วิธีจัดการกับ Culture Shock

อาการแบบนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนที่มาต่างประเทศเท่านั้น อันที่จริง Culture Shock สามารถเกิดขึ้นแม้แต่เวลาที่เราอยู่ที่เมืองไทยก็ได้ เพียงแต่ว่าอาการจะหนักหน่อยกับคนที่เดินทางไปต่างประเทศค่ะ
ตามทฤษฎีที่เรียนมาเขาอธิบายว่าโดยปกติคนที่เข้าไปอยู่ในที่ใหม่ ที่ซึ่งมีวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ที่ต่างจากเดิมนั้นจะรู้สึกตื่นเต้นจนลืมคิดถึงบ้านก่อนค่ะ ระยะเวลาแห่งความตื่นตาตื่นใจนี้อาจจะใช้เวลาได้นานถึง 6 เดือนก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะค่อยๆจางหายไป จากนั้นเส้นกราฟของความตื่นเต้นก็จะเริ่มดิ่งลง หลังจากที่เริ่มหายเห่อแล้วนั่นแหละค่ะถึงจะเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่เหมือนที่บ้าน
บางคนถ้าสามารถปรับตัวได้ก็จะสามารถรักษาระดับของเส้นกราฟแห่งความตื่นเต้นให้อยู่ในระดับคงที่ได้ แต่บางคนที่ปรับตัวไม่ได้เส้นกราฟอาจจะต่ำลงสุดๆ ซึ่งก็จะเป็นช่วงที่เจ้าตัวจะรู้สึกหดหู่ ท้อถอย ไม่อยากทำอะไร หรืออาจแสดงออกมาในรูปของความโกรธก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นก็จะต้องเตรียมตัวให้ดีตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจมาเมืองนอกเลยล่ะค่ะ

พอสักระยะนึงกิจกรรมต่างๆก็เริ่มซ้ำแบบเดิม ยิ่งตอนที่ย้ายออกไปอยู่อพาร์ทเม้นต์แล้วก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ มันเบื่อๆเหงาๆยังงัยบอกไม่ถูก แถมไม่พอก็ยังไม่รู้จักเพื่อนคนไทยเลย พอไปหาเพื่อนต่างชาติหรือไปกับเพื่อนร่วมห้องที่อพาร์ทเม้นต์ เราก็รู้สึกไม่สบายตัวเหมือนไม่ใช่ตัวของตัวเอง

หลังจากเริ่มเรียนปริญญาโทแล้วก็ได้มีโอกาสลงเรียนวิชา Intercultural Competency ซึ่งก็มีอยู่บทหนึ่งที่พูดถึง Culture Shock เลยได้มานั่งคิดประมวลเหตุการณ์เข้ากับหลักวิชาดู ก็เห็นว่าตัวเองโชคดีที่จัดการตัวเองได้ถูกหลัก

และถ้าในกลุ่มเพื่อนนี้มีบางคนที่มีประสบการณ์ในประเทศนั้นๆมากกว่าก็จะดีเพราะช่วยให้คำปรึกษาได้ค่ะ หรือให้พูดตามหลักคำพังเพยก็คือ หาพวกที่ลงเรือลำเดียวกันจะได้เข้าอกเข้าใจและพูดกันรู้เรื่องว่างั้นแหละค่ะ

อย่างลืมจุดมุ่งหมายในการมาและเข้ากลุ่มทำกิจกรรมกับเพื่อนๆนักศึกษาชาวไทยบ้างและชาวต่างชาติบ้างเพื่อการเรียนรู้ เท่านี้ก็ช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาเหงาๆไปได้แล้วล่ะค่ะ
โดยษุภากร แบ๊คลี่ย์
Intercultural Consulting and Services LLC
ขอขอบคุณภาพจาก barbs-grad-life.blogspot.com, www.silverfox-whispers.com, bucultureshock.com, invadenola.com

