สัพเพเหระในอเมริกา

จ่ายทิปในอเมริกา ให้อย่างไรถึงจะพอดี??

จ่ายทิปในอเมริกาเรื่องของการทิปในอเมริกาหลายๆคนคงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นเลยทีเดียว แต่งานไหนหรือเท่าไหร่นี่ก็เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้อยู่เหมือนกัน อย่างในบ้านเราไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องอย่างนี้ การให้ทิปก็เลยอยู่ที่ความพอใจของบริการที่ได้รับ อย่างเวลาไปทานอาหารถ้าอาหารอร่อย สะอาด บริการดี เราก็อยากจะให้ทิปใช่ไม๊คะ และเรายังจะให้ทิปเท่าไรก็ได้ไม่มีใครว่า แต่ที่อเมริกานี่จะแตกต่างออกไปค่ะ

ถึงแม้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่กำหนดขึ้นตามกฎหมายว่าต้องทำ แต่มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทุกคนทำกัน การบริการที่เราควรจะให้ทิปนั้นก็จะเป็นพวกร้านอาหาร ร้านเสริมสวยต่างๆเป็นส่วนใหญ่ คือว่าง่ายๆก็คืองานที่ไม่ใช่งานที่มีค่าแรงมาก อย่างงานก่อสร้าง หรือ บริการซ่อมรถ พวกนี้เขามีการคิดค่าแรงอยู่แล้ว ซึ่งตรงกันข้ามกับงานเสิร์ฟที่ร้านอาหาร ทำผม หรือ ทำเล็บค่ะ

เพราะถ้าเราดูที่ราคาค่าบริการ เขาจะไม่ระบุค่าแรงเอาไว้ต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น ที่ร้านทำผม เขาติดค่าบริการตัดไว้สิบเหรียญซึ่งเขาถือว่าเป็นค่าใช้บริการซึ่งเป็นรายได้ของร้านไม่เกี่ยวกับช่างที่ตัดผมให้เรา และเมื่อทางร้านหักค่าใช้จ่ายต่างๆ และจ่ายค่าแรงให้กับช่างทำผมส่วนหนึ่งซึ่งถูกมาก ที่เหลือก็เป็นรายได้ของร้าน เพราะฉะนั้นงานแบบนี้เราก็ควรจะให้ทิปค่ะ

จำนวนเงินที่เราจะให้ทิปในปัจจุบันนี้อาจจะต้องว่ากันถึงประมาณอย่างน้อย 15-20% เพราะตอนนี้อะไรๆจ่ายทิปในอเมริกาก็แพงและเงินก็มีค่าน้อยลง ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครว่าอะไรแต่เราก็ต้องเข้าใจว่าทิปเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริการหรืออาหารที่เรารับประทาน เพียงแต่ว่าเราสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายในส่วนนี้เท่าไรแทนที่จะมีการกำหนดจำนวนเงินตายตัวไปค่ะ

 เมื่อตอนที่มาอยู่ที่นี่ใหม่ๆเมื่อสิบกว่าปีก่อน (พูดแล้วรู้สึกแก่ลงไปทันใด) ค่ะเมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนนั้นยังอยู่ในหลักสูตร Academic Writing ก็ออกไปทานอาหารกับเพื่อนๆและมีเพื่อนชาวอเมริกันไปด้วย พอถึงเวลาจ่ายเงินเราก็เพิ่มทิปให้ประมาณ 10% เพื่อนชาวอเมริกันยังบอกว่าน้อยไป

ลองคิดดูนะคะว่านั่นมันสิบกว่าปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าให้ทิปอย่างน้อย 15-20% ก็น่าจะสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย หรือถ้าจะให้เขามากกว่านี้อีกหน่อยก็ไม่มีใครว่าค่ะกลับจะยิ่งดีใจด้วยซ้ำ เวลาคิดค่าทิปก็ดูที่จำนวนเงินรวมแล้วคูณกับเปอร์เซ็นต์ที่เราต้องการจะให้ทิปได้เท่าไรก็เพิ่มเข้าไปในจำนวนเงินรวมนั้น แล้วต้องคำนวณออกมาเป๊ะเลยไหมนั้นไม่ต้องก็ได้ค่ะ เอาแบบคราวๆแล้วปัดเศษเอาก็ได้ค่ะ

เวลาบอกว่าร้านอาหารนี่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องให้ทิปในทุกๆร้านนะคะ และก็ต้องดูที่เมนูด้วยว่าเขาคิดค่าทิปเพิ่มไปแล้วหรือยัง เพราะอย่างในภัตตาคารในโรงแรมที่ค่อนข้างมีระดับก็จะมีการคิดค่าทิปไปแล้วซึ่งอาจจะถึง 30% ดูที่ข้างหน้าของรายการอาหารหรือที่ใบเสร็จก่อนที่จะเขียนจำนวนค่าทิปนะคะ

เพราะตัวเองเคยมีประสบการณ์มาแล้วค่ะ คือตอนนั้นไปประชุมนักศึกษาปริญญาเอกที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ประชุมมาทั้งวันแล้วและมีการบ้านที่ต้องเขียนส่งในที่ประชุมวันต่อไป ก็เลยสั่งอาหารขึ้นไปทานที่ห้อง พออาหารมาส่งก็มัวแต่คิดเรื่องงานเลยเขียนจำนวนทิปเพิ่มให้ เพราะเขามีบรรทัดว่างไว้ให้ใส่จำนวนทิปก็เลยใส่ไป มาดูอีกทีทางโรงแรมเขาคิดค่าบริการและค่าทิปไปแล้ว พอบวกกับเงินที่เราเพิ่มให้อีกโอโฮ้กลายเป็นว่าเราใจดีให้ค่าทิปพนักงานไปทั้งหมดตั้งเกือบ 50% ถือเป็นบทเรียนของการไม่ดูตาม้าตาเรือไปค่ะ

สำหรับร้านอาหารทั่วไปนั้นเวลาทิปเราจะทิปให้กับร้านที่เรานั่งโต๊ะและมีบริการมาเสิร์ฟให้เราค่ะ พวกร้าน Fast Food หรือบุฟเฟ่ซึ่งเราต้องไปตักอาหารเองนั้นไม่จำเป็นต้องทิปค่ะ เพราะเขาถือว่าค่าทิปเป็นค่าบริการที่เพิ่มให้แก่ผู้ให้บริการนั้นไม่เกี่ยวกับตัวบริการที่เราซื้อ

งงไหมค่ะ คืออย่างนี้ค่ะ เวลาทานอาหารค่าอาหารคือราคาที่รวมเอาต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ บริการการปรุง และกำไรรวมกันออกมาเป็นค่าอาหารที่ระบุในรายการอาหาร ซึ่งจะเห็นว่าไม่ได้รวมเอาค่าเสิร์ฟเข้าไปด้วยยังไงล่ะคะ

คราวนี้มาดูค่าส่งพิซซ่ากันนะคะ เวลาเราสั่งพิซซ่าให้มาส่งที่บ้านในใบเสร็จเขาจะระบุค่าจัดส่งซึ่งไม่รวมค่าทิปให้กับคนส่งพิซซ่า คนที่ทำหน้าที่ส่งต้องจ่ายค่าน้ำมันเองและใช้รถของตัวเอง เพราะฉะนั้นก็อย่าลืมให้ทิปเขาต่างหากด้วยนะคะเพราะตอนนี้ค่าน้ำมันก็แพงเหลือเกิน

และอีกอย่างหนึ่งพิซซ่าบางยี่ห้อเขามีรายการพิเศษให้กับลูกค้าที่ใช้บริการสั่งทางออนไลน์ ซึ่งทุกครั้งที่สั่งพิซซ่าทางออนไลน์ลูกค้าที่เข้าร่วมในรายการพิเศษจะสามารถสะสมแต้มเพื่อรับพิซซ่าฟรีเมื่อมีแต้มครบ คราวนี้เวลาที่เราใช้แต้มเพื่อสั่ง

จ่ายทิปในอเมริกา

พิซซ่าให้มาส่งนั้นราคารวมในใบเสร็จที่เราต้องจ่ายนั้นจะไม่รวมค่าพิซซ่าที่เราแลกมาด้วยแต้ม แต่เวลาเราคิดค่าทิปให้คนส่งพิซซ่าเราต้องคิดราคารวมซึ่งต้องบวกเอาราคาจริงของฟรีพิซซ่านั้นเข้าไปด้วย

สมมติว่าเราแลกแต้มได้พิซซ่าฟรีมาหนึ่งถาดซึ่งปกติราคา $18 (ราคาสมมตินะคะ) แล้วสั่งอย่างอื่นเพิ่มอีกนิดหน่อยรวมเป็นเงินบวกกับภาษีและอื่นๆแล้วในใบเสร็จมียอดรวม $15 เวลาเราคิดค่าทิปเราต้องเอา ($18+$15)x20% ออกมาก็จะเป็นค่าทิปค่ะ

จะเห็นได้ว่าการทิปในสหรัฐอเมริกานั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคนที่ให้บริการเขาได้รับค่าแรงที่ต่ำกว่าปกติ เนื่องจากว่าเขาทำงานเพื่อหวังค่าทิปค่ะ แต่เมื่ออ่านแล้วยังกังวลว่าจะให้ทิปเมื่อไรและเมื่อไรที่ไม่ต้องให้นั้น ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ เพราะบางครั้งแคชเชียร์เขาก็จะถามเราตรงๆเลยว่าเราจะให้ทิปเท่าไร

ก็คิดเอาประมาณ 20% ถ้ารู้สึกว่าจะมากเกินไปหน่อยก็ปัดเศษลงนิดหน่อยก็ได้ค่ะ เพราะแหม เราก็ต้องดูแลการเงินของเราด้วยใช่ไม๊ค่ะ หรือถ้าไปกับเพื่อนๆคนอื่นก็ถามเขาก็ได้ค่ะว่าควรจะให้ทิปหรือไม่ละเท่าไร พออยู่ไปสักหน่อยก็จะรู้ไปโดยอัตโนมัติเองค่ะ

โดย Supakorn, Intercultural Consulting and Services LLC

 


 

ขอบคุณภาพประกอบจาก: money.cnn.com,www.grassrootsy.com,

www.boulderbusinesslawadvisor.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *