โอกาสเป็นเจ้าของกิจการในอเมริกา
โอกาสอีกอย่างของผู้ที่อยู่ในประเทศอเมริกาก็คือโอกาสในการสร้างกิจการและการเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวหรือที่เรียกอีกอย่างว่าเจ้าของกิจการรายย่อยค่ะ ระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกายืนอยู่บนฐานรากที่ปูด้วยธุรกิจรายย่อย
จากการที่ประเทศอเมริกามีประชากรมากเป็น อันดับที่สามของโลก ซึ่งจำนวนประชากรมีมากกว่า 280 ล้านคน (ข้อมูลโดยประมาณนะคะ) ทำให้ตลาดภายในประเทศมีกำลังซื้อมาก เหมาะสำหรับการเปิดกิจการส่วนตัวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายสินค้าหรือการให้บริการค่ะ และด้วยเหตุผลนี้ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ก็ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยอีกด้วย
การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยมีหลายรูปแบบค่ะ แต่ที่อยากจะเล่าให้ฟังก็คือ การสนับสนุนผู้ที่สนใจอยากจะเริ่มกิจการส่วนตัวแต่ยังไม่มีประสบการณ์ ส่วนตัวแล้วก็ได้เคยใช้บริการทางด้านนี้มาแล้วเหมือนกันค่ะ
เรื่องก็มีอยู่ว่าหลังจากเรียนจบและทำงานมาหลายปี ก็คิดว่าอยากจะขยับไปทำกิจการส่วนตัว เรื่องของเรื่องก็คือหลังจากที่เป็นคุณแม่แล้ว เราก็มีเวลาน้อยลงเพราะต้องดูแลลูกชาย แต่ในใจก็ไม่อยากจะเป็นแม่บ้านยังอยากจะทำงานอยู่ค่ะ ก็เลยคิดว่าจะทำอย่างไรดี หลังจากคิดทบทวนถึงความรู้ และความสามารถของตัวเองแล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่า อยากจะลองเปิดกิจการส่วนตัวเป็นเจ้าของกิจการ และควบคุมเวลาทำงานของตัวเองดีกว่า
ก็คงจะเหมือนกับหลายๆคนนะคะ เริ่มต้นจากการหาข้อมูลการเปิดกิจการส่วนตัว จากอินเตอร์เน็ตค่ะ นี่ก็เป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งของประเทศนี้ คือ ข้อมูลต่างๆมีมากมายให้ศึกษาจาก ทางอินเตอร์เน็ต ทั้งที่เชื่อถือได้และไม่ได้ ผู้อ่านและผู้ศึกษาต้องใช้วิจารณญาณให้ดีในการเลือก ฐานข้อมูลนะคะ
หลังจากศึกษาข้อมูลต่างๆด้วยตัวเองสักระยะนึงแล้ว ก็พบว่าทางหน่วยงานของรัฐ ของเมือง หรือ ตามสถานศึกษาต่างๆให้บริการให้คำปรึกษาผู้ประกอบกิจการรายย่อย เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Entrepreneurship services หรือ Small Business ค่ะ
หน่วยงานที่ให้คำปรึกษานี้มีทั้งฟรีและคิดค่าบริการค่ะ การให้คำปรึกษาก็เริ่มจากสอบถามเกี่ยวกับ รูปแบบของธุรกิจ สินค้าหรือบริการ แผนการตลาด ตลอดไปจนถึงข้อมูลทางกฏหมายที่ควรทราบ และอื่นๆที่เกี่ยวของกับการเป็นเจ้าของกิจการค่ะ
หลังจากได้รับคำปรึกษาเบื้องต้นแล้ว ก็ขยับเข้ารับการอบรมทางด้านธุรกิจเพิ่มเติม อีกหลายหลักสูตรอีกด้วยค่ะ แต่ก็ไม่ได้ไปทุกหลักสูตรหรอกนะคะ ส่วนใหญ่จะเลือก การอบรมในแบบที่เรียกว่า Workshop เพราะการอบรมแบบนี้จะจำกัดจำนวนผู้เข้าอบรมค่ะ
เหตุผลก็คือผู้เข้าร่วมอบรมจะต้องฝึกทำแบบฝึกหัดจริงที่จะต้องใช้ในการประกอบกิจการ หรือไม่ก็จะเป็นการปรึกษาหารือกลุ่มระหว่างผู้มีประสบการณ์จริงค่ะ สำหรับผู้ที่มีความรู้พื้นฐาน ทางธุรกิจ หรือผู้จบการศึกษาทางด้านธุรกิจ
การอบรมแบบนี้จะมีประโยขน์มากกว่าค่ะ เพราะจะได้รับความรู้และความเข้าใจเหมือนกับได้รับประสบการณ์จริง ที่ไม่เหมือนกับการเรียนให้ห้องเรียนทั่วไป แต่ไม่มีความเสี่ยงเพราะยังไม่ได้เริ่มลงทุน คำถามหรือข้อสนทนาบางอย่างในการอบรมก็ไม่เหมือนในหนังสือเรียน ซึ่งเป็นการบอกถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และเป็นการเตรียมความพร้อมอีกอย่างด้วยค่ะ
ถึงแม้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาให้โอกาสกับประชาชนและผู้อยู่อาศัยในประเทศมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องทำอะไรนะคะ โอกาสมีอยู่ทุกที่ มันจะง่ายมากขึ้นถ้าเรามีความคิด มีการวางแผนให้รอบคอบ การที่รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ออกมาให้ความรู้และการสนับสนุนในด้านต่างๆ ก็เป็นส่วนประกอบที่ทำให้โอกาสดีๆนั้นอยู่ไม่ไกล เกินเอื้อมค่ะ
GoGoAmerica.com เว็บรวมหลากหลายเรื่องราวน่ารู้ใน อเมริกา ทั้ง วัฒนธรรม อาหาร ชีวิตความเป็นอยู่ หางานอเมริกา สถานที่ เที่ยวอเมริกา สำหรับคนไทยที่มีเป้าหมายในอเมริกาไม่ควรพลาด Author: Supakon, Intercultural Consulting and Services LLC
เรื่องก็มีอยู่ว่าหลังจากเรียนจบและทำงานมาหลายปี ก็คิดว่าอยากจะขยับไปทำกิจการส่วนตัว เรื่องของเรื่องก็คือหลังจากที่เป็นคุณแม่แล้ว เราก็มีเวลาน้อยลงเพราะต้องดูแลลูกชาย แต่ในใจก็ไม่อยากจะเป็นแม่บ้านยังอยากจะทำงานอยู่ค่ะ ก็เลยคิดว่าจะทำอย่างไรดี หลังจากคิดทบทวนถึงความรู้ และความสามารถของตัวเองแล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่า อยากจะลองเปิดกิจการส่วนตัวเป็นเจ้าของกิจการ และควบคุมเวลาทำงานของตัวเองดีกว่า
ก็คงจะเหมือนกับหลายๆคนนะคะ เริ่มต้นจากการหาข้อมูลการเปิดกิจการส่วนตัว จากอินเตอร์เน็ตค่ะ นี่ก็เป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งของประเทศนี้ คือ ข้อมูลต่างๆมีมากมายให้ศึกษาจาก ทางอินเตอร์เน็ต ทั้งที่เชื่อถือได้และไม่ได้ ผู้อ่านและผู้ศึกษาต้องใช้วิจารณญาณให้ดีในการเลือก ฐานข้อมูลนะคะ
หลังจากศึกษาข้อมูลต่างๆด้วยตัวเองสักระยะนึงแล้ว ก็พบว่าทางหน่วยงานของรัฐ ของเมือง หรือ ตามสถานศึกษาต่างๆให้บริการให้คำปรึกษาผู้ประกอบกิจการรายย่อย เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Entrepreneurship services หรือ Small Business ค่ะ
หน่วยงานที่ให้คำปรึกษานี้มีทั้งฟรีและคิดค่าบริการค่ะ การให้คำปรึกษาก็เริ่มจากสอบถามเกี่ยวกับ รูปแบบของธุรกิจ สินค้าหรือบริการ แผนการตลาด ตลอดไปจนถึงข้อมูลทางกฏหมายที่ควรทราบ และอื่นๆที่เกี่ยวของกับการเป็นเจ้าของกิจการค่ะ
หลังจากได้รับคำปรึกษาเบื้องต้นแล้ว ก็ขยับเข้ารับการอบรมทางด้านธุรกิจเพิ่มเติม อีกหลายหลักสูตรอีกด้วยค่ะ แต่ก็ไม่ได้ไปทุกหลักสูตรหรอกนะคะ ส่วนใหญ่จะเลือก การอบรมในแบบที่เรียกว่า Workshop เพราะการอบรมแบบนี้จะจำกัดจำนวนผู้เข้าอบรมค่ะ
เหตุผลก็คือผู้เข้าร่วมอบรมจะต้องฝึกทำแบบฝึกหัดจริงที่จะต้องใช้ในการประกอบกิจการ หรือไม่ก็จะเป็นการปรึกษาหารือกลุ่มระหว่างผู้มีประสบการณ์จริงค่ะ สำหรับผู้ที่มีความรู้พื้นฐาน ทางธุรกิจ หรือผู้จบการศึกษาทางด้านธุรกิจ
การอบรมแบบนี้จะมีประโยขน์มากกว่าค่ะ เพราะจะได้รับความรู้และความเข้าใจเหมือนกับได้รับประสบการณ์จริง ที่ไม่เหมือนกับการเรียนให้ห้องเรียนทั่วไป แต่ไม่มีความเสี่ยงเพราะยังไม่ได้เริ่มลงทุน คำถามหรือข้อสนทนาบางอย่างในการอบรมก็ไม่เหมือนในหนังสือเรียน ซึ่งเป็นการบอกถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และเป็นการเตรียมความพร้อมอีกอย่างด้วยค่ะ
ถึงแม้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาให้โอกาสกับประชาชนและผู้อยู่อาศัยในประเทศมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องทำอะไรนะคะ โอกาสมีอยู่ทุกที่ มันจะง่ายมากขึ้นถ้าเรามีความคิด มีการวางแผนให้รอบคอบ การที่รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ออกมาให้ความรู้และการสนับสนุนในด้านต่างๆ ก็เป็นส่วนประกอบที่ทำให้โอกาสดีๆนั้นอยู่ไม่ไกล เกินเอื้อมค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
มาเริ่ม กิจการส่วนตัวในอเมริกา กันเถอะ งานอาสาสมัครกับการสมัครงาน เด็กอเมริกัน ดูแลการใช้จ่ายเงินของเค้ายังไงนะ งาน Part-time ในอเมริกาGoGoAmerica.com เว็บรวมหลากหลายเรื่องราวน่ารู้ใน อเมริกา ทั้ง วัฒนธรรม อาหาร ชีวิตความเป็นอยู่ หางานอเมริกา สถานที่ เที่ยวอเมริกา สำหรับคนไทยที่มีเป้าหมายในอเมริกาไม่ควรพลาด Author: Supakon, Intercultural Consulting and Services LLC
