วันนี้มีแค่ 23 ชั่วโมง

อันนี้ไม่ได้โม้นะคะ ใครที่อยู่อเมริกาหรือฝั่งยุโรปมาเป็นปี คงเข้าใจผู้เขียนได้ทันที แต่คนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่คงงุนงงอยู่ไม่น้อย ว่าทำไมเวลามันถึงสั้นลงได้ อย่างครั้งที่เรามาอเมริกาเป็นปีแรกนั้น ทำเอาเราตกใจอยู่มากๆ เพราะวันดีคืนดีก็มาลดเวลาในหนึ่งวันให้เราซะงั้น รู้สึกยังนอนไม่พอเลยค่ะ 55
ผู้เขียนกำลังพูดถึง การปรับเวลา (Daylight Saving Time หรือ DST) ค่ะ ที่อเมริกาและบางประเทศ จะมีการปรับเวลาไปข้างหน้าหนึ่งช่วงโมง ก่อนจะเข้าช่วงฤดูใบไม้ผลิ (Spring) และปรับเวลาถอยหลังไป 1 ชั่วโมง ตอนฤดูใบไม้ร่วง (Fall) เค้าจะมีวลีง่ายๆตลกๆ ที่ใช้เรียกเตือนความจำในเรื่อง “การปรับเวลา” นี้ว่า Spring Forward Fall Back ประมาณว่า กระโดดดึ๋งไปข้างหน้า แล้วหงายหลังล้มกลับมา
วัตถุประสงค์ในการปรับเวลาไปข้างหน้านั้น ก็เพื่อให้มีแสงอาทิตย์เวลาบ่ายมากขึ้น ทำให้รู้สึกว่ามืดช้าลงค่ะ ซึ่งเป็นช่วง Spring หรือก่อนนิดหน่อย อย่าลืมนะคะ ที่อเมริกามี 4 ฤดูคือ Spring-Summer-Fall-Winter การปรับเวลาอย่างนี้ ทำให้หน้าร้อนที่อากาศดี ผู้คนมีกิจกรรม Outdoor มาก สามารถมีช่วงเวลาพิเศษระหว่างวันได้อย่างยาวนาน คือข้างนอกจะยังสว่างสดใส ทำกิจกรรมต่างๆนอกบ้านได้ไปถึง 2 ทุ่มยังไม่มืดเลยล่ะค่ะ
การปรับเวลานั้น ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกโดย William Willett นักก่อสร้างชาวอังกฤษ หลายประเทศได้ใช้มันนับตั้งแต่นั้น โดยมีรายละเอียดแตกต่างไปตามสถานที่และมีการเปลี่ยนแปลงครั้งคราวค่ะ

เหตุผลว่าทำไมต้องเป็นวันอาทิตย์ก็เพื่อการปรับตัวและการเตรียมตัวให้พร้อม เพราะถ้าหากเปลี่ยนเวลากันวันจันทร์ต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่แท้ เนื่องจากเป็นวันเริ่มของสัปดาห์ ทั้งนักเรียน ครู-อาจารย์ พนักงานออฟฟิศ คงไปทำงานสายกันเป็นจำนวนมาก
การปรับนาฬิกาตอนตีสองของวันอาทิตย์ ถือว่าเป็นเวลาที่ดึกพอสมควร หากใครเผลอหลับไปก็จบกัน ฉะนั้นเช้าตรู่วันอาทิตย์จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเปลี่ยนเวลาค่ะ แต่ในอเมริกานี้ เวลาในโทรศัพท์, เครื่องคอมพิวเตอร์, tablet, laptop หรือ นาฬิกาบางรุ่น
จะทำการเปลี่ยนเวลาเองอัตโนมัติในวัน Day light saving ค่ะ

นาฬิกาที่ปรับเวลาอัตโนมัติ
ตอนที่มีการเปลี่ยนแปลงเวลา คนที่นี่ก็ต้องมีการปรับตัวอยู่นิดหน่อยเหมือนกันค่ะ อย่างเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เราตื่น 7 โมงก็จริง(ตามเวลาเดิม) แต่เวลาก็เปลี่ยนไปแล้ว เป็น 8 โมงเช้าค่ะ ทำให้ขาดทุนเวลาไป เพราะเท่ากับวันนี้เราเหลือเวลาแค่ 23 ชั่วโมง
แต่หลังจากนี้ตอนเดือนพฤจิกายน ซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว เราก็จะได้เวลากลับคืนมาชั่วโมงนึง คือมี 25 ชั่วโมงในหนึ่งวันค่ะ อย่างนี้เป็นผลดีมากๆสำหรับนักเรียน ที่บอกอย่างนี้เพราะที่หน้าบ้านเราที่เราอยู่นั้น จะมีรถโรงเรียนมารับเด็กตอน 6:40 ทุกวัน ตอนเข้าฤดูหนาวนั้น จะมืดเร็ว และสว่างช้ามากๆ

แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนถอยหลังไป ก็ดีขึ้นมาหน่อยค่ะ เพราะแทนที่เด็กๆจะต้องมารอรถโรงเรียนก่อน 6:40 ก็เปลี่ยนเป็น 7:40 แทน(เวลาก่อนปรับ) เพราะ 7:40 ซึ่งเป็นเวลาก่อนปรับ จะเท่ากับ 6:40 ซึ่งเป็นเวลาหลังปรับ ด้วยเหตุนี้ เด็กๆเลยได้เห็นแสง และยืนในสภาพอากาศที่หนาวน้อยลงหน่อย ระหว่างที่คอยรถโรงเรียน
แม้ว่าจะรัฐส่วนใหญ่ของอเมริกาจะมีการเปลี่ยนแปลงเวลาแต่คงมีบางรัฐ ที่ไม่มีการปรับเวลาค่ะ ได้แก่ รัฐแอริโซนา, เปอร์โตริโก, ฮาวาย, หมู่เกาะเวอร์จิน ไอซ์แลนด์ และหมู่เกาะซามัว
ใครที่กำลังจะมาอเมริกา ถ้าได้รู้เรื่องนี้ก่อนจะดีมากเลยนะคะ เพราะจะทำให้เราเตรียมตัวพร้อม ในวันเวลาที่สั้นลง และยาวนานขึ้น และไม่พลาดเวลานัดหมายที่สำคัญๆด้วยค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.konthaiusa.com,
ขอขอบคุณภาพจาก www.cyberciti.biz


ขอนำไปเผยแพร่หน่อยนะคะ ให้เครดิตแล้ว ขอบคุณมากค่ะ เรียนอยู่ที่อเมริกาก็หาความรู้เกี่ยวกับวันนี้ แล้วอยากแบ่งปันให้เพื่อนๆอ่านบ้างค่ะ วันนี้ตื่นเช้า แบบว่าเช้าเกิน ตื่นตี 5 (ยังไม่ได้ปรับ) เราเลยตื่นตี 4 เค้ายังไม่ทำอาหารเช้า หิวตาลายเลย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ สำหรับความรู้ดีดี ^^
ขอนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ ให้เครดิตแล้ว ขอบคุณค่ะ
ข้อมูลเป็นประโยชน์มากๆค่ะ ขอบคุณความรู้ดีๆ นะคะ