงื่อนไขอื่นครบถ้วน
อนุญาตแบบมีเงื่อนไข ต้องตรงตามชนิดสินค้า ประเทศต้นทาง วิธีแปรรูป ปริมาณ และด่านเข้า และยังต้องผ่านการตรวจ
ต้องสำแดง ต้องแจ้งต่อ CBP และนำออกมาให้ตรวจ การสำแดงไม่ใช่การรับรองว่านำเข้าได้

เก็บบรรจุภัณฑ์เดิม ฉลาก และใบเสร็จไว้เพื่อช่วยยืนยันประเทศต้นทาง แต่ฉลากภาษาอังกฤษหรือการซีลสุญญากาศอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะผ่านค่ะ


อาหารและสินค้าเกษตรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ตัวอย่างอาหารและสินค้าเกษตรที่ต้องสำแดงก่อนเข้าสหรัฐอเมริกา

ผลไม้และผัก

  • สดหรือแช่แข็ง: APHIS ระบุว่าผลไม้และผักสดหรือแช่แข็งเกือบทั้งหมดจากต่างประเทศถูกห้าม เพราะเสี่ยงนำศัตรูพืชและโรคเข้าประเทศ รวมถึงของที่ได้รับบนเครื่องบินหรือเรือ
  • กระป๋องเชิงพาณิชย์: โดยทั่วไปนำเข้าได้เมื่อสำแดงและผ่านการตรวจ แต่อาหารกระป๋องทำเองไม่อนุญาต
  • อบแห้ง: อย่าเหมารวมว่านำเข้าได้ ผลไม้และผักแห้งส่วนใหญ่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะ APHIS ระบุเพียงบางรายการที่โดยทั่วไปอนุญาต เช่น อินทผลัม มะเดื่อ ลูกเกด ถั่วบางชนิด กระเจี๊ยบ และถั่วลันเตา ทั้งหมดยังต้องสำแดงและตรวจ

เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อ

  • กฎขึ้นอยู่กับชนิดสัตว์ ประเทศต้นทาง สถานะโรค และวิธีแปรรูป ไม่ใช่แค่ปริมาณหรือบรรจุภัณฑ์
  • APHIS ไม่อนุญาตให้นักเดินทางนำเนื้อหรือผลิตภัณฑ์จากโค สุกร แกะ หรือแพะส่วนใหญ่จากประเทศที่ได้รับผลจากโรคสัตว์สำคัญบางชนิด
  • ณ วันที่ตรวจสอบ ไทยอยู่ในรายชื่อพื้นที่ที่ APHIS จัดว่าได้รับผลจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever) จึงไม่ควรถือว่าหมูหยอง หมูยอ กุนเชียง หมูแผ่น หรืออาหารที่มีส่วนผสมจากหมูนำเข้าได้เพียงเพราะปรุงสุกหรือปิดผนึก
  • ผลิตภัณฑ์บางแบบอาจเข้าได้ภายใต้ข้อยกเว้นและเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ภาชนะปิดสนิทเชิงพาณิชย์ที่ผ่านกระบวนการจนเก็บได้โดยไม่ต้องแช่เย็น แต่ต้องตรวจข้อกำหนดของสินค้านั้นและสำแดงทุกครั้ง
  • อาหารที่มีสัตว์ปีกต้องตรวจประเทศต้นทาง สถานะโรค และระดับการปรุงสุกด้วย APHIS ระบุว่าไทยอยู่ในรายชื่อพื้นที่ที่ได้รับผลจากโรคไข้หวัดนกชนิดก่อโรครุนแรง ณ วันที่ตรวจสอบ

อาหารทะเล

ไม่ควรเขียนว่าอาหารทะเลดิบ ปูดอง หรือปลาร้าทุกชนิด “ห้าม” โดยอัตโนมัติ APHIS ระบุว่าไม่ได้กำกับอาหารทะเลส่วนใหญ่ ยกเว้นอาหารทะเลชุบเกล็ดที่เกล็ดมีส่วนผสมจากสัตว์ เช่น นมหรือไข่ อาหารทะเลอื่นอาจอยู่ภายใต้ FDA, U.S. Fish and Wildlife Service หรือกฎของหน่วยงานอื่น จึงต้องสำแดงและตรวจข้อกำหนดของชนิดสัตว์ ส่วนผสม การแปรรูป และการใช้ส่วนตัวก่อนเดินทาง

พืช เมล็ดพันธุ์ ดิน ดอกไม้ และใบสด

  • พืชที่ติดดินถูกห้าม
  • พืชรากเปลือยจำนวนไม่เกิน 12 ต้นอาจนำเข้าได้เมื่อชนิดนั้นไม่ถูกห้าม มีใบรับรองสุขอนามัยพืช และผ่านการตรวจของ CBP; ตั้งแต่ 13 ต้นขึ้นไปต้องมีใบอนุญาตและส่งไปยังสถานีตรวจพืชของ USDA
  • เมล็ดจากไม้ยืนต้นและไม้พุ่มถูกห้ามในสัมภาระผู้โดยสาร ส่วนเมล็ดพืชล้มลุกที่อนุญาตอาจนำเข้าได้เมื่อมีใบรับรองและผ่านเงื่อนไขที่กำหนด
  • ดอกไม้ตัดและใบสดต้องสำแดงและนำให้เจ้าหน้าที่ตรวจ บางชนิดอาจมีข้อกำหนดเพิ่มหรือถูกปฏิเสธได้

ชา กาแฟ ถั่ว และเครื่องเทศ

  • กาแฟคั่ว: APHIS อนุญาตให้ผู้เดินทางนำกาแฟคั่วเข้าด่านสหรัฐฯ ได้โดยไม่จำกัดปริมาณ แต่ยังต้องสำแดง
  • ชาจากใบ Camellia sinensis ล้วน: โดยทั่วไปนำเข้าได้โดยไม่จำกัดปริมาณ แต่ยังต้องสำแดง ชาสมุนไพรที่มีส่วนผสมอื่นมีเงื่อนไขต่างกัน
  • ถั่ว: ถั่วที่ต้ม สุก บด อบแห้ง อบคั่ว หรือผ่านไอน้ำโดยทั่วไปนำเข้าได้; ถั่วดิบ มีเปลือก หรือแปรรูปแบบอื่นต้องตรวจเป็นรายชนิด
  • เครื่องเทศแห้ง: ส่วนใหญ่นำเข้าได้ แต่ใบและเมล็ดตระกูลส้ม รวมถึงเมล็ดผักและผลไม้หลายชนิด มีข้อห้ามหรือข้อจำกัด ตะไคร้ที่ไม่ได้อยู่ในผลิตภัณฑ์บรรจุเชิงพาณิชย์อาจถูกตรวจและยึดได้

ตัวอย่างอาหารไทย: ต้องตรวจอะไร ไม่ใช่คำตอบ “ได้/ไม่ได้” แบบเหมารวม

ตัวอย่าง การจัดประเภทและสิ่งที่ต้องตรวจ
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาจอนุญาตแบบมีเงื่อนไข: อ่านส่วนผสม โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ไข่ นม ผักหรือเมล็ด; สำแดงทุกครั้ง คำว่า “ทุกยี่ห้อได้” ไม่ถูกต้อง
หมูหยอง หมูยอ กุนเชียง หมูแผ่น หมูแดดเดียว จำกัดสูงจากกฎผลิตภัณฑ์สุกรและสถานะโรคของประเทศต้นทาง: อย่าถือว่าซองปิดผนึกหรือปรุงสุกทำให้นำเข้าได้ ตรวจ APHIS และสำแดง
ส้มตำ น้ำพริก หรือเครื่องแกง ขึ้นอยู่กับส่วนผสมแต่ละชนิด: ตรวจผลไม้/ผักสด เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ใบหรือเมล็ด และประเทศต้นทาง การแพ็คสุญญากาศไม่ใช่ใบอนุญาต
มะม่วงหรือทุเรียนสด อยู่ในกลุ่มผลไม้สดที่เกือบทั้งหมดถูกห้าม: ตรวจ ACIR ตามชื่อวิทยาศาสตร์ ประเทศต้นทาง และด่านเข้า; อย่านำของจากบนเครื่องลงมาด้วย
มะม่วงอบแห้ง ทุเรียนทอด กล้วยตาก ไม่รับประกันเพียงเพราะแห้งหรือมีฉลาก: ตรวจชนิดสินค้า ประเทศต้นทาง และวิธีแปรรูปใน ACIR แล้วสำแดง
น้ำปลา กะปิ ปลาร้า หรืออาหารทะเลแปรรูป อาจอยู่ภายใต้ FDA, U.S. Fish and Wildlife Service หรือกฎส่วนผสมจากสัตว์: สำแดง ตรวจชนิดสัตว์และส่วนผสม; ถ้าอยู่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องให้ตรวจข้อจำกัดของเหลวของ TSA แยกต่างหาก
ข้าวสาร ต้องตรวจเป็นสินค้าเกษตรตามประเทศต้นทางและสภาพสินค้า: ค้นใน ACIR และสำแดง ไม่ควรสรุปว่าถุงมีฉลากแล้วผ่านแน่นอน

ตัวอย่างอาหารบรรจุหีบห่อที่ต้องตรวจส่วนผสม ประเทศต้นทาง และสำแดงก่อนเข้าสหรัฐอเมริกา


วิธีสำแดงให้ถูกต้อง

  1. แจ้งอาหาร พืช สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์จากสัตว์หรือสัตว์ป่าทั้งหมดตามขั้นตอนที่ CBP ใช้ ณ ด่านนั้น ซึ่งอาจเป็นแบบฟอร์ม กระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ หรือการตอบเจ้าหน้าที่
  2. นำของออกมาแสดงเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจ และตอบชนิด ส่วนผสม ปริมาณ ประเทศต้นทาง และวัตถุประสงค์ตามจริง
  3. เก็บฉลาก บรรจุภัณฑ์เดิม และใบเสร็จเพื่อช่วยยืนยันประเทศต้นทาง
  4. ถ้าเจ้าหน้าที่ตัดสินว่าไม่อนุญาต แม้สำแดงแล้ว ของนั้นอาจต้องถูกทิ้ง ส่งกลับ หรือจัดการตามคำสั่ง การสำแดงไม่ทำให้ของผ่านอัตโนมัติ

APHIS ระบุว่า หากสำแดงสินค้าเกษตรทั้งหมด ผู้เดินทางจะไม่ถูกลงโทษเพียงเพราะเจ้าหน้าที่ตัดสินภายหลังว่าสินค้านั้นเข้าไม่ได้ แต่ของที่ไม่สำแดงและเป็นของต้องห้ามหรือของจำกัดอาจถูกยึดและอาจมีโทษทางแพ่งได้ อย่าใช้ตัวเลขค่าปรับหรือผลกระทบต่อวีซ่าแบบเหมารวม เพราะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและโครงการของผู้เดินทาง


เรื่องอื่นที่มักสับสนกับกฎอาหาร

  • เงินสดและตราสารเงิน: ไม่ได้มีเพดานว่าห้ามถือเกิน 10,000 ดอลลาร์ แต่หากมูลค่ารวมมากกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องสำแดงและยื่น FinCEN Form 105 ตามกฎของ CBP
  • ยา: ต้องเป็นไปตามกฎของ FDA และถ้าเป็นสารควบคุมอาจมีกฎ DEA เพิ่มเติม ควรเก็บในภาชนะเดิมพร้อมฉลาก และมีใบสั่งยาหรือจดหมายแพทย์ภาษาอังกฤษที่อธิบายความจำเป็น ปริมาณควรเท่าที่ใช้ส่วนตัวระหว่างอยู่ในสหรัฐฯ; แนวทาง 90 วันเป็นเพียงหลักทั่วไปสำหรับผู้มาเยือน ไม่ใช่สิทธิรับประกันว่ายาทุกชนิดนำเข้าได้
  • อาวุธ วัตถุระเบิด สารเสพติด สินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าคุ้มครอง: อาจถูกห้ามหรือจำกัดและอยู่ภายใต้หน่วยงานหลายแห่ง ต้องตรวจข้อกำหนดเฉพาะก่อนเดินทาง
  • TSA กับ CBP/USDA เป็นคนละเรื่อง: TSA ตรวจความปลอดภัยและสิ่งที่พกขึ้นเครื่อง เช่น ของเหลว เจล ครีม และอาหารเหลวในกระเป๋าถือ ส่วน CBP, USDA/APHIS, FDA และหน่วยงานอื่นตัดสินการนำเข้าสหรัฐฯ ของที่ผ่านจุดตรวจ TSA ไม่ได้แปลว่านำเข้าประเทศได้

✅ Checklist ก่อนแพ็คอาหารเข้าอเมริกา

ก่อนเดินทาง:
□ จดรายการอาหาร พืช เมล็ด เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทั้งหมด
□ ตรวจส่วนผสม ประเทศต้นทาง วิธีแปรรูป และปริมาณ
□ ค้นข้อกำหนดใน APHIS Agricultural Import Requirements (ACIR)
□ ตรวจสถานะโรคสัตว์ถ้ามีเนื้อหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์
□ เก็บฉลาก บรรจุภัณฑ์เดิม และใบเสร็จ
□ ตรวจ TSA แยกต่างหากถ้าเป็นของเหลวหรือพกขึ้นเครื่อง

เมื่อถึงด่าน:
□ สำแดงอาหารและสินค้าเกษตรทั้งหมด
□ นำของให้เจ้าหน้าที่ตรวจเมื่อถูกขอ
□ ตอบส่วนผสม ประเทศต้นทาง และปริมาณตามจริง
□ ยอมรับคำตัดสินขั้นสุดท้ายของเจ้าหน้าที่

แหล่งตรวจสอบทางการก่อนบิน


สรุป: สำแดงก่อน แล้วให้เจ้าหน้าที่ตัดสิน

ไม่มีสูตรสั้นๆ ว่า “ของสดห้ามทุกอย่าง” หรือ “ของแห้งปิดผนึกนำเข้าได้แน่นอน” ค่ะ วิธีที่ปลอดภัยคือ ตรวจสินค้าเป็นรายชนิดจากประเทศต้นทาง สำแดงอาหารและสินค้าเกษตรทั้งหมด เก็บหลักฐานแหล่งที่มา และนำของให้เจ้าหน้าที่ตรวจ การสำแดงช่วยให้ปฏิบัติตามกฎ แต่ไม่ได้รับประกันว่าสินค้าจะได้รับอนุญาต

อยากรู้เรื่องการเตรียมตัวก่อนไปอเมริกาเพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่ → [วีซ่าอเมริกา 2026: ยุค Trump 2.0 เปลี่ยนอะไรบ้าง]


คำถามที่พบบ่อย: ของต้องห้ามนำเข้าอเมริกา

Q: ผลไม้สดจากไทยนำเข้าอเมริกาได้ไหม?

A: APHIS ระบุว่าผลไม้และผักสดเกือบทั้งหมดจากต่างประเทศถูกห้าม แต่ข้อกำหนดเป็นรายสินค้าและประเทศต้นทาง ให้ค้นใน ACIR ก่อนเดินทางและสำแดงทุกครั้ง ไม่ควรอาศัยคำตอบเหมารวมจากชื่อผลไม้เพียงอย่างเดียวค่ะ

Q: หมูหยองหรือบะหมี่รสหมูที่ซีลถุงนำเข้าได้ไหม?

A: อย่าถือว่าซองปิดผนึกทำให้นำเข้าได้ค่ะ ต้องตรวจส่วนผสม วิธีแปรรูป ประเทศต้นทาง และสถานะโรค ไทยอยู่ในรายชื่อพื้นที่ ASF ของ APHIS ณ วันที่ตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์จากสุกรจึงมีข้อจำกัดสูงและต้องสำแดง

Q: มะม่วงอบแห้งหรือทุเรียนทอดนำเข้าได้แน่นอนไหม?

A: ไม่แน่นอนค่ะ APHIS ระบุว่าผลไม้และผักอบแห้งส่วนใหญ่ต้องมีข้อกำหนดเฉพาะ ฉลากและการซีลไม่ใช่หลักประกัน ให้ตรวจใน ACIR ตามชนิดสินค้าและประเทศต้นทาง แล้วสำแดงต่อ CBP

Q: ถ้าสำแดงแล้ว ของจะผ่านใช่ไหม?

A: ไม่ใช่ค่ะ การสำแดงเป็นหน้าที่ของผู้เดินทาง เจ้าหน้าที่จะตรวจและตัดสินว่านำเข้าได้หรือไม่ หากสำแดงครบแต่ของเข้าไม่ได้ อาจต้องทิ้งหรือส่งกลับตามคำสั่ง แต่ APHIS ระบุว่าจะไม่มีโทษเพียงเพราะของที่สำแดงแล้วถูกตัดสินว่าเข้าไม่ได้

Q: พกเงินสดเกิน 10,000 ดอลลาร์เข้าอเมริกาได้ไหม?

A: พกได้โดยไม่มีกฎหมายกำหนดเพดาน แต่ถ้ามูลค่ารวมมากกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องสำแดงและยื่น FinCEN Form 105 ค่ะ

Q: ของเหลวที่ TSA อนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง แปลว่านำเข้าอเมริกาได้หรือไม่?

A: ไม่ได้แปลว่าได้รับอนุญาตให้นำเข้าค่ะ TSA ตรวจความปลอดภัยของสัมภาระ ส่วน CBP, USDA/APHIS, FDA และหน่วยงานอื่นใช้กฎนำเข้าแยกต่างหาก


เขียนโดย: พี่อุ้ม — GoGoAmerica ข้อมูลนี้เป็นคู่มือทั่วไปจากแหล่งทางการ ไม่ใช่คำรับรองว่าสินค้ารายการใดจะผ่านด่าน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้ายตามข้อเท็จจริง ณ วันและด่านที่เดินทางค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *