เรื่องเล่าในชัันเรียนอเมริกา

เรื่องที่หนึ่ง เมื่อคุณครูมาสาย?
สมัยที่น้ำตาลเคยเป็นหัวหน้าห้องของชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียนอันมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย น้ำตาลยังจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งมีคุณครูท่านหนึ่งเข้ามาสอนห้องน้ำตาลสายกว่าครึ่งชั่วโมง แต่แทนที่ท่านจะรีบทำการสอน คุณครูท่านนั้นกลับเรียกน้ำตาลไปอบรมที่หน้าชั้นอย่างหัวเสียว่าทำไมไม่ไปตามท่านมาสอนและหาว่าน้ำตาลไม่รับผิดชอบหน้าที่

งานงอกสิคะทีนี้ ร่ายยาวบทใหม่ตามมาแบบอินฟินิตี้เลยทีเดียว ต่างกันกับที่อเมริกาค่ะ!! มีวันหนึ่งครูมาสายเกือบสิบนาที พอท่านมาถึงก็ขอโทษขอโพยนักเรียนเป็นการใหญ่และบอกพวกเราว่าในประเทศสหรัฐอเมริกาถ้าครูมาช้าเกิน 15 นาที นักเรียนสามารถเดินออกจากคลาสเรียนได้เลยโดยไม่ถือว่าขาดเรียนค่ะ
พอเรารู้อย่างนี้แล้ววันต่อมาเลยมีเพื่อนคนหนึ่งแกล้งหมุนนาฬิกาติดผนังในห้องเรียนให้เร็วขึ้น 20 นาที พอครูเดินเข้ามาพวกเราก็แกล้งทำถ้าจะลุกกลับบ้าน แกล้งครูกันขำๆสนุกดีค่ะ ^_^
เรื่องที่สอง นักเรียนในฝัน?
คุณครูในอเมริกาหลายๆคนพูดเหมือนกันหมดเลยค่ะว่า นักเรียนในฝันของพวกท่านก็คือเหล่า International Student นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นคุณครูท่านไหนๆก็อยากที่จะสอนเด็กๆเหล่านี้ เพราะอะไรน่ะรึ? ถ้าเช่นนั้นน้ำตาลก็ขออนุญาติหยิบยกกรณีตัวอย่างของคุณครูท่านหนึ่งมาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังกันค่ะ

ครั้งหนึ่งในคาบเรียนของท่านมีนักเรียนชายคนหนึ่งนอนราบอยู่กับพื้นห้อง!! คุณครูเลยเข้าไปปลุกให้ลุกขึ้นมาเรียน แต่เขาก็ไม่ยอมลุกและนอนต่อ คูณครูเลยบอกว่าถ้าจะนอนก็ให้ไปนอนที่โต๊ะเรียนของตัวเองแต่นักเรียนชายคนนั้นกลับพูดกับคุณครูว่า ถ้าคุณครูยังมายุ่งกับเขาหรือคิดจะลงโทษเขา เขาจะแจ้งผู้ปกครองให้มาดำเนินคดีกับครู นี่ล่ะค่ะคือเด็กอเมริกันแท้ๆ คุณครูก็เลยปล่อยเลยตามเลย
มีอีกกรณีของคุณครูผู้หญิงท่านหนึ่ง ครูบอกว่าในห้องเรียนหนึ่งที่ท่านเคยสอนมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไม่ชอบท่าน ทุกครั้งที่คุณครูเข้าไปทำการสอน เด็กคนนั้นก็จะกางโปสเตอร์รูปแม่มดทุกครั้งที่คุณครูหันมาทางเธอ แต่ครูก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ เพราะเธอมีสิทธิ์ที่จะทำหากการกระทำนั้นไม่ทำร้ายใคร เพราะที่นี่คืออเมริกา!
เรื่องที่สาม เมื่อฉันง่วงนอนในห้องเรียน
น้ำตาลเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์ง่วงหงาวหาวนอนในห้องเรียนกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในคาบเรียนตอนบ่ายหลังจากรับประทานข้าวเที่ยงเสร็จ เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มย่อนทุกครั้งไป มีครั้งหนึ่งที่น้ำตาลง่วงมากจนวูบหน้าคว่ำหัวคะมำลงไปเกือบจะโขกกับพื้นโต๊ะ เพื่อนๆในห้องเลยได้หัวเราะกันยกใหญ่เพราะน้ำตาลดันนั่งหน้าสุดของห้อง

เรื่องที่สี่ การขออนุญาติออกจากห้อง
ปกติเด็กไทยอย่างเราเวลาจะลุกไปไหนมาไหนในขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่หน้าห้องก็ต้องขออนุญาติอย่างเสียงดังฟังชัดใช่ไหมล่ะค่ะ? ไม่ว่าจะปวดห้องน้ำ ต้องกลับบ้านเร็ว ไปห้องพยาบาลหรือมีธุระเร่งด่วนอื่นๆที่ต้องรีบไปทำ ซึ่งจะได้รับอนุญาติหรือไม่ได้รับอนุญาตินั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยวินิจของคุณครูผู้กำลังสอนอยู่

ดังนั้นเวลาที่นักเรียนอยากออกไปทำธุระอะไรที่ข้างนอกห้องเรียนก็เดินออกไปอย่างเงียบๆได้เลยค่ะ ถ้าไม่ใช่แค่เป็นการปวดห้องน้ำแต่มีเรื่องคอขาดบาดตายอื่นๆก็อาจเขียนโน๊ตฝากเพื่อนเอาไว้ให้ครูตอนหมดคาบเรียน หรือสามารถส่งอีเมลแจ้งเหตุผลของการกระทำได้ในภายหลังจ้า
เรื่องที่ห้า เมื่อสาวเอเชียเล่นกับเพื่อนๆ
โดยนิสัยส่วนตัวแล้วสาวๆชาวเอเชียอย่างเรามักจะมีนิสัยกุ๊กกิ๊กๆน่ารักน่าหยิกใช่ไหมล่ะค่ะ เวลาเราเล่นกับเพื่อนผู้ชายก็จะมีบ้างที่เป็นอารมณ์ประมาณแบบพ่อแง่แม่งอน ถ้าเพื่อนๆนึกภาพตามไม่ออกก็ลองมาดูตัวอย่างนี้กันเลยค่ะ
ตัวอย่างที่ 1
เพื่อนนักเรียนชาย : “ตัวเอง… ทำไมวันนี้หน้าบานจัง?”
นักเรียนหญิงชาวเอเชีย : “อีตาบ้า!!!” ว่าแล้วก็ตบลงที่แขนของนักเรียนชายคนนั้นเข้าให้ ผั๊วะ!!!
ตัวอย่างที่ 2
เพื่อนนักเรียนชาย : “เราว่าข้อนี้เธอทำผิดอ่ะ”
นักเรียนหญิงชาวเอเชีย : ผั๊ว!!! บนแผ่นหลังของเพื่อน “เราว่าเราทำถูกแล้ว!!”

บางรายน้ำตาลเคยเห็นตบไปที่ศีรษะของเพื่อนด้วยก็มี แล้วทีนี้คุณครูคนหนึ่งอดรนทนไม่ไหวที่เห็นพฤติกรรมเหล่านี้ เธอจึงถามนักเรียนหญิงที่ชอบตบตีเพื่อนไปว่า “เธอเกลียดเขาหรือถึงตีเขา?” นักเรียนหญิงคนนั้นก็ส่ายหน้าค่ะ และตอบว่าเธอแค่แกล้งเขาเล่นเฉยๆ
คุณครูจึงบอกว่าให้ระวังตัวนะจ๊ะเพราะการกระทำนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา อาจเข้าข่ายการทารุณกรรม หรือ Abuse เอาได้ และถ้านักเรียนชายจะไปฟ้องร้องเอาผิดก็สามารถกระทำได้ในทันทีเพราะมีพยานรู้เห็นเต็มไปหมด ทีหน้าทีหลังถ้าจะเล่นหยอกล้ออะไรกันในประเทศสหรัฐอเมริกาแห่งนี้ก็เบาๆมือหน่อยแล้วกันนะจ๊ะแม่คุณ !! J
