หนุ่มน้อยร้อยล้าน เปลี่ยน ‘ขยะ’ เป็น ‘ทอง’

ใครเลยจะเชื่อว่าวันนี้เขา “แมคกรกช เดชเดชานุกุล” ได้กลายเป็นเจ้าของโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์แห่งใหญ่ของรัฐแมรี่แลนด์ มีมูลค่ารับซื้อขายขยะกว่า 100 ล้านบาทในช่วงเวลาเพียง 2 ปี
จุดเริ่มต้นก่อนที่จะมีวันนี้ “กรกช” เจ้าของโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ แห่งรัฐแมรี่แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เล่าให้ฟังว่า เดิมทีคุณพ่อมีธุรกิจอยู่ที่เมืองไทย แต่เพราะเจอภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ ธุรกิจที่เคยมีก็เจอผลกระทบจนถูกฟ้องล้มละลาย เป็นหนี้จำนวนมาก ช่วงนั้นคุณพ่อตัดสินใจไปเมืองนอก ไปรับจ้างทำงาน ทำร้านอาหาร รับจ้างต่างๆ

พออายุได้สัก 16 ปี แมคก็ตามคุณพ่อไปอยู่ที่รัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา ตั้งใจไปเรียนด้วย ไปทำงานด้วย และด้วยความที่ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงได้งานที่ไม่ต้องสื่อสารกับคน เช่น ถูพื้น ได้รายได้ประมาณ 300 บาทต่อวัน ก็เริ่มคำนวณว่า ทำงาน 1 วันได้ 300 บาท ถ้าทำงาน 365 วันจะได้เงินประมาณ 1 แสนบาทต่อปี เลยคิดว่า มีเงินเป็นแสน ไม่ใช่น้อย เลยอาศัยขยันเข้าว่า เลือกทำงานทุกวัน
หลังจากนั้น 2 เดือน ก็ได้เลื่อนขั้นไปเติมน้ำอัดลม พอทำไปอีก 2 เดือน ก็ขยับตำแหน่งไปทอดเบอร์เกอร์ จนถึงตำแหน่งขายลอตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุด ทำไปนานพอสมควร ก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า มาถึงอเมริกาแล้ว จะหยุดอยู่แค่การขายลอตเตอรี่เหรอ
“ณ วินาทีนั้น ผมให้คำตอบกับตัวเองว่า ผมจะไม่ขายลอตเตอรี่ตลอดไป จากที่หาเช้ากินค่ำ จะต้องหาอะไรที่ทำ 1 เช้า แล้วกินไปได้เลย 10 ค่ำ”

ในที่สุด ก็ตามหาตัวอาจารย์จนเจอ ก็บอกกับอาจารย์ว่าอยากทำวงษ์พาณิชย์ที่อเมริกา อาจารย์ก็แนะนำให้บินกลับมาอบรมกับวงษ์พาณิชย์ที่ จ.พิษณุโลก 5 วัน ทำให้เรียนรู้ว่าวิธีเปลี่ยนขยะเป็นทอง ทำอย่างไร ทำให้เข้าใจว่า จริงๆ แล้ว ขยะไม่มีจริงในโลก เป็นเพียงทรัพยากรธรรมชาติที่เอาไว้ผิดที่เท่านั้นเอง สามารถมาทำรีไซเคิล นำมาเปลี่ยนชีวิตได้
หากวิเคราะห์สถานการณ์ขยะในสหรัฐอเมริกา ถือว่าล้นมาก เพราะคนอเมริกันบริโภคทุกอย่างในปริมาณมาก ถ้าพูดให้นึกภาพออก คนอเมริกันดื่มน้ำขวด 1 ปี ในปริมาณที่สามารถมาร้อยเรียงกันรอบโลกได้ 5 รอบ รัฐบาลพยายามให้ประชาชนคัดแยกขยะ และการจ้างทิ้งขยะในอเมริกาก็มีค่าใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นโอกาสในการทำธุรกิจนี้มากๆ
แต่ทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เพราะการทำธุรกิจนี้จริงจังต้องมีโกดังเก็บขยะ ซึ่งโกดังในอเมริกาแพงมาก ค่าเช่าประมาณ 2-3 แสนบาทต่อเดือน ใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน ในที่สุดโชคก็เข้าข้าง เจอโกดังที่เจ้าของใจดีให้เช่าในอัตราค่าเช่าเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน

สำหรับเงินทุนแรกเริ่มใช้ประมาณ 1-2 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินเก็บของตัวเองส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งมาจากการยืมคุณพ่อ คุณแม่ โดยช่วงแรกของโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ แห่งรัฐแมรี่แลนด์ของแมค มีพื้นที่เพียง 1 ไร่ ขยายเป็น 6 ไร่ ในเวลา 8 เดือน รองรับคนทำงาน 150-200 คน เน้นทำเฉพาะกระดาษ โลหะ ทองแดง ทองเหลือง
ส่วนยอดรับซื้อขายขยะในช่วงแรก อยู่ที่หลักแสนบาทต่อเดือน มีรถเข้ามารับซื้อวัตถุดิบไปรีไซเคิลเป็นสินค้าต่อประมาณ 1-2 คันต่อวัน แล้วก็เพิ่มเป็นวันละ 10 คัน มูลค่าซื้อขายต่อเดือนเพิ่มเป็น 6 ล้านบาท หลังจากทำมาได้ 2 ปี ปัจจุบันมีรถเข้ามารับซื้อเพิ่มเป็น 120-200 คันต่อวัน มูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 120 ล้านบาทต่อปี

แมค เล่าต่อว่า ช่วงที่เริ่มทำธุรกิจนี้อายุประมาณ 19 ปี ตอนนี้อายุจะครบ 22 ปีเร็วๆ นี้แล้ว ถ้าย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาเริ่มต้น ตอนนั้นขับรถตระเวนไปเก็บขยะเอง ทั้งคนในครอบครัว ญาติ เพื่อน ดูถูกว่าทำอะไร ไปเรียนถึงอเมริกา ทำไมมานั่งเก็บขยะขาย โตแล้วทำไมถึงให้ใครหลอก หรือจูงจมูกกันได้ง่ายๆ
จนถึงวันนี้ ถือว่าผ่านจุดเริ่มต้นแบบตั้งไข่มาแล้ว เป็นช่วงที่กำลังเติบโต ก็ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ให้ทุกคนรอบข้างเห็นได้ในระดับหนึ่ง และกลายเป็นแบบอย่างที่ยอมรับ แต่ยังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ มีอะไรต้องทำอีกมาก แต่ก็ถือว่าพอใจกับสิ่งที่ได้มามาก ไม่เคยคิดว่าในชีวิตที่เกิดมาจะมีโอกาสมากมายเช่นนี้
ท้ายที่สุด แมค กล่าวว่า อยากบอกทุกคนว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ไม่อยากให้ดูถูกตัวเองว่าด้อยโอกาส ให้เชื่อว่าในทุกอย่างมีโอกาสเสมอ ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะคน ความจนไม่ใช่กรรมพันธุ์ ถ้าเด็กอย่างผมทำได้ ทุกคนก็ทำได้
ในอีกมุมหนึ่งที่หนุ่มน้อยผู้นี้อาจไม่รู้ว่า เขาได้กลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงในหมู่คนไทยในอเมริกา แม้ว่าอเมริกาจะเป็นดินแดนกว้างใหญ่ แต่สำหรับสังคมคนไทยด้วยกันถือว่าแคบมาก ซึ่งจากการสอบถามคนไทยในอเมริกาที่ล้วนบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปตามหาฝัน หาเงินเลี้ยงดูครอบครัวที่เมืองไทย ต่างชื่นชมหนุ่มน้อยร้อยล้านผู้นี้ ถึงความคิดที่อดทน มุมานะ จนทำในสิ่งที่ทุกคนไม่เชื่อ ให้สำเร็จได้
สมไทย วงษ์เจริญ ต้นแบบความสำเร็จ

สมไทย วงษ์เจริญ ถือเป็นนักธุรกิจผู้ที่เติบโตมาจากการนับศูนย์ ด้วยความอดทน จนทำให้วันนี้แบรนด์ “วงษ์พาณิชย์” ไม่เพียงเป็นที่ยอมรับในตลาดไทย แต่ยังเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกด้วย โดยเขาเล่าว่า เขาเป็นคนที่ถูกพ่อกับแม่ว่าเสมอว่าเป็นเด็กนอกคอก เพราะดื้อ แต่ด้วยความคิดนอกคอกทำให้มีวันนี้ได้
“ผมมีความคิดว่า อยากหลุดพ้น อยากเป็นนายตัวเอง เป็นพ่อค้า เป็นนักธุรกิจ เลยหัดขายของตั้งแต่อายุ 14-15 ปี ตอนนั้นคิดแต่ว่า จะขายเร็ว ต้องกำไรมาก ไปเจอหอม กระเทียม ราคากิโลกรัมละ 4 บาท ถ้าขาย 8 บาท ก็กำไร 100%”

หลังจากนั้นลองทำธุรกิจอีกเป็นร้อยกว่าธุรกิจ เรียกว่าเป็นวิชาล้ม ลุก คลุก คลาน ตอนนั้นรู้สึกว่า ทำกับของสวยๆ มาหมดแล้ว ไม่สำเร็จ ลองทำของเน่าดูสิว่าจะทำสำเร็จไหม เลยไปยืนมองที่ทิ้งขยะขนาดใหญ่ มองกองขยะอยู่ 3 วัน แล้วก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ขยะ แต่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ผิดที่ผิดทาง เลยจุดประกายอาชีพรับซื้อขยะ
สมไทย เล่าว่า ทำตั้งแต่เริ่มต้น ขับรถตระเวนรับซื้อขยะ ขายขยะ จนเริ่มขยาย มีโรงงานคัดแยก มีเครื่องอัดก้อนขยะ เพื่อส่งขายต่อให้โรงงานรับซื้อไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ทำแบบนี้อยู่ 8 ปี ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ทำธุรกิจอยู่บนพื้นฐานความสุจริต 100% มีการปลอมปน เช่น กระดาษจุ่มน้ำ ทำให้มีน้ำหนักเพิ่ม แต่หากเข้ากระบวนการรีไซเคิลแล้ว มีผลกระทบทันที

นั่นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ วงษ์พาณิชย์ ได้รับความเชื่อถือจากโรงงงานผู้ผลิตรายใหญ่ๆ ที่ต้องการวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และไม่เพียงลูกค้าสัญชาติไทยเท่านั้น แม้แต่ลูกค้านานาชาติยังให้ความเชื่อถือ ทำให้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และเข้มแข็งขึ้น
สมไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า นี่คือที่มาของความคิดเชิงคุณธรรมนำหน้าธุรกิจ ที่มั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะมีวิกฤตเช่นไร องค์กรที่ซื่อสัตย์ จะยังยืนอยู่ได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน
โดย…สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ข้อมูลจาก http://www.posttoday.com/ไลฟ์สไตล์/ไลฟ์/238222/หนุ่มน้อยร้อยล้าน-เปลี่ยน-ขยะ-เป็น-ทอง
