ประสบการณ์การ เรียนภาษาที่อเมริกา

อันที่จริงแล้วออแพร์จะลงเรียนอะไรก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ละบุคคล เช่นบางคนชอบถ่ายภาพก็ลงเรียนถ่ายภาพ บางคนชอบทำขนมก็เรียนทำขนม บางคนชอบประวัติศาสตร์ก็เรียนวิชาประวัติศาตร์ แต่น้ำตาลเองยังไม่เก่งภาษาเลยค่ะซึ่งถ้าจะให้เลือกเรียนคลาสอื่นท่าทางจะฟังที่อาจารย์พูดไม่รู้เรื่องเป็นแน่ เลยตัดสินใจเลือกที่จะเรียนภาษาอังกฤษนี่แหละค่ะ

คอร์สที่น้ำตาลต้องการจะเรียนเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ ที่นี่เขาเรียกกันว่า English for Second Language หรือ ESL ค่ะ เท่าที่จำได้ ESL นี้มีหลายประเภทค่ะ แต่น้ำตาลขอแยกคลาส ESL ของ NVCC เป็น 2 แบบหลักๆ ดังนี้
1. ESL เพื่อคนทั่วไปที่อาศัยอยู่ใน USA อยู่แล้วและอยากพัฒนาภาษาอังกฤษของตนเอง
2. ESL สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเอา credit ในวิทยาลัย ซึ่งน้ำตาลขอเรียกอันนี้ว่า Intensive English Program
ตั้งแต่เริ่มเป็นออแพร์น้ำตาลมีเป้าหมายว่าจะอยู่ที่อเมริกาแค่ปีเดียวและจะไปเป็นออแพร์ต่อที่ยุโรปหรือแคนาดาต่อเพราะในหัวคิดได้แต่เรื่องเที่ยวค่ะ เลยเลือกที่จะเรียน ESL แบบแรก เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะได้ลงหลักปักฐานที่อเมริกามาก่อน แต่สุดท้ายก็ทำ F-1 visa หลังจบโครงการออแพร์ค่ะซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ขอเล่าให้ฟังในโอกาสหน้านะคะ กลับมาที่เรื่องการสมัครเรียน ESL กันต่อดีกว่า

ต่อมาก็ถึงขั้นตอนที่เราจะเลือกคอร์สเรียนค่ะ โดยการเลือกว่าจะเรียนอะไรได้บ้างนั้น ทางโรงเรียนจะแจกชุดกระดาษที่ระบุคอร์สต่างๆที่เปิดสอนรวมถึงรายละเอียดต่างๆไม่ว่าจะเป็นรายชื่ออาจารย์ผู้สอน จำนวนหน่วยกิต วันและเวลาที่ทำการเรียนการสอน ค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆที่จำเป็นสำหรับนักเรียน โดยชุดกระดาษนี้น้ำตาลได้มาพร้อมกับบัตรนักเรียนค่ะ หลังจากที่เราตัดสินใจได้แล้วว่าจะลงเรียนอะไรก็เข้าไปที่เวปไซต์ของทางโรงเรียน เลือกคอร์สเรียนและจ่ายเงินผ่านทางเวปไซท์นั้นได้เลยค่ะ โดยทางโรงเรียนจะหักเงินจากบัญชีธนาคารของเราที่อเมริกาโดยตรงและส่งใบเสร็จรับเงินมาให้ทางอีเมลหรือจะให้จัดส่งทางไปรษณ์ด้วยก็ได้จ้า

ซึ่งจริงๆแล้วโฮสจะจ่ายให้มากกว่านั้นเท่าไหร่ก็ได้นะคะขึ้นอยู่กับความเมตตาของโฮสแต่ละคนค่ะ แต่เราก็ไม่ได้ฟูมฟายอะไรมากเพราะมันเป็นสิทธิ์ของเขา เงินของเขา ซึ่งเราเองนี่แหละที่แอบละโมบโลภมาก(แหะ ๆ>.<) พอจบคอร์สแรกน้ำตาลเลยเลือกลงคอร์สต่อมาที่มี่ 2 หน่วยกิตพอดีนั่นก็คือ Focus on writing for low intermediate. ซึ่งคราวนี้โดนจ่ายเองไปเต็มๆค่ะ จำได้ว่าเสียเงินในครั้งนี้ไปประมาณ $250 จ้า
ขอเล่าบรรยากาศในห้องเรียนให้ฟังกันนิดนึงนะคะ เนื่องจากวิทยาลัยแห่งนี้เป็นที่นิยมของเหล่า Immigrant และเด็กนักเรียนชาวต่างชาติอย่างเรา จึงทำให้ในห้องเรียนเป็น International มากๆ คือเราจำได้รู้จักเพื่อนร่วมชั้นที่มาจากหลายชาติหลายภาษาเลยค่ะ

ในครั้งนั้นอาจารย์ให้การบ้านมาว่า นักเรียนทุกคนต้องออกไปพรีเซนท์อะไรก็ได้ที่หน้าห้อง แต่การนำเสนอนั้นจะต้องมีอะไรที่เป็นกระบวนการ วิธีการ และการนำเสนอที่มีลำดับขั้นตอนที่ดี น้ำตาลขอยอมรับเลยว่าตัวเองเป็นคนที่ลืมเก่งมากโดยเฉพาะเรื่องการบ้าน วันนั้นเลยไม่ได้เตรียมอะไรไปพรีเซนท์เลย งานเข้าค่ะทีนี้ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องนำเสนอจริงๆ เพื่อนในชั้นเรียนต่างพากันควักอุปกรณ์ออกมาแบบชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชุดน้ำชา กาน้ำร้อน หนังสือคู่มือการทำอาหารและอื่นๆ ส่วนที่โต๊ะของน้ำตาลนั้น”ว่างเปล่า!!”
โชคดีที่สมองไว(พอดีเคยต้องเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อยๆ>.<) เมื่อถึงคิวเราขึ้นมาจริงๆ น้ำตาลก็เดินพุ่งไปที่กระดาน Whiteboard หน้าห้องเลยค่ะ หลังจากที่จับปากกาได้ก็เลยวาดรูปแผนที่ประเทศไทยใหญ่ๆ ซึ่งแทนที่จะเป็นขวานทองผ่องอำไพแต่แผนที่ที่น้ำตาลวาดกลับดูคล้ายหัวไม้กอล์ฟบิ่นๆขึ้นสนิมมากกว่า ก็เพราะมาจากฝีมืออันละเมียดละเอียดราวกับ Professional ของดิฉันเองนี่แหละจ้า -..-



สนใจไปเรียนต่อที่novaเหมือนกันค่ะ อยากสอบถามเรื่องที่พัก และการเรียนการสอน ยังไงรบกวน ขอเฟส น้ำตาลหน่อยได้ไหมค่ะ มีคำถามอยากถามหลายอย่างเลย
สนใจเรียนที่นี้เหมือนกันค่ะ อยากรบกวนขอข้อมูลจากคุณน้ำตาล ฝากติดต่อกลับทาง papinpizza@hotmail.com ด้วยนะค่ะ
ไปเรียนหรือยังครับ
เป็นอย่างไรบ้างดีไหม
การเรียนการสอนดีไหม
กำลังคิดจะส่งลูกไปเรียนที่นี้