เที่ยว อุทยานแห่งชาติเยลโล่สโตน ตอนที่ 1 (Yellowstone National Park)
เมื่อเอ่ยชื่อ อุทยานแห่งชาติเยลโล่สโตน (Yellowstone National Park) เราคิดว่าเพื่อน ๆ น่าจะคุ้นหู และเคยได้ยินกันมาอยู่บ้าง แต่บางทีอาจจะยังนึกไม่ออกว่าเยลโล่สโตนมีจุดเด่นอย่างไร ถึงทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลังไหลมาชมความงามกันในทุกฤดูกาล อาจเป็นเพราะว่าเยลโล่สโตน มีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู แต่ฤดูที่สามารถท่องเที่ยวได้สะดวกที่สุด คือช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงค่ะ กว่าจะถึงเยลโล่สโตน ขับผ่าน 13 รัฐด้วยกัน เราไปถึงกันตอนกลางคืนค่ะ ในอุทยานแห่งชาติจะมีโรงแรม ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย แต่ราคาแพงมาก คืนละไม่ต่ำกว่า 200 USD หรือประมาณ 6300 บาท เราได้ไปเที่ยวช่วงเดือนสิงหาคมจะถือเป็นช่วงไฮซีซั่นค่ะ เป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศอเมริกา อากาศ
กำลังดีเลย 15-27 องศา แต่กลางคืนอากาศจะลดลง ไปถึง 10 องศาค่ะ นอนหนาวกันเลยทีเดียวขนาดใช้ ถุงนอนและเครื่องแต่งกายอุ่นยังหนาวเลยเพราะไม่มีฮีทค่ะ เราเลือกพักแบบจุดจอดและพักกางเต้นท์ (Camp Ground) ตกคืนละ 20USD หรือประมาณ 600 บาท ที่นี้มีห้องน้ำรวมให้ค่ะ สะอาดดี

เที่ยวมาทั้งวันอาจจะเหนื่อย เรามาแวะทานอาหารกันหน่อยค่ะ เราแวะกันที่ร้าน Lake house Restaurant เป็นร้านอาหารติดทะเลสาปบรรยากาศกระท่อมไม้ชายป่าประดับประดาไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ได้บรรยากาศของการมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติดีค่ะ อาหารในเมนูก็จะเป็นอาหารอเมรินปกติค่ะ สลัดต่าง ๆ สเต็กเนื้อ และยังมีเมนูปลาให้คนรักสุขภาพอีกด้วย เราสั่งบัฟโฟโล่ชิกเก้นสลัด รสชาติอร่อยมาก แต่!!! ปริมาณน้อยและราคาสูงมากเลยที่เดียว แต่ก็ถือว่าเปลี่ยนบรรยากศดีค่ะการเที่ยวในเยลโล่สโตนต้องใช้เวลาหลายวันถึงจะชมจุดสำคัญ ๆ ได้ทั่ว เพราะเป็น National park ที่ใหญ่จริง ๆ ค่ะ ยังมีสถานที่เที่ยวอีกมากมาย รวมถึงความสนุกสนานในการชมสัตว์ป่าด้วย จะกลับมาเล่าให้ฟังในตอนต่อไปนะคะ





